ข้าพเจ้าเพิ่งเสร็จสิ้นภาระกิจ...การเดินทางของสัปดาห์นี้ในงาน R2R ที่สำนักโรคไม่ติดต่อ BAR R2R มาระบาด ณ สำนักโรคไม่ติดต่อ โดยการเดินทางครั้งนี้หอบหิ้วกันไปสองคนกับ นักรบสุขภาพ มือดีอย่างพี่ต๊อก - ศิริมา โครตตาแสง (ปิติสุข ใจร้อยใจ "คุณศิริมา โครตตาแสง") และเครือข่ายภาคประชาชนในทีมของพี่ต๊อก คือ คุณสราญรัตน์  รัตนพรประเสริฐ

ทันทีที่คุณตวง-ผู้ประสานงานติดต่อเข้ามา...ข้าพเจ้าก็นึกได้ทันทีเลยว่างานนี้ต้องเป็นคิวของพี่ต๊อก ที่จะต้องมาช่วยในการร่วมกระบวนการเชียร์ R2R เหตุผลกลใดจึงคิดเช่นนั้น หากว่าจะมาเพียงเชียร์ให้คนหน้างานในสำนักทำ R2R เฉพาะงานหน้าตักใน office อย่างเดียวไม่พอแน่... หน้างานอันเป็นภาระกิจใหญ่ของสำนักก็ยังมีการเชื่อมต่อกับเครือข่าย และการขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ ที่มีกำลังพลมากมายที่พร้อมร่วมมือกับการขับเคลื่อนงาน

นักรบสุขภาพ จึงจำเป็นต้องละทิ้งพื้นที่เข้าเมืองกรุงเพื่อบอกต่อกองบัญชาการ (ตามที่พี่ต๊อกเรียกสำนักฯ) เพื่อมาแลกเปลี่ยนกันล่ะว่า เราจะก้าวย่างกันไปอย่างไร

เริ่มต้นกระบวนการ...

ผู้บริหารอย่าง ดร.นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ ได้แสดงเจตจำนงและมุมมองที่มีคุณค่าต่อการนำ R2R มาใช้ในการเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนงาน ดังที่ท่านได้กล่าวว่า

จากค่านิยม "I SMART" ของสำนักโรคไม่ติดต่อ T=Teamwork ซึ่งมุ่งเน้นประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกันเป็นทีม การทำ R2R นั้น อาจเริ่มจากคนเดียวได้ แต่จะมีพลังมากขึ้นหากร่วมกันเป็นทีม การทำ R2R นั้นทำให้บุคลากร รู้จักสร้างทีมงาน รู้บทบาทตนเองในทีม และพัฒนาทีมงาน รวมทั้งมีการทำงานเป็นทีม

เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในงานประจำ ส่งเสริมให้เกิดการสร้างพันธมิตรในการดำเนินงาน

และร่วมชื่นชมในความสำเร็จของทีมในการสร้างงานวิจัย

ในช่วงกลางวันข้าพเจ้ายังได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับท่าน ผอ.สำนักฯ ต่อ...ประเด็นที่จุดประกาย คือ...การทำ R2R ของสำนักไม่ใช่ขอบเขตเพียงงานหน้าตักที่อยู่ใน office เท่านั้น ...หากภารกิจงานอย่างหนึ่งที่ต้องไปเชื่อมโยงกับเครือข่ายงาน NCD ทั่วทั้งประเทศ หากสามารถนำ R2R KM มาเครื่องมือเดินเรื่องการทำงาน จะทำให้สามารถต่อภาพจิ๊กซอว์ได้ชัดเจนขึ้นในการนำกระบวนการสร้างความรู้ดังกล่าวตามเจตนารมย์ของสำนักฯ...

กระบวนการเรียนรู้ในครั้งนี้ ข้าพเจ้าได้นำแนวคิด "คนต้นแบบ" มา...มาแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของคนหน้างานระหว่างพื้นที่กับทางสำนักฯ ผู้ซึ่งเป็นคนวางแผนยุทธศาสตร์... ไม่เพียงแต่เกิดประกายทำ R2R หากแต่...สามารถเชื่อมโยงอันนำไปสู่การใช้ประโยชน์อันเป็นคุณค่าระหว่างกันและกัน...

เมื่อได้...แนวคิดจากผู้บริหาร เรียนรู้ความหมาย R2R ผ่านเรื่องเล่าของคนหน้างานในวีดิทัศน์ และเรียนรู้ตัวอย่างงานวิจัย R2R ผ่าน "คนต้นแบบ"...จากนั้นเราก็ตั้งวง "สุนทรียโสเหร่" กันตามงานเพื่อค้นหาประเด็นหน้างานและฝึกตั้งโจทย์วิจัย...ที่นำไปสู่การเกิดประเด็นการทำ R2R พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนกันในวงใหญ่ถึงแนวทางตลอดจนการซักถาม...

ท้ายสุดของกระบวนการ ข้าพเจ้า...ได้แทรกในองค์ความรู้อันเป็น explicit knowledge ในเรื่องที่สัมพันธ์กันกับ R2R ...

ข้าพเจ้าเชื่ออย่างหนึ่งว่า...

จากความคาดหวังที่มีเป้าหมายเพียงเพื่อการจุดประกาย R2R นั้น สิ่งที่ปรากฏจากการร่วมกันถอดบทเรียน พบว่า ผู้เข้าร่วมในครั้งนี้ต่างมีความสนใจ และมองหน้างานออกว่าน่าจะไปเชื่อมต่อโดยใช้ R2R มาเป็นเครื่องมือพัฒนางานอย่างไร และพร้อมที่จะทำ ... อีกทั้งผู้บริหารเองก็มองเห็นความสำคัญที่จะนำสิ่งนี้มาก่อเกิดประโยชน์ต่อการสนับสนุนการขับเคลื่อนงานของสำนักฯ...หลายท่านเสนอว่าน่าจะมีจำนวนวันเพิ่มขึ้นในการทำ workshop

เสร็จจาก...ภารกิจวันนี้...

คงต้องรอดูว่าระหว่าง นักรบสุขภาพ ตามพื้นที่กับ "กองบัญชาการ" อย่างสำนักโรคไม่ติดต่อจะก้าวย่างกันไปเช่นไรในทิศทางของการนำ R2R มาเป็นเครื่องมือพัฒนางาน...