เวลาไปอบรมที่ไหน สอนที่ไหน ผมจะชอบยกกรณีศึกษา Appreciative Inquiry ที่ผมกับลูกศิษย์เคยทำมา สิ่งที่ผมต้องตอบคำถาม “ที่ดูเหมือนว่าตอบไม่ได้” อยู่บ่อยๆ คือ ไอ้ที่มัน work น่ะ เพราะอะไร มีเหตุมีผลไหม...ทำไมอาจารย์ดูพูดไม่มีเหตุผลเลย...
ใจเย็นครับ ลองดูเหตุผลที่ผมว่าผมก็มีน่ะหน่อย ผมว่าผมมีเหตุผลนะ และตอบคำถามได้ด้วย
หลักการ “ตอบคำถาม” ของผมคือ “เคยทำอย่างไร เห็นผลอย่างไร ตอบอย่างนั้น ได้ยินมาอย่างไร เล่าเท่านั้น ผมจะไม่เดาครับว่าเพราะอะไร ”
ในมุมมองของผมและกัลยาณมิตรด้านวิชาการหลายท่าน การทำ AI นี่มันก็สุดๆ อธิบายยากอยู่แล้ว ขืนตีความเข้าข้างตัวเองมากๆ ก็ไม่เป็นผลดีต่อใครเลยครับ แนวทางผมคือผมไม่ตีความหาเหตุผล เกินกว่า เหตุ และ ผล ที่เห็นประจักษ์กับตา
โดยผมจะดูจากที่ผมเห็นกับ “ตา” หรือได้ยินจาก “ปาก” ผู้มีส่วนร่วมโครงการที่ไปเห็นกับ "ตา" โดยตรงเท่านั้น
............................................................
ตัวอย่างล่าสุด ผมเล่าว่า มีเภสัชกรรายหนึ่ง มีปัญหาว่ามีปัญหาว่าถูกตัดงบ..เลยงานนิทรรศการไม่ได้ แต่ก็ต้องเพิ่มยอดขาย..มาปรึกษากัน..เลยเล่าให้ฟังเรื่อง ผู้ชาย (คุณหมอที่จะเข้าไปคุยเป็นผู้ชาย) โดยธรรมชาติผู้ชายจะชอบเป็นหัวหน้าเผ่า ถ้าคุณไปขอ ฮอร์โมนโด๊ปปามีนจะพุ่งปรี๊ด เขาจะรู้สึกดี และ “ให้คุณ” ครับ เรื่องนี้อ่านมาจากเล่มนี้

เลยอยากเอามาลองใช้ดู ปรากฏว่าไปเธอขอแล้วโดยบอกเหตุผลตรๆว่าถูกตัดงบครับ.. “ได้เฉยเลย”ครับ ขอซื่อๆ บอกเหตุผล เคยใช้เงิน ตอนนี้ไม่ต้องใช้แล้วไป..ดูไม่มีเหตุผลเลยแต่ก็ได้ครับ...ผมเองก็มีประสบการณ์แบบเดียวกัน..เคยขอเรื่องยากๆ จากสุภาพบุรุษหัวหน้าเผ่า (คณบดี)..ที่ผมเคยว่าให้แรงๆ ให้ขายหน้าต่อหน้าอาจารย์ด้วยกัน ..พอขอ..ก็ได้ครับ..ประมาณว่า “ถ้าเอ็งกล้าขอ..ข้าก็กล้าให้”
ผมเริ่มถามคนหลายคน แม้กระทั่งล่าสุดเป็น MD บริษัทแห่งหนึ่ง ในกรุเทพ ก็ยืนยันกับผมครับ...
ถามว่านี่คือเหตุผลไหม...ผมว่าอาจอธิบายด้วยคำพูดไม่ได้...อาจมองเป็นปรากฏการณ์มากกว่า...
ถ้าจะให้ตอบว่า “เขาคงพอใจ...มั๊ง” ผมไม่ตอบครับ...นี่คือการเดา...เพราะเรามองไม่เห็นว่าอะไรเกิดขึ้นในสมองของเขา
......................................................................
เอ๊างั๊นก็ไปถามสิ...ว่า..ทำไม..ถึงให้...
ได้ครับ...หลายคนถามได้..แต่หลายคนเราก็ไม่สะดวกที่จะถามครับ..เช่นเป็นอาจารย์ผู้ใหญ่..ไปถามก็กลัวเคือง ไปรบกวนครับ...
ในกลุ่มของเรา..ถ้ามันยุ่งยาก..ยังไม่สะดวกใจ..เราจะไม่คาดคั้นไปถามกันครับ...เราใช้การสังเกตสรุปเป็นเหตุ และผล (ถ้าทำอย่างนี้ จะได้อย่างนี้) เพราะบางทีก็เพียงพอที่จะเอาไปใช้งาน ยิ่งกรณีนี้ ใช้ได้ข้ามอุสาหกรรม ข้ามจังหวัด ข้ามวงการ ทำอย่างเดียวกัน คล้ายๆกัน ผมก็มองเห็นความเข้มข้นของมัน ก็เพียงพอที่จะบอกได้ว่ามันเป็นเหตุเป็นผลอยู่ หลายครั้ง ผมก็ไม่ได้ไปสืบค้นต่อ เพราะมีเรื่องอื่นต้องทำอีกมากๆครับ ใครสนใจจะหาเหตุผลอีกก็ไม่ว่ากัน
แต่หลายกรณีก็ถามได้ครับ...เช่นกรณีของลูกศิษย์ของผมรายนี้ ไปถามคุณแจ๋วแหว๋วว่าทำไมถึงเลือกมาทำ AI Project กับผม...ผมก็พึ่งรู้เหตุผลครับ..เพราะผมก็ไม่เคยคิดไปถามเธอ..เป็นลูกศิษย์อีกคนถามมาครับ ก็จะได้คำตอบที่เป็นคำตอบเฉพาะเหตุการณ์ครับ ส่วนวิธีการขอของผมก็ตรงกับเหตุการณ์ที่คนอื่น (ลูกศิษย์) ผมไปถามมาครับ
เรื่องการขอให้ได้สิ่งที่ต้องการนี่ ผมทำสำเร็จมาก่อน ผมเลยเกิดแรงบันดาลใจ ช่วยลูกศิษย์ให้ตั้งกลุ่มจิตวิทยาการขอ (คุณไพรรัชน์) และกลุ่มคุณอร (ใน facebook) ขึ้นมาครับ...เราสังเกตในเชิงปรากฏการณ์โดยอาศัยเครื่องมือ AI ครับ.ลองเข้าไปดูปรากฏการณ์..บางอันเป็นการสังเกต...บางอันก็เกิดจากการถาม...เป็นปรากฏการณ์นับร้อยครับ
ลองผสมผสานกันดูนะครับ..จะเกิดประโยชน์มากๆ
เหตุ กับ ผลมันอยู่ในนั้นครับ..
ถ้าจะถามผมอีกว่าทำไม แล้วผมดูตอบไม่ได้ถูกใจ...อย่ารีบขัดเคืองกับคำตอบ เพราะบางเรื่องก็พึ่งเจอเป็นครั้งแรก เมื่อไม่นานนี้ครับ เพราะฉะนั้นจะตอบ เท่าที่เห็นครับ...ไม่เดา (Over interpretation) เป็นอันขาดครับ หรือบางเรื่องเจอมานาน แต่ก็ไม่เคยไปนั่งถาม เพราะไม่สะดวก ด้วยหลายเรื่อง..แต่ก็เอาไปใช้ได้จริงๆ โดยหลายคนมาแล้ว..บางทีเราเลยสรุปว่า นี่เป็นเหตุ เป็นผล..กันอยู่แล้ว...จนบางเรื่องเราไม่ได้ไปถามอีก..ครับ..เลยอาจได้คำตอบให้คุณแบบ..ยังไม่โดนใจนัก..
คุณล่ะ คิดยังไง



