จากการสืบค้นข้อมูลงานวิจัยเกี่ยวกับภาวะผู้นำ  2  เรื่อง  สามารถสรรุปงานวิจัยได้ดังนี้

งานวิจัยที่  1  ชื่อเรื่องภาษาไทย     รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำทางเทคโนโลยีการศึกษาสำหรับผู้บริหารโรงเรียนสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในภาคใต้
ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ      Development Model of Educational Technology Leadership for School Administrators under the Office of Basic EducationCommission in Southern Thailand

คณะผู้จัดทำวิจัย

  1. ชวลิต เกิดทิพย์, ภาควิชาการบริหารการศึกษา, คณะศึกษาศาสตร์ ม.อ.
  2. ผ่องศรี วาณิชย์ศุภวงศ์, ภาควิชาการบริหารการศึกษา, คณะศึกษาศาสตร์ ม.อ
  3. ชุมศักดิ์ อินทร์รักษ์, ภาควิชาการบริหารการศึกษา, คณะศึกษาศาสตร์ ม.อ.
  4. วสันต์ อติศัพท์, ภาควิชาเทคโนโลยีการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ ม.อ.

 

สามารถสรุปใจความสำคัญได้ดังนี้
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบภาวะผู้นำทางเทคโนโลยีการศึกษาของผู้บริหารโรงเรียนสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในภาคใต้ และเสนอรูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำทางเทคโนโลยีการ ศึกษาสำหรับผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสพฐ. ในภาคใต้ การดำเนินการวิจัยแบ่งเป็นสองระยะ ระยะที่หนึ่งเป็นการวิเคราะห์องค์ ประกอบภาวะผู้นำทางเทคโนโลยีการศึกษาสำหรับผู้บริหารโรงเรียน สังกัด สพฐ. ในภาคใต้ โดยการส่งแบบสอบถามไปยัง กลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นผู้บริหารโรงเรียน สังกัด สพฐ. ในภาคใต้ แล้วนำมาวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ และระยะที่สองเป็น การสร้างรูปแบบโดยอาศัยแนวคิดการสร้างรูปแบบ ทฤษฎีการเปลี่ยนแปลง ทฤษฎีการสร้างสรรค์ด้วยปัญญา และทฤษฎี การเรียนรู้สำหรับผู้ใหญ่ นำไปผนวกกับผลการวิเคราะห์องค์ประกอบในระยะที่หนึ่ง ได้รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำทาง เทคโนโลยีการศึกษาของผู้บริหารโรงเรียนสังกัด สพฐ. ในภาคใต้ จากนั้นนำรูปแบบดังกล่าวไปสัมภาษณ์กลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ และ สนทนากลุ่มกับกลุ่มผู้ปฏิบัติ เพื่อทดสอบและปรับปรุงรูปแบบให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ผลการวิจัยพบว่า

1. องค์ประกอบภาวะ ผู้นำทางเทคโนโลยีการศึกษาสำหรับผู้บริหารโรงเรียน สังกัด สพฐ. ในภาคใต้ ประกอบด้วย 9 องค์ประกอบ ได้แก่

1) กฎระเบียบ และจริยธรรมทางเทคโนโลยีการศึกษา

2) การรู้เทคโนโลยีการศึกษา

3) การจัดการด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี

4) ค่า นิยมและจิตสำนึกต่อองค์กรและสังคม

5) ความรู้ความสามารถพิเศษทางเทคโนโลยี

6) บุคลิกภาพ

7) การบูรณาการเทคโนโลยี เข้ากับการจัดการศึกษา

8) ภูมิหลังทางสังคม

9) การประเมินและการนิเทศ

2. รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำทาง เทคโนโลยีการศึกษาสำหรับผู้บริหารโรงเรียน สังกัด สพฐ. ในภาคใต้ ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ได้แก่

 1) ขั้นรู้และตระหนัก

2) ขั้นประเมินการก่อนดำเนินการ

3) ขั้นดำเนินการเปลี่ยนแปลง

4) ขั้นปรับปรุง

5) ขั้นประเมินหลังดำเนินการ

6) ขั้นคงสภาพ 

งานวิจัยเริองที่  2  เรื่องความคิดเห็นของผู้รับตรวจต่อผู้ตรวจสอบภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ผู้จัดทำ  

สมนึก เอื้อจิระพงษ์พันธ์, สำนักวิชาการจัดการ,มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
วิลาวัณย์ ดึงไตรย์ภพ, สำนักวิชาการจัดการ,มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
นฤมล สุทธิ, ส่วนแผนงาน, มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

การศึกษาครั้งนี้มัวัตถุประสงค์

1.)ศึกษาความคิดเห็นของผู้ตรวจต่อผู้ตรวจสอบภายในด้านต่างๆ คือ ด้านจริยธรรม ด้านภาวะผู้นำ ด้านการปฏิบัติงานการตรวจสอบภายในและด้านให้คำแนะนำ คำปรึกษา

2.)ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความคิดเห็นของผู้ตรวจ ได้แก่ ระดับการศึกษา อายุราชการ ตำแหน่งที่ดำรงอยู่ในปัจจุบัน ระยะเวลาการปฏิบัติงานในตำแหน่งปัจจุบัน การเข้ารับการฝึกอบรม ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับงาน และระบบการบริหารงาน
      ประชากรในการวิจัย คือ ผู้รับตรวจที่ปฏิบัติด้านการเงินบัญชี พัสดุ การบริหารงานตำแหน่งหัวหน้างานคลัง หัวหน้าพัสดุ หัวหน้างานบริหารและธุรการและหัวหน้างานอื่นๆ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำนวนประชากรหน่วยรับตรวจ 111 หน่วยงานๆ ละ 2 คน รวมทั้งสิ้น 222 คน โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงแบนมาตรฐาน และไคว์-สแควร์ ที่นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
      ผลการวิจัยพบว่า ผู้รับตรวจมีความคิดเห็นที่ดีต่อผู้ตรวจสอบภายใน โดยเห็นว่าผู้ตรวจสอบภายใน สามารถให้คำแนะนำ คำปรึกษา รวมถึงแก้ไขปัญหาและข้อเสนอแนะแก่ผู้รับตรวจ ทำให้ผู้รับตรวจปฏิบัติงานได้ถูกต้องตามระเบียบกำหนด นำมาซึ่งประสิทธิภาพประสิทธิผลในการปฏิบัติงาน ปัจจัยที่มีผลต่อความคิดเห็นของผู้รับตรวจต่อผู้ตรวจสอบภายใน คือ ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับงาน และระบบการบริหารงาน สำหรับปัญหาที่พบจากการเข้าไปตรวจสอบต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ของผู้รับตรวจได้แก่ ผู้รับตรวจจะต้องทำงานนอกเวลาราชการ เพราะจะต้องรับการสัมภาษณ์ และหาเอกสารให้ผู้ตรวจสอบ ทำให้เกิดผลเสียหายในระบบงานประจำ บางครั้งในการทำงานของผู้ตรวจสอบภายในอิงระเบียบข้อบังคับมากเกินไป ทำให้เกิดความไม่คล่องตัวในการปฏิบัติงาน ส่วนข้อเสนอแนะคือ ผู้ตรวจสอบควรกำหนดระยะเวลาการตรวจสอบที่แน่นอนและเหมาะสมเพื่อให้ผู้รับตรวจเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน ไม่ล่าช้าอีกทั้งผู้รับตรวจจะได้มีเวลาสะสางงานประจำให้เสร็จสิ้น และไม่เกิดข้อผิดพลาดในการเข้าตรวจสอบ ผู้ตรวจสอบควรปฏิบัติงานด้วยความยืดหยุ่น พิจารณาเหตุผลตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้นอิงกับระเบียบแบบยืดหยุ่น แต่ไม่เกิดผลเสียหายแก่ราชการ  

 Songklanakarin: E-Journal of Social Sciences & Humanities

บทความ  1 เรื่อง เกี่ยวกับงานภาวะผู้นำ

ภาวะผู้นำและความรู้เชิงวิชาชีพบัญชีของผู้จัดการฝ่ายบัญชี และการเงินของธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารทะเลแช่แข็ง
Leadership and Professional Knowledge in Accounting of CFOs in Frozen Seafood Industry

คณะผู้จัดทำ กาญจนา  พรหมเกิด  มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  สาขาวิชาการบัญชี

สาระสำคัญวารสาร
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาภาวะผู้นำและความรู้เชิงวิชาชีพบัญชีของผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงิน ของธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารทะเลแช่แข็ง และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำและความรู้เชิงวิชาชีพ บัญชีของผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงินกับผลการดำเนินงานของธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารทะเลแช่แข็ง การ เก็บรวบรวมข้อมูลเก็บจากพนักงานฝ่ายบัญชีและการเงิน จำนวน 169 คน โดยใช้แบบสอบถาม และวิเคราะห์ข้อมูล ด้วยสถิติบรรยาย และวิเคราะห์สหสัมพันธ์ ผลการศึกษาพบว่า ผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงินมีภาวะผู้นำอยู่ในระดับ มากถึงมากที่สุด ซึ่งมีคุณลักษณะด้านความรู้มากที่สุด รองลงมาคือด้านความฉลาด ด้านพลังผลักดัน ด้านความเชื่อมั่น ในตนเอง ด้านความซื่อสัตย์ และด้านการจูงใจ ตามลำดับ ผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงิน มีความรู้เชิงวิชาชีพบัญชีอยู่ ในระดับมากถึงมากที่สุด โดยมีความรู้ด้านบัญชีภาษีอากรมากที่สุด รองลงมาคือ ระบบบัญชี การสอบบัญชี การบัญชี บริหาร การบัญชีการเงิน และเทคโนโลยีสารสนเทศทางการบัญชี ตามลำดับ โดยภาวะผู้นำและความรู้เชิงวิชาชีพ บัญชีของผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงินไม่มีความสัมพันธ์กับผลการดำเนินงานของธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ทะเลแช่แข็ง