การแพ้ของทีมอังกฤษมีเหตุผลจากอะไร มาจากไหน แก้ไขปัยหา ปัจจัย
อังกฤษต้องแพ้
ถึงตรงนี้ทีมชาติอังกฤษคงรู้สึกโล่งตูดขึ้นเยอะเมื่อเห็นดีเอโก้ มาราโดน่า ออกอาการปี่แตกภายหลังอาร์เจนตินาแพ้ยับเยินต่อเยอรมัน 0-4 เพราะอย่างน้อยใช่ว่าเราจะเจ็บคนเดียว ฮ่า
ไม่มีอะไรต้องเสียใจแล้วล่ะครับสำหรับกองเชียร์สิงโตคำรามเพราะพลพรรคอินทรีเหล็กแสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาดีจริงๆ ดีเกินคาดแบบที่ไม่มีใครคิดมาก่อน
ก่อนฟุตบอลโลก 2010 เริ่มเยอรมันเป็นแค่ตัวเต็งระดับรอง ไม่มีใครกล้าบอกว่าพวกเขาจะมาได้ไกลถึงรอบรองชนะเลิศเมื่อมองที่ตัวผู้เล่นล้วนๆ
ตอนนี้เกจิหน้าแตกเป็นแถว ยกเว้นเจ้าปลาหมึกพอลซึ่งสวนทางโด่งดังเป็นพลุแตก ฮ่า
ใครจะคิดว่าคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟแพร์ แมร์เตซัคเกอร์กับอาร์เน่ ฟรีดริช จะจับคู่ได้อย่างเหนียวแน่นดีที่สุดในบอลโลกคราวนี้ด้วยซ้ำหากว่ากันตามตรง
ใครเล่าจะมองว่าซามี่ เคดิร่า สามารถก้าวมาแทนมิชาเอล บัลลัค ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สำคัญทำให้เกมมันไหลลื่นราวคนเจนสังเวียน
ใครจะคิดว่าสามตัวรุกอย่างโธมัส มุลเลอร์, เมซุต โอซิลและลูคัส โพดอลสกี้ จะโคตรมหากาฬเลยเป็นกลไกลสำคัญต่อความสำเร็จครั้งนี้ของทีม ทั้งยิงทั้งจ่ายกระทั่งสเปนที่ว่าแน่ยังต้องอาย
สาเหตุนี้เองที่ทำให้นักวิเคราะห์อังกฤษหยิบเอามาเป็นประเด็นว่าถ้าสิงโตอยากกลับมาคำรามเห็นทีต้องดูอริชาวเบียร์เป็นตัวอย่างถึงจะเวิร์ก
กระนั้นโดยส่วนตัวมองว่ามันไม่ใช่เรื่องที่สามารถเสกได้ในระยะสั้นแต่หากมองกันไปไกลๆถึงบอลโลก 2014 หรือยูโร 2016 ก็อาจพอไหวอยู่
ทัวร์นาเมนต์ต่อไปอย่างยูโร 2012 น่าเร็วเกินไปหน่อย
อย่างแรกนักเตะชุดนี้บางรายก็คงต้องเลิกเล่นอาทิเดวิด เจมส์, เดวิด เบ็คแฮมหรือว่าเอมิล เฮสกี้ รวมไปถึงอีกหลายคนที่อยู่ในข่ายครึ่งบกครึ่งน้ำเล่นต่อก็ไม่รู้ว่าไหวหรือเปล่า หากให้เลิกคาเปลโล่จะกล้าหรือเปล่าเช่นกัน
ทั้งจอห์น เทอร์รี่, ริโอ เฟอร์ดินานด์, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, แกเร็ธ แบร์รี่หรือแอชลี่ย์ โคลกว่าถึงยูโร 12 ก็ไม่ต่ำกว่าสามสิบสองซึ่งหากเอาพวกเขาเหล่านี้เป็นแกนดูแล้วก็ไม่วายหายนะเหมือนเดิม
บางทีคาเปลโล่ต้องกล้าแหกดันดาวรุ่งเหมือนที่โยอัคคิม เลิฟทำ
มานูเอล นอยเออร์, เยโรม บัวเต็งและก็แก๊งค์แนวรุกโอซิล, มุลเลอร์ สำรองโทนี่ ครูส, สเตฟาน คีสลิงก์หรือมาร์โก มาริน เลิฟเชื่อมั่นทั้งหมดเลยเรียกมาแอฟริกาใต้ด้วย
ในเมื่อ"เด็กวันนี้เป็นผู้ใหญ่ในภายหน้า"ก็ไม่มีอะไรต้องกลัวอย่างที่เลิฟคิด
เยอรมันชุดนี้มีอายุเฉลี่ยน้อยสุดในทัวร์นาเมนต์และก็แสดงให้แล้วว่าฟุตบอลยุคนี้ต้องใช้พละกำลังความสดมากกว่าประสบการณ์
กระนั้นหากมองที่กลุ่มดาวรุ่งอังกฤษต้องถือว่ายังเป็นรองอยู่เยอะ
ธีโอ วัลค็อตต์ คงได้โอกาสแน่ในครั้งต่อไปแต่หลายคนบอกว่าพัฒนาการระยะหลังชักชะลอไม่พุ่งสูงอย่างที่ควรหรือคนอื่นๆอย่างคีแรน กิ๊บบส์, แจ๊ค รอดเวลล์, แจ๊ค วิลเชียร์, แอนดรูว์ คาร์โรลล์
ถึงบอกว่าเวลา 2 ปีมันเร็วไปและเข้าใจว่าคาเปลโล่ ก็น่ารู้ดีด้วยเพราะอย่าลืมว่าทีมอย่างสเปนหรือฮอลแลนด์ มีกลุ่มผู้เล่นที่ใช้ได้อีก 4-5 ปีเลย
วงการบอลเยอรมันซบเซามานานมีฤดูกาลที่ผ่านมาบาเยิร์น มิวนิค ก้าวไปถึงนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกโดยมีแกนเป็นคนดอยทช์หลายคนก่อนส่งผลดีต่อทีมชาติ
ตรงกันข้ามเวลาทีมอังกฤษเข้าชิงมักเป็นนักเตะต่างชาติทั้งนั้นที่โดดเด่นกลบคนอังกฤษแท้ๆเสียหมด
พื้นฐานจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง การอาศัยโอกาสฉาบฉวยยังไงเสียก็อยู่ไม่ยั่งยืนอยู่แล้ว
ถึงเวลาแล้วล่ะครับทีทุกฝ่ายต้องหันหน้ามาคุยกันเพื่อผลประโยชน์ของประเทศแล้วสักวันสิงโตคำรามจะกลับมาผงาดได้อีกครั้ง
ชันสูตรสิงโต
ฟุตบอลโลกที่ไม่มีชื่อทีมที่เราคุ้นเคยอย่างฝรั่งเศส, อิตาลี ไปจนถึงอังกฤษ ในขณะนี้ สะท้อนถึงความจริงหลายอย่าง โดยเฉพาะวลีที่ว่า "ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า" หากทีมเหล่านั้นไม่มีการเตรียมพร้อมที่ดีพอ
"สิงโตคำราม" ที่ตอนนี้กลับเข้าถ้ำที่รัสเทนเบิร์กหลังพ่ายเยอรมันยับและบินกลับบ้านเป็นที่เรียบร้อยท่ามกลางเสียงวิพากษ์สับแหลกจากในระบบดอลบี้สเตริโอ รอบทิศทาง ไม่เว้นแม้แต่ตัว ฟาบิโอ คาเปลโล่ นายใหญ่ที่สื่ออังกฤษหลายเจ้าเรียกร้องให้ลาออกไปให้พ้นๆ
กุนซือชาวอิตาเลียน เพิ่งคุยกับเซอร์ เดวิด ริชาร์ดส์ บิ๊กบอสของเอฟเอ ก่อนงานแถลงข่าวถึงความเห็นจากนายจ้าง และจนถึงตอนนี้ก็ทำท่าว่าต้องรอกันอีกราวสองสัปดาห์ทีเดียวกว่าจะทราบทุกอย่างชัดเจน
เหตุผลง่ายๆ คือเงินค่าเหนื่อยปีละ 6 ล้านปอนด์ หรือร่วม 300 ล้านบาท ที่คาเปลโล่รับจากงานนี้นั่นเอง ที่ทำให้เอฟเอต้องคิดหาทางออกให้ดีหากต้องการแยกทางเดินกันจริง
สัญญาฉบับปัจจุบันของคาเปลโล่ ยังเหลืออีก 2 ปี จนถึงศึกยูโร 2012 ถ้าเอฟเอ ตัดสินใจลงดาบเชือดเขาเป็นรายแรก เท่ากับการเสียเงินชดเชยก้อนโต เว้นกรณีที่คาเปลโล่ เป็นฝ่ายขอออกเอง ก็คงเหมือนธรรมเนียมทั่วไปที่เขาแทบจะไม่ได้อะไรตอบแทน หรือทางออกสุดท้ายคือการจับมือแยกทางกันด้วยดี พร้อมเงินค่าเสียหายที่ทั้งสองพอใจ นั่นก็เป็นอีกทางที่เกิดขึ้นได้
ชะตากรรมของคาเปลโล่ เลยยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนครับ งานนี้ต้องรอเสียงจากนายจ้างอย่างเดียว แต่ตอนนี้ที่สำคัญกว่าตัวโค้ชกว่าเป็นไหนๆ มันอยู่ที่อังกฤษจะปรับตัวอย่างไรกับการตกรอบในสภาพสุดบู่ ซึ่งมันหมายถึงการปรับทีมถ่ายเลือดใหม่อย่างที่ควรทำได้แล้ว
นักเตะอังกฤษชุดนี้หลายคนอยู่ในสภาพใกล้ปลดระวางหรือต้องพิจารณากันใหม่ หากเอฟเอมองไปไกลถึงอนาคตข้างหน้า นั่นคือศึกยูโร 2012 และบอลโลกอีก 4 ปีข้างหน้าที่บราซิล
ตัวอย่างง่ายๆ ที่เห็นชัดเจนที่สุดก็คือคู่ปรับที่บลูมฟองเทน เยอรมันนั่นล่ะครับ ทีมของ โยอัคคิม เลิฟ ตัดใจไม่พึ่งพาตัวเก๋าเป็นเสาหลักของทีม โดยใช้สายเลือดใหม่ล้วนๆ ผ่องถ่ายเข้ามาสู่ทีมชาติชุดใหญ่ ซึ่งเป็นเรื่องต้องทำไม่ช้าก็เร็วอยู่ดี
ผลที่ออกมาเป็นไงก็รู้กันดี "อินทรีเหล็ก" ไม่กลัวความล้มเหลวใดๆ กับการทดสอบครั้งใหญ่สำหรับบรรดา "ยังบลัด" ต่อให้เยอรมันไปไม่ถึงดวงดาวในปีนี้ ทว่าอนาคตข้างหน้าของพวกเขาถือว่าสดใสมากๆ ทีเดียว
กว่าจะมาถึงตรงนี้ได้ ไม่ใช่ว่าเยอรมันเสกนักเตะพรสวรรค์อย่าง เมซุต โอซิล หรือ โธมัส มุลเลอร์ มาจากหลอดแก้วนะครับ มันมาจากการวางแผนระยะยาวของเดเอฟเบ สหพันธ์ฟุตบอลเยอรมัน กับบุนเดสลีกา ลีกสูงสุดของประเทศโน่น
ทั้งสององค์กร ลงมือจำกัดโควตานักเตะต่างชาติของแต่ละสโมสรให้เหลือเพียงไม่กี่คนต่อทีม อาจมีข้อยกเว้นบ้างแต่ก็ไม่ถือว่ามาก นำไปสู่การแจ้งเกิดของนักเตะรุ่นใหม่ๆ ไปจนถึงพวกมีเชื้อต่างชาติอย่างเติร์ก เช่นกรณีของโอซิล ที่ได้โชว์ฟอร์มให้ต้นสังกัดแต่เป็นดาวรุ่ง
เยอรมันชุดนี้ก็เช่นกันครับ เลิฟลงมือผ่าตัดทีมชุดใหญ่ด้วยความเชื่อมั่น เขาเลือกขุนพลรุ่นใหม่จากชุดแชมป์ยุโรป ยู-21 เมื่อหนึ่งปีที่แล้วติดทีมมาบอลโลก 3 ใน 4 คนนั้นคือ มานูเอล นอยเออร์, โอซิล, ซามี่ เคดิร่า ได้ยืนตัวจริง ขณะที่ปีกตัวจี๊ด มาร์โค มาริน ลงสนามเป็นสำรอง
เพลย์เมกเกอร์ โอซิล ซิวตำแหน่งแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมถล่มออสเตรเลีย ไปครอง ขณะที่เคดิร่า กัปตันทีมชาติชุดเล็ก เข้ามาแทน มิชาเอล บัลลัค ที่บาดเจ็บ ส่วนนอยเออร์ กลายเป็นมือหนึ่งในบอลโลกทั้งที่ติดธงยังไม่ถึง 10 นัด
อีกคนที่มีบทบาทในแอฟริกาใต้ด้วยก็คือ เยโรม บัวเต็ง ดาวเตะเชื้อสายกานา และเดนนิส อาโอโก้ ของฮัมบูร์ก โดยรายสุดท้ายยังไม่ค่อยได้รับบทบาทเท่าไหร่
ยิ่งกว่านั้น เยอรมันยังได้รุ่นสองที่ทำศึกรอบคัดเลือกยูโรรุ่นเล็กหนต่อไปอย่าง โธมัส มุลเลอร์, โฮลเกอร์ บาดสตูเบอร์ และโทนี่ โครส มาเสริมทีมลุยบอลโลกอีก ผลงานของมุลเลอร์โดดเด่นเกินอายุอย่างไร ข้อนี้นักเตะอังกฤษคงทราบดี
ขณะที่อังกฤษ ซึ่งเป็นคู่ชิงฯ ของเยอรมันเมื่อปีที่แล้ว เติบโตสู่ทีมชุดใหญ่ได้สองคนคือ เจมส์ มิลเนอร์ มิดฟิลด์จอมขยันจากแอสตัน วิลล่า และโจ ฮาร์ท นายประตูของแมนฯ ซิตี้ ที่รับบทฮีโร่ในรอบตัดเชือกกับสวีเดนในฐานะมือสามรองจาก เดวิด เจมส์ และโรเบิร์ต กรีน
หลายๆทีมอย่างอิตาลี, เซอร์เบีย และสเปน ก็ดึงสายเลือดใหม่มาเสริมเช่นกัน แต่ถ้าดูผลงานแล้ว ยังไงชั่วโมงนี้ก็ต้องยกให้อินทรีเหล็กที่ทำได้แจ๋วกว่าเพื่อน เพราะสายเลือดใหม่ชุดนี้นอกจากได้แชมป์ยุโรปรุ่นอายุ 21 แล้ว ขุนพลรุ่น 19 และ 17 ปี ก็ทำตามได้แบบเดียวกันในช่วงหนึ่งปีก่อนหน้า
ย้อนกลับไปที่อังกฤษอีกครั้ง เพราะผลจากการหลั่งไหลเข้ามาของสตาร์ต่างชาตินั่นเอง ที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงการทีมชาติอย่างช่วยไม่ได้
ปัญหาของอังกฤษที่หมักหมมมานานหลายปี คือทำอย่างไรถึงจะดึงเอาเด็กที่มีศักยภาพมาใช้งานในทีมชาติชุดใหญ่ได้อย่างเต็มที่เสียที แน่นอนว่าตำแหน่งเบอร์หนึ่งที่คาเปลโล่มอบหมายให้กรีน ตามด้วยเจมส์ ในทัวร์นาเมนต์นี้ถือเป็นเรื่องน่าผิดหวังของทั้งสอง เมื่อนายด่านเวสต์แฮม พลาดซองแตกรับบอลหลุดมือในเกมแรกกับสหรัฐฯ ส่งผลต่อเนื่องทั้งอนาคตของตัวเองและทีม
ขณะที่เจมส์ เข้ามาแทนตั้งแต่เกมสองกับแอลจีเรียและสโลวีเนีย แม้ไม่เสียประตูแต่นัดสุดท้ายกับเยอรมันก็โดนไปถึง 4 ลูก อายุอานามก็ปาเข้าไปเลข 4 แล้ว คงถึงเวลาปลดประจำการเสียที
เบอร์หนึ่งคนต่อไปคงไม่มีใครค้านหากจะเป็น โจ ฮาร์ท หรือจะลองย้อนกลับไปหาตัวช่วยที่ พอล โรบินสัน ที่โดนกาชื่อออกจากทีมชุดนี้ทั้งที่ฟอร์มน่าจับตากับแบล็คเบิร์นก็ยังไม่น่าเกลียด
เซนเตอร์แบ็กคู่ของ จอห์น เทอร์รี่ กับ ริโอ เฟอร์ดินานด์ มีสิทธิ์รับใช้ชาติต่อไปหากสภาพยังไหว อย่างน้อยก็ศึกยูโรรอบคัดเลือกที่รออยู่ ในเวลาเดียวกัน อังกฤษก็ควรลองอะไรใหม่ๆ เช่นร็อดเวลล์ เด็กสร้างของเอฟเวอร์ตันที่ฟอร์มดีเมื่อซีซั่นล่าสุด แถมยังเล่นได้หลากหลายตำแหน่งนอกจากกองหลัง
ฟูลแบ็กทั้งสองข้าง แอชลี่ย์ โคล ยังเหนียวแน่นพอไว้ใจได้ ส่วนฝั่งขวา เกล็น จอห์นสัน ปัญหาของเขาก็คือเรื่องเดิมๆ นั่นคือเกมรุกเด่นแต่เกมรับยังมีช่องโหว่ให้เห็นเยอะ เรียกว่าช่วง 1-2 ปีนี้หากมีใครเด่นขึ้นมา ตำแหน่งตัวจริงของจีเจ อาจสั่นคลอนได้
แผงกลางซึ่งถือว่าเป็นโกลเดน เจเนอเรชั่นส์ ทั้ง สตีเว่น เจอร์ราร์ด, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, โจ โคล ต่างมีวัยเลยหลัก 30 กันหมดแล้วหากทีมผ่านเข้าหนหน้าที่บราซิล นั่นหมายถึงสัญญาณเตือนให้เริ่มมองหาตัวแทนเช่นกัน กรณีเดียวกับ แกเร็ธ แบร์รี่ ที่ไม่ฟิตเลยในเวิลด์ คัพ หนนี้ แต่คาเปลโล่เสี่ยงเลือกติดทีมมาพร้อมกับ เล็ดลี่ย์ คิง
ผลที่ออกมาก็เห็นกันชัดเจนว่า มิดฟิลด์จากเรือใบสีฟ้า ยังไม่ฟิตเต็มร้อย อาการเจ็บข้อเท้าเรื้อรังทำให้แบร์รี่ไม่กระฉับกระเฉงเหมือนเดิม ยิ่งเกมสุดท้ายที่เจอ เมซุต โอซิล กระชากตรงริมเส้นด้านซ้าย ช่วยยืนยันข้อสงสัยนั้นให้ชัดเจนขึ้น
ริมเส้นทั้งสองด้าน ต้องมีเลือดใหม่อย่าง เจมส์ มิลเนอร์ และ อารอน เลนน่อน ที่รายหลังยังระเบิดฟอร์มไม่ได้เต็มที่หลังเจ็บเรื้อรัง ขณะที่ อดัม จอห์นสัน ปีกดาวรุ่งที่ฟอร์มเยี่ยมในครึ่งฤดูกาลหลังตอนย้ายจากมิดเดิ้ลสโบรช์ไปแมนฯ ซิตี้ ควรกลับมามีชื่อเพื่อเพิ่มเพดานบินเช่นกัน ที่ขาดไม่ได้คือกองหน้า ซึ่ง เวย์น รูนี่ย์ จะยังเป็นแกนหลักต่อไปทั้งในศึกยูโร และบอลโลกหนหน้าที่เขาจะอายุแค่ 28 ปี
คำถามมันอยู่ที่ใครจะมาช่วยแบ่งเบาภาระในเกมรุกของเขามากกว่า เพราะนอกจากบอลโลกหนนี้จะน่าผิดหวังโดยส่วนตัว สาเหตุที่รูนี่ย์ ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจก็น่าจะมาจากเพื่อนร่วมทีมที่พากันออกทะเลหมด
ไม่ว่าจะเป็น เอมิล เฮสกี้ ที่คาเปลโล่ ไว้วางใจให้ยืนตัวจริงกับสหรัฐฯ ทั้งที่เจ้าตัวแทบไม่ได้ลงเล่นให้ แอสตัน วิลล่า อีกทั้งสถิติการพังประตูคู่แข่งที่ย่ำแย่ ก็น่าทำให้เขาหลุดทีมชาติไปอย่างถาวรในรายการต่อไป
เจอร์เมน เดโฟ และ ปีเตอร์ เคร้าช์ อาจยังมีลุ้นอยู่หากรักษาฟอร์มกับสเปอร์ส ให้ต่อเนื่อง แต่ก็ต้องแน่นอนกว่านี้ กรณีเดียวกับ ธีโอ วัลค็อตต์ หากมีโอกาสพัฒนาฝีเท้าให้ดีกว่าที่เป็นอยู่กับอาร์เซน่อล ดาวเตะที่เคยเป็นความหวังของแฟนอังกฤษ ยังมีสิทธิ์คัมแบ็กสู่ทีมได้หลังจากความผิดหวังที่โดนตัดออกจากทีมชุดลุยแอฟริกา
อังกฤษมีตัวเลือกที่ซ่อนอยู่อีกพอสมควรครับ เช่นรายของ แจ็ค วิลเชียร์ ไอ้หนูของอาร์เซน่อล ที่สื่อผู้ดีเคยเชียร์ให้คาเปลโล่เรียกติดธงชุดใหญ่เมื่อปีที่แล้วนั่นไง หนุ่มน้อยจากทีมปืนใหญ่ เข้าสังกัดสโมสรแห่งลอนดอนเหนือตั้งแต่ปี 2001 ตอนอายุแค่ 9 ขวบ และได้รับการฟูมฟักอย่างดีจาก เลียม เบรดี้ และ อาร์แซน เวนเกอร์ จนมีชื่อในทีมสำรองตั้งแต่อายุ 16 ก่อนไต่เต้าขึ้นมาสู่ชุดใหญ่ รวมทั้งเป็นเจ้าของสถิติลงเล่นบอลลีกด้วยอายุน้อยสุดของอาร์เซน่อลในปี 2008 ตอนอายุได้ 16 ปีกับอีก 256 วันในตอนนั้น
วิลเชียร์ ค่อยๆ โชว์ผลงานทั้งในทีมเยาวชนและชุดใหญ่ โดยหนึ่งในนั้นคือการนำอาร์เซน่อลชุดเล็กซิวแชมป์ เอฟเอ ยูธ คัพ จนขึ้นไปติดทีมชาติรุ่นยู-21 แล้ว ชื่อต่างๆเหล่านี้ต่างเป็นอนาคตใหม่ของสิงโตคำรามทั้งสิ้น อยู่ที่ว่าพวกเขาจะได้รับโอกาสเร็วแค่ไหน เพื่อขึ้นมาทดแทนคนรุ่นเก่าที่กำลังถดถอย
อีกประเด็นหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้ นั่นคือการวางแผนจัดการที่ดีจากเอฟเอ ไปจนถึงพรีเมียร์ลีก ที่ต้องจับมือทำงานให้ลงตัว ไม่เว้นแม้แต่เรื่องโควตาต่างชาติในลีกตัวเองที่ส่งผลกระทบชิ่งต่อเนื่องมาจนถึงทีมชาติตัวเองอย่างที่เห็น

นางสาววรัญญา คำภูเวียง
รหัสนิสิต 50010510034 ปี 4 (SS)
เยอรมันมีความหลากหลายกว่า อังกฤษยังเล่นบอลแบบเดิม ออกปีกเข้ากลางถูกทางเยอรมันที่กลางแน่น
กองหน้าใช้โอกาสไม่เปลืองเหมือนอังกฤษที่ปั้นบอลมากไป สัญชาตญาณศูนย์หน้าต้องยิงประตู
แต่อังกฤษไม่มีโอกาสยิงประตูเพราะกองกลางสู้เยอรมันไม่ได้