๑. บทนำ

เมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๓ เวลา ๒๐.๔๒ น. คุณนนทกร  โรจน์อุ่นวงศ์ บรรณาธิการหนังสือรพีของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปี พ.ศ.๒๕๕๓ ได้มีอีเมลล์มาขอให้ผู้เขียนเขียนบทความสักหนึ่งบทเพื่อลงในหนังสือรพีประจำปีนี้  โดยกำหนดให้เขียนถึง “วิวัฒนาการทางสิทธิมนุษยชน (กว่าจะได้มาซึ่งสิทธิมนุษยชน) เพื่อโยงให้เห็นความสำคัญของสิทธิมนุษยชน และแนวโน้มในอนาคตที่จะเกิดขึ้น (ทั้งในมุมที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และมุมของสิ่งที่ควรจะเป็น)

ผู้เขียนใช้เวลาอยู่นานเพื่อคิดถึงเรื่องที่ควรจะหยิบยกมาเขียนในโอกาสที่เราระลึกถึงพระบิดาแห่งกฎหมายไทย แต่ในที่สุด ก็ตัดสินใจจากประเด็นความคิดที่ถูกจุดโดยคุณนนทกร ซึ่งกล่าวในอีเมลล์อีกว่า “อนึ่ง  ในโอกาสที่อ.แหววได้รับรางวัล“ผู้อุทิศตนเพื่อสิทธิมนุษยชน” จึงอยากให้บทความดังกล่าวเป็นองค์ความรู้ให้แก่สังคม และเสมือนบทความที่อาจารย์เขียนเนื่องในโอกาสที่ได้รับรางวัลดังกล่าวด้วย”  ผู้เขียนจึงตัดสินใจในที่สุดที่จะเขียนถึง “วิวัฒนาการของกฎหมายไทยว่าด้วยสิทธิมนุษยชนในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมาย (Right to Legal Personality) ซึ่งด้วยความพยายามเพื่อสร้างความเข้าใจต่อสังคมไทยถึงความมีอยู่ของสิทธินี้สำหรับมนุษย์ทุกคนบนแผ่นดินไทยตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๓๔ เป็นต้นมา ได้ทำให้ผู้เขียนได้รับรางวัลจากหลายสถาบัน ท้ายที่สุด จากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในวันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๓ ในเหตุผลที่เป็น “ผู้อุทิศตนเพื่อส่งเสริมปกป้องและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนด้านสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์” มายาวนาน

มนุษย์ที่มีลมหายใจบนแผ่นดินไทยซึ่งเสี่ยงต่อการเข้าไม่ถึงสิทธิมนุษยชนและถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ก็คือ กลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งโดยธรรมชาติของเรื่อง ตกเป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศไทย ผู้เขียนพบเกือบทุกครั้งในงานวิจัยว่า ระบบกฎหมายไทยมิได้ปฏิเสธสิทธิมนุษยชนของมนุษย์ในประเทศไทยเลย ความเป็นคนชาติพันธุ์มิได้ถูกกฎหมายนำมาเป็นข้อจำกัดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานแต่อย่างใด  งานวิจัยของผู้เขียนตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันชี้ว่า ข้อจำกัดในสิทธิมนุษยชนของมนุษย์ในสังคมไทยมีที่มาจากหลายสาเหตุ กล่าวโดยรวมก็คือ  (๑) อาจมาจากความไม่ชัดเจนหรือบกพร่องของข้อกฎหมายเฉพาะเรื่อง (๒) อาจมาจากความไม่เข้าใจของมนุษย์ผู้เป็นเจ้าของปัญหาหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง (๓) อาจมาจากอคติของมนุษย์ผู้เป็นเจ้าของปัญหาหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง และ (๔) อาจมาจากความไม่สุจริตของผู้เป็นเจ้าของปัญหาหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง

ท่ามกลางปัญหาสิทธิมนุษยชนด้านสิทธิทางแพ่งหรือพลเมือง (Civil Rights) และสิทธิทางการเมือง (Political Rights) ซึ่งเป็นประเด็นในชีวิตประจำวันที่เกิดแก่มนุษยชนตั้งแต่เกิดจนตาย  รัฐไทยมีทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวในการรักษาการตามสิทธิมนุษยชนดังกล่าวให้แก่มนุษย์ที่มีลมหายใจบนแผ่นดินไทย  และสิ่งที่น่าจะหยิบยกมาทำความเข้าใจกับสังคมไทยในลักษณะของการถอดบทเรียนร่วมกับสังคมไทย ก็คือ ความล้มเหลวในวันแรกอาจหมายถึงความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในปัจจุบัน ในขณะที่ความยิ่งใหญ่ในอดีตอาจหมุนกลับมาเป็นความล้มเหลวที่ร้ายแรงในปัจจุบัน หากคำว่า “สิทธิมนุษยชน” ไม่ถูกเข้าใจอย่างที่ควรจะเป็น และหากการจัดการปัญหาเป็นไปอย่างผิวเผินและซุกฝุ่นไว้ใต้พรม

เพื่อเขียนบทความลงหนังสือรพีประจำ พ.ศ.๒๕๕๓ ผู้เขียนจึงตัดสินใจในที่สุดที่จะนำข้อมูลบางส่วนจากผลการวิจัยเพื่อสรุปสถานการณ์สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองของคนชายขอบเพื่อเสนอต่อคณะกรรมส่งเสริมการอนุวัติตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง[1] มาพัฒนาเป็นบทความสั้นๆ ตรงไปตรงมาเกี่ยวกับ “๑๐ สถานการณ์เด่นในช่วง พ.ศ.๒๕๔๘ – ๒๕๕๑ ซึ่งรัฐไทยได้ทำเพื่อรับรองสิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมายให้แก่มนุษย์ในสังคมไทย”

เรื่องของการรับรองสิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมายเป็นเรื่องที่ยากจะทำ แต่รัฐไทยก็ทำได้อย่างสำเร็จตั้งแต่ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยเสียด้วยซ้ำไป และในหลายประเทศ การกระทำเพื่อการนี้ไม่อาจเปลี่ยนผ่านโดยไม่เสียเลือดเนื้อและชีวิต คำว่า “ทาส” เป็นเรื่องที่ชอบด้วยกฎหมายในอดีต การเลิกทาสในหลายประเทศนำไปสู่สงครามกลางเมือง แต่สำหรับประเทศไทย การเลิกทาสเกิดขึ้นอย่างละมุนละม่อม อาจมีความไม่พอใจของเจ้าของทาส แต่ก็มิได้นำไปสู่การขัดขืนและการใช้กำลังบังคับ  

ในลำดับต่อไป เราจึงมาศึกษากันทีละประเด็นถึงสถานการณ์เด่น ๑๔ สถานการณ์ซึ่งรัฐไทยทำเพื่อรับรองสิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมายให้แก่มนุษย์ในสังคมไทย แต่ก่อนที่จะกล่าวถึงสถานการณ์เด่นแต่ละสถานการณ์ เราควรเข้าใจถึงคำนิยามของคำว่า “สิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมาย” และ พันธกรณีของรัฐไทยใน “การรับรองสิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมาย” เสียก่อน

 ...........

อ่านต่อจนจบที่นี่ค่ะ

http://www.archanwell.org/office/download.php?file=660.pdf&fol=1

................


[1] กรอบการศึกษาเป็นไปตาม (๑) คำสั่งคณะกรรมส่งเสริมการอนุวัติตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ที่ ๓/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๑ เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาสถานการณ์สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองของคนชายขอบ และ (๒) คำสั่งคณะกรรมส่งเสริมการอนุวัติตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ที่ ๒/๒๕๕๒ ลงวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๒ เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาสถานการณ์สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองของคนชายขอบ

อำนาจหน้าที่ของคณะอนุกรรมการศึกษาสถานการณ์สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองของคนชายขอบมีดังต่อไปนี้ (๑) ศึกษาและประมวลศึกษาสถานการณ์สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองของคนชายขอบในประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (๒) ให้ข้อคิดเห็นและหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองของคนชายขอบต่อคณะกรรมการเพื่อส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติ (๓) รายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการ (๔) ปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมาย (๕) เสนอการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อการศึกษาสถานการณ์สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองของคนชายขอบหรือปฏิบัติงานอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

บุคคลซึ่งร่วมศึกษาประกอบด้วย (๑) รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (๒) นางสาวบงกช นภาอัมพร สำนักงานสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล (๓) นางสีน้อย เกษมสันต์ ณ อยุธยา อดีตเลขาธิการสำนักงานเยาวชนแห่งชาติ (๔) นายวีนัส สีสุข กรมการปกครอง (๕) นายอุดมเขต ราษฎร์นุ้ย กรมการปกครอง (๖) นางสาวดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล สถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อการเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ (๗) นายฉัตรชัย บางชวด สภาความมั่นคงแห่งชาติ (๘) นายณัฐพล สิงห์เถื่อน มูลนิธิกระจกเงา สำนักงานระนอง (๙) นายปราโมทย์ แสนสวาสดิ์ มูลนิธิกระจกเงา สำนักงานระนอง (๑๐) นายชาญวิทย์ สายวัน มูลนิธิกระจกเงา สำนักงานระนอง (๑๑) น.ส.อรัญ มีพันธ์ มูลนิธิกระจกเงา สำนักงานระนอง (๑๒) น.ส.ฤทัยรัตน์ นพฤทธิ์ มูลนิธิกระจกเงา สำนักงานระนอง (๑๓) นายภควินท์ แสงคง โครงการการแก้ปัญหาคืนสัญชาติคนไทย จ.ระนอง ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ (๑๔) นายอนันทชัย วงศ์พยัคฆ์ โครงการการแก้ปัญหาคืนสัญชาติคนไทย จ.ระนอง ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ (๑๕) นายกิติพงษ์ ศรียาภัย โครงการการแก้ปัญหาคืนสัญชาติคนไทย จ.ระนอง ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ (๑๖) น.ส.วรรณธิดา เมืองแก้ว โครงการการแก้ปัญหาคืนสัญชาติคนไทย จ.ระนอง ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ (๑๗) นายวิฑูรย์ ทับทิมสุวรรณ โครงการการแก้ปัญหาคืนสัญชาติคนไทย จ.ระนอง ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ (๑๘) น.ส.สีดา แสงจันทร์ โครงการการแก้ปัญหาคืนสัญชาติคนไทย จ.ระนอง ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ (๑๙) น.ส.รสิตา ซุยยัง คนไทยพลัดถิ่นไร้สัญชาติจาก จ.มะริด ประเทศพม่า (๒๐) นายสุทิน กิ่งแก้ว คนไทยพลัดถิ่นไร้สัญชาติจาก จ.มะริด ประเทศพม่า (๒๑) นายกฤษฎา ยาสมุทร มูลนิธิพัฒนาชุมชนในเขตภูเขา (๒๒) น.ส. อัจฉรา สุทธิสุทรินทร์ มูลนิธิพัฒนาชุมชนในเขตภูเขา (๒๓) สุภาพรรณ ขวัญทอง กองอำนวยการรักษาความมั่นภายในราชอาณาจักร (๒๔) อาจารย์พจนาถ อินทรมานนท์ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงราย (๒๕) น.ส. สกาวเดือน บุญงาม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย (๒๖) นายสุภินันทชัย แซ่ลี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย (๒๗) บุญ พงษ์มา คลินิกกฎหมายชาวบ้าน (ด้านสถานะและสิทธิบุคคล) อ.แมอ่าย จ.เชียงใหม่ (๒๘) อาจารย์จตุภูมิ ภูมิบุญชู คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก (๒๙) อาจารย์ยอดพล เทพสิทธา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก (๓๐) นายอริยะ  เพ็ชร์สาคร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ (๓๑) Mr. Akio Kawamura สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (๓๒) น.ส. ปิ่นแก้ว อุ่นแก้ว สถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อการเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ (๓๓) น.ส. กิติวรญา รัตนมณี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (๓๔) น.ส.จุฑิมาศ สุกใส (๓๕) น.ส. มณีวรรณ สิงห์ทอง คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก (๓๖) นายชาติชาย อมรเลิศวัฒนา คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อผู้อพยพย้ายถิ่น จ.ระนอง (๓๗) น.ส.ฟองจันทร์ สุขเสน่ห์ คนสัญชาติไทยตามมาตรา ๒๓ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๑ (๓๘) น.ส.ทิพาญาณ ศรีสถิตธรรม มหาวิทยาลัยมหิดล

มีการลงพื้นที่เพื่อการทำจัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus groups) กับกลุ่มเป้าหมาย ดังต่อไปนี้ (๑) ชุมชนมอแกน ณ เกาะช้าง อ.เมือง จ.ระนอง ในวันที่ ๑๒ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ (๒) ชุมชนมอแกน ณ เกาะเหลา อ.เมือง จ.ระนอง ในวันที่ ๑๒ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ (๓) ชุมชนคนไทยพลัดถิ่น ณ บ้านหินช้าง อ.เมือง จ.ระนอง ในวันที่ ๑๒ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ (๔) ชุมชนคนไทยพลัดถิ่น ณ บ้านคลองลอย ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ (๕) ชุมชนคนไทยพลัดถิ่น ณ บ้านหินเทิน ต.ไชยราช อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ (๖) ชุมชนคนไทยพลัดถิ่น ณ บ้านในงั้ว  ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ในวันที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ (๗) องค์กรภาคประชาชน ณ  ศาลาประชาคม ที่ว่าการอำเภอท่าแซะ จ.ชุมพร ในวันที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ (๘) ชุมชนคนไทยพลัดถิ่น ณ บ้านหนองหอยขม อ.ท่าแซะ จังหวัดชุมพร ในวันที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ (๙) ภาคราชการที่ทำงานเกี่ยวข้องกับคนชายขอบ ณ ที่ว่าการอำเภอคุระบุรี จ.พังงา ในวันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ (๑๐) ภาคประชาชน ณ บ้านน้ำเค็ม ต.บางม่าง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ในวันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ (๑๑) ภาคประชาชนที่ทำงานในพื้นที่สึนามิ ณ ห้องประชุมจามจุรี ๒ โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน จังหวัดภูเก็ต ในวันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ (๑๒) คนไร้รัฐไร้สัญชาติที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ในวันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๑ (๑๓) คนไร้รัฐไร้สัญชาติที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ในวันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๑ (๑๔) คนไร้รัฐไร้สัญชาติ กับ ปัญหาที่ดินเขตอุทยานแห่งชาติดอยหลวง ที่บ้านวังใหม่ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง ในวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๑ (๑๕) คนไร้รัฐไร้สัญชาติ กับ ปัญหาที่ดิน บ้านปางแดง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ในวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๑