มนตรา...ราตรี ยังคงมีอิทธิพลต่อคนเหงา ยามอาทิตย์ลับลา...ดาราพราว ร้องรอยแห่งความเหงาก็เข้ามา ลำนำแห่งรัตติกาล บรรเลงผ่านบทกวีอันมีค่า ทุกอักษรซ่อนรสพจนา ล้วนถ้อยคำล้ำค่าแห่งอารมณ์ ฉันเขียนบทกวี ในราตรีเงียบเหงา...เศร้าผสม มีเพียงหยาดน้ำค้างที่พร่างพรม ปลอบประโลมความเหงาให้เบาบาง เพียงต้องการผ่อนปรน ความหมองหม่นในใจลงไปบ้าง รอยจารึกตรึกเตือนอย่างเลือนลาง หวังเพียงความอ้างว้าง...จะจางไป กิ่งไผ่...ใบหลิว
ความอ้างว้างมาได้ก็ไปได้
อยู่ที่ใจของเราอย่าให้เหงา
มีความสุขกับชีวิตเป็นอย่างเรา
โฮ่งๆๆๆ เหงานักเห่าใส่เลย
เหงา...ใช่ไหม
ขอมาเป็น เพื่อนใจ ให้คลายเงา
มรสุม หนักเพียงไหน คลายให้เบา
เพียงใจเรา รู้ผ่อนวาง สะสางใจ
ไม่ได้มาแซวกลอนของพี่กิ่งไผ่ใบหวิว อิอิ ใบหลิวนานแล้วน่ะค่ะ
ภาพสวยจังเลย แต่มีหัวกะโหลกในไวโอลินด้วย
มาชื่นชม คำประพันธ์ จะเขียนตอบ ก็ ง่วง...เหลือเกิน ติดไว้ก่อนค่ะ
ดูกลอนพี่ครูปอหนึ่งสิ
เจ้าแม่กลอนจริง ๆ เลย
อิอิ ลูกกลอนอย่างกอมาลงด้วยพอไหวน่ะค่ะ
พี่กิ่งไผ่ฯไม่ได้เข้ามาซะนาน...
ดีใจนะคะที่ยังมีเพื่อนๆคอยเป็นกำลังใจให้เหมือนเดิม
น้องกอสบายดีนะ....คิดถึงนะคะ
มาเมื่อไหร่...ได้กำลังใจจากพี่ที่น่ารักคนนี้เสมอ
ขอบคุณนะคะ
มาอ่านบทกลอนเพื่อเพิ่มความเหงาให้ตนเองครับ
ขอบคุณค่ะที่ยังเป็นกำลังใจให้น้องคนนี้เสมอมา
แอบไปอ่านบันทึกของครูอ้อยมาด้วยนะ
ขอบคุณมากค่ะที่เข้ามาเยี่ยม...พร้อมกำลังใจ
ความเหงาบางครั้งมันก็เป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์กับเรานะคะ
ขอบคุณที่มาเยี่ยมค่ะ
สวัสดีค่ะ เพิ่งเจอบล็อคนี้
พอดีเห็นบทกวีก็ลองแวะมาอ่าน
ไม่ผิดหวัง รู้สึกได้ว่าผู้แต่งช่างจินตนาการ
ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกได้ชัด
หรือกลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจจริง ๆ
อ่านแล้วสงสารคนเหงา เหมือนต้องการใครสักคนเป็นเพื่อนคลายเหงา
บ้านกลอนเล็กๆของคนเหงายินดีต้อนรับค่ะ
จริงๆแล้วเขียนบล็อกไว้นานแล้วละ...แต่ช่วงนี้ไม่ได้เข้ามาเลย
ถ้าชอบ...ลองไปอ่านบทเก่าๆดูนะคะ
เหงา ๆ ก็เอารักมาฝาก ... หายเหงา ก็ส่ง ข้าว มาเติมพลัง
หายเงียบ ร้องตะโกนบอกดังๆ ... คิดถึงจริง คิดถึงจัง นะคนดี
...
ราตรีนี้ มีแต่คนเหงาๆ กระซิบบอกดวงดาว ว่า ฝันดีนะคะ ;)