อารีย์  บุญเชิด (2549)  ได้ทำการวิจัยแบบภาวะผู้นำของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3

          ผลการวิจัยพบว่า

1.  แบบภาวะผู้นำของผู้บริหารโรงเรียน คือ แบบภาวะผู้นำที่ยึดสถาบันเป็นหลัก  แบบภาวะผู้นำที่ยึดบุคคลเป็นหลัก และแบบภาวะผู้นำที่ยึดการประสานประโยชน์เป็นหลัก อยู่ในระดับมาก  การที่ผลการวิจัยปรากฏเช่นนี้ น่าจะเป็นเพราะผู้บริหารโรงเรียน เป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือกและอบรมความรู้  ทักษะการบริหารและการเป็นผู้นำก่อนการเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียน จึงทำให้ได้คนดีมีคุณภาพ ส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงานที่มีประสิทธิภาพและมีประสบการณ์ในการบริหารงานในตำแหน่งอื่นมาก่อนจึงทำให้สามารถเรียนรู้และเข้าใจงานได้ง่าย นอกจากนั้นคนที่เป็นผู้นำทุกคนจะมีลักษณะบางอย่างที่สนับสนุนให้เป็นผู้นำ หรือภาวะผู้นำเหนือบุคคลอื่นในตัวโดยธรรมชาติอยู่แล้ว อธิบายได้ว่า การเป็นผู้นำเป็นผลมาจากพันธุกรรมหรือเป็นผู้นำมาตั้งแต่กำเนิด เกิดมาพร้อมกับลักษณะบางอย่างที่จะส่งเสริมสนับสนุนให้เป็นผู้นำ ผู้นำจะมีลักษณะแตกต่างจากบุคคลอื่น

2.  การเปรียบเทียบแบบภาวะผู้นำของผู้บริหารโรงเรียน ผู้บริหารที่มีตำแหน่งต่างกัน มีแบบภาวะผู้นำไม่แตกต่างกัน  จากการที่ผลการวิจัยปรากฏเช่นนี้อาจเนื่องมาจากว่าผู้บริหารโรงเรียนที่ได้รับการแต่งตั้งก่อนวันที่พระราชบัญญัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547  ประกาศใช้นั้น สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ได้สรรหาบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการข้าราชการครูกำหนด คือ มีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษา ดำรงตำแหน่งผู้สอน ผู้ช่วยผู้บริหารโรงเรียน ผู้ที่ทำหน้าที่ให้การศึกษาของหน่วยงานทางการศึกษาหรือศึกษานิเทศก์อย่างใดอย่างหนึ่งมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปี และเมื่อผ่านการสอบคัดเลือกตามเกณฑ์ที่กำหนดแล้วต้องเข้ารับการอบรมรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 23 วันทำการ จึงจะได้รับการแต่งตั้ง และตัวผู้บริหารเองก็เข้ารับการพัฒนา อบรม ศึกษาดูงาน ประชุมประจำเดือน อบรมทางไกลอยู่บ่อย ๆ และพัฒนาตนเองอยู่เสมอเพื่อนำความรู้มาปรับปรุงการทำงานให้ดียิ่งขึ้นด้วย จึงทำให้ผู้บริหารที่มีมาตรฐานตำแหน่งแตกต่างกันปฏิบัติแบบภาวะผู้นำไม่แตกต่างกัน