ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะนำเทคโนโลยีมาใช้ในเกมฟุตบอล

เสียงเรียกร้องให้มีการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการตัดสินดังกระหึ่มขึ้นมาทันที หลังผู้ตัดสินผิดพลาดมหันต์ถึง 2 เกมติดๆกัน คือการปฎิเสธประตูลูกยิงข้ามเส้นของแฟรงก์ แลมพาร์ด และการให้ลูกโหม่งของ คาร์ลอส เตเวซ เป็นประตู ทั้งที่ยืนอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าชัดเจน ส่งผลให้ อังกฤษ และ เม็กซิโก ต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านไปในที่สุด
ก่อนหน้านี้ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เคยยืนกรานหัวเด็ดตีนขาดว่า จะไม่นำเทคโนโลยีมาใช้ในเกมลูกหนังเด็ดขาด แต่จากความผิดพลาดมโหฬารเช่นนี้ ทำให้ฟีฟ่าต้องกลับมาทบทวนอีกครั้ง หลังจากเคยมีแต่คำว่า “ขอโทษ” หรือ “เสน่ห์ของฟุตบอล” มาใช้เป็นข้อแก้ตัว
“เราคงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้แล้วในเกมที่เหลือของเวิลด์คัพครั้งนี้ แต่เราจะหยิบยกเรื่องเทคโนโลยีมาพูดคุยกันอีกครั้งในการประชุมในเดือนก.ค. (วันที่ 21-22) ที่เมืองคาร์ดิฟฟ์ ประเทศเวลส์” เซปป์ แบลตเตอร์ ประธานฟีฟ่า กล่าว พร้อมแสดงความเสียใจและขอโทษ (อีกแล้ว) ไปยังทัพนักเตะผู้ดีและทีมจังโก้ ถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้น
เทคโนโลยีตรวจจับลูกข้ามเส้นประตู เป็นสิ่งที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้นำมาใช้งานมากที่สุด เพราะประตูเพียงประตูเดียว สามารถชี้ชะตาตัดสินเกมได้ทันที
“ความผิดพลาดในเกมระหว่างเยอรมนี-อังกฤษสามารถหลีกเลี่ยงได้ง่ายที่สุด แทบไม่มีใครคัดค้านเลยกับการใช้เทคโนโลยีโกล์-ไลน์” ทิส ทัมเมอร์ส คณะกรรมการด้านเทคนิคของสหพันธ์นักฟุตบอลอาชีพนานาชาติ (ฟิฟโปร) กล่าว
ในขณะที่กีฬาอื่นมีการนำเทคโนโลยีเหล่ามาใช้แบบช้านานแล้ว แต่ฟุตบอลยังทำตัวเปรียบเสมือนนักอนุรักษ์นิยม ทั้งที่น่าจะถูกนำมาใช้มากกว่ากีฬาอื่นด้วยซ้ำไป
“ลูกโฟร์แฮนด์ตีลงเส้นครั้งเดียวไม่สามารถเปลี่ยนผลลัพธ์ของเกมได้ แต่ประตูเดียวในเกมฟุตบอล สามารถเปลี่ยนสภาพจิตใจของผู้เล่นทั้งทีม รวมทั้งแผนการเล่นด้วย” โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ นักเทนนิสมือ 1 ของโลก กล่าว พร้อมเสริมว่าในเทนนิสที่มีไลน์แมนยืนจ้องเส้นอยู่ตลอด โดยไม่ต้องเคลื่อนที่ไปไหน ยังเกิดข้อผิดพลาดเป็นประจำ จนนำมาซึ่งเทคโนโลยี ฮอว์ก-อาย
ทั้งนี้ ฟีฟ่า เคยทดลองแก้ไขปัญหานี้แล้วด้วยการเพิ่มผู้ตัดสินอีก 2 คน คอยประจำอยู่บริเวณเส้นหลังของแต่ละฝ่ายในเกมยูโรปา ลีก เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา แต่จนแล้วจนรอดก็ยังมีข้อผิดพลาดขึ้นจนได้
ในขณะที่ฝั่งผู้ตัดสิน พวกเขายอมรับว่า อาจต้องมีการปรับตัวบ้าง แต่ก็พร้อมที่จะขานรับนโยบายของฟีฟ่าหากมีการนำเทคโนโลยีมาใช้จริง เพื่อให้ผลการตัดสินออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ผมเปิดใจรับทุกสิ่งที่จะสามารถทำให้เรามีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องไม้เครื่องมืออะไรก็ตาม ผมพร้อมที่จะนำมาใช้เพื่อให้การทำหน้าที่ของผมดีที่สุด” ฮาเวิร์ด เวบบ์ เชิ้ตดำชื่อดัง กล่าว
เช่นเดียวกับนักเตะ รวมทั้งโค้ชหลายคน ต่างออกมาให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน คือสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้ชัยชนะของพวกเขาได้มาอย่างไร้ข้อกังขา
"ถ้าหากมีเทคโนโลยีอยู่ในมือ เราก็ควรนำมันมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการฝังชิปที่ลูกบอลหรือว่ากล้องคอยดูว่าข้ามเส้นไปหรือยัง” มิโรสลาฟ โคลเซ ดาวยิงทีมชาติเยอรมนี ให้ความเห็น
อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าทุกคนจะคิดเหมือนกันหมดเสมอไปแซร์จิโอ โรเมโร ผู้รักษาประตูทีมชาติอาร์เจนตินา คือหนึ่งในนักเตะที่ค้านหัวชนฝากับเทคโนโลยี โดยเชื่อว่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้กีฬาไล่หวดลูกหนังขาดเสน่ห์ลงไปไม่น้อย
นายศักดา เศลาอนันต์ วิทยาศาสตร์การกีฬา(วท.บ.) ชั้นปีที่ 4
รหัสนิสิต 50010520533
ดีใจที่นำเสนอได้เป็นอย่างดี
เป็นแนวคิดที่น่าสนใจ
แต่กีฬา ที่เกิดจาก ฟุตบอล
ได้แก้ไขมานานแล้ว และเป็นแบบอย่างให้กีฬาอื่น ๆ
หันมาพิจารณา
ทุกคนที่มีปัญหา
ผู้ตัดสิน จะสอบถามผู้กำกับเส้น
และเมื่อไม่แน่ใจ ก็ขอให้เปิด
จอดู ดูภาพวิดิทัสน์ทุกมุมจึงตัดสินใจ ว่า ได้ทรัย หรือ ไม่ได้ทรัย
ฝ่ายรับก็ แฮปปี้ ฝ่ายรุก ก็แฮปปี้ WIN WIN ทั้งคู่
ดีใจที่นำเสนอได้เป็นอย่างดี
เป็นแนวคิดที่น่าสนใจ
แต่กีฬา ที่เกิดจาก ฟุตบอล
คือ รักบี้ฟุตบอล
ได้แก้ไขมานานแล้ว และเป็นแบบอย่างให้กีฬาอื่น ๆ
หันมาพิจารณา
ทุกครั้งที่เกิดปัญหา
ผู้ตัดสิน จะสอบถามผู้กำกับเส้น
และเมื่อไม่แน่ใจ ก็ขอให้เปิด
จอดู ดูภาพวิดิทัศน์ทุกมุมจึงตัดสินใจ ว่า ได้ทรัย หรือ ไม่ได้ทรัย
ฝ่ายรับก็ แฮปปี้ ฝ่ายรุก ก็แฮปปี้ WIN WIN ทั้งคู่
ก็ไม่เห็น น่าเบื่อ หรือ ทำให้เกมช้าลงแต่อย่างไร
พิจารณาดูนะ