อาสาสมัครรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน
- ในยุคปัจจุบัน สังคมที่มีประชาชนอาศัยอยู่ร่วมกันนั้น ย่อมมีปัญหาอาชญากรรมเกิดขึ้น ทำให้บั่นทอนการพัฒนาด้านต่างๆของประเทศ การแก้ไขปัญหาดังกล่าวย่อมจะอาศัยเพียงตำรวจอย่างเดียวไม่ได้ การแสวงหาความร่วมมือจากชุมชน ด้วยการร่วมกันคิด ร่วมกันวางแผน ร่วมกันปฏิบัติ แก้ไขปัญหาอาชญากรรมของชุมชนตนเอง มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานราชการ องค์กรต่างๆเป็นเครือข่ายอย่างจริงจัง บทบาทหน้าที่ของอาสาสมัครรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้านในการป้องกันอาชญากรรม จึงเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะสร้างความสงบสุขให้แก่บ้านเมือง ซึ่งจำเป็นต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาและสร้างชุมชนให้เข็มแข็งและแก้ไขปัญหาอาชญากรรม โดยที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดเป้าหมายโดยชัดเจนที่จะลดปัญหาอาชญากรรม ดังนั้นองค์ความรู้เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้านในการป้องกันอาชญากรรม จึงเป็นสิ่งที่ข้าราชการตำรวจควรให้ความสำคัญ ผู้เขียนจึงมีความสนใจในการศึกษารวบรวมบทความในเรื่องดังกล่าวมาเพื่อเผยแพร่ให้กับผู้ที่สนใจในการพัฒนาการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนต่อกิจการของตำรวจ
การมีส่วนร่วมอาสาสมัครรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้านในการป้องกันอาชญากรรม
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า
ปัจจุบันโลกได้เปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคโลกาภิวัตน์
มีการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ การติดต่อสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว
มีการพัฒนาในทุกๆด้าน แต่ในทางกลับกันก็ทำให้มีปัญหาสังคมต่างๆตามมา
ปัญหาอาชญากรรมทวีความรุนแรงและสลับซับซ้อนยิ่งขึ้น
ตำรวจซึ่งนอกจากจะมีภารกิจหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนแล้วในปัจจุบันยังต้องให้บริการประชาชนในทุกๆด้าน
หน้าที่และความรับผิดชอบของตำรวจในสังคมปัจจุบันจึงมีขอบเขตกว้างมาก
จนมีผู้กล่าวกันว่า
ตำรวจมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมแทบทุกอย่างในสังคมไม่ว่าจะเป็นส่วนเกี่ยวกับอาชญากรรมและไม่เกี่ยวกับอาชญากรรม
เพื่อกำหนดให้การดำเนินชีวิตของบุคคลเป็นไปตามกฎระเบียบสังคมเป็นการกระทำเพื่อให้เกิดความสงบสุขในสังคม
หน้าที่และภารกิจที่หลากหลาย ไม่ว่าการรักษาความสงบเรียบร้อย
การสืบสวนสอบสวนคดีอาญา
การให้ความคุ้มครองป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนหรือการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของชาตินั้น
หากตำรวจจะต้องปฏิบัติงานโดยลำพังแล้ว
ย่อมจะทำให้ประสบผลสำเร็จได้น้อยมาก
โดยเฉพาะในเรื่องปัญหาอาชญากรรมซึ่งเป็นปัญหาพื้นฐานที่ทุกคนในสังคมจะต้องร่วมกันรับผิดชอบ
ในการกำหนดมาตรการ หรือแนวทางการแก้ไขให้อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม
ฉะนั้นงานตำรวจซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของความร่วมมือสนับสนุนระหว่างตำรวจกับประชาชนในการป้องกันอาชญากรรม
จึงมีความสำคัญ อย่างยิ่งทั้งในแง่ “ปรากฏการณ์ทางสังคม”
อาชญากรรมได้ส่งผลกระทบต่อความผาสุกและความปลอดภัยในการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน
อีกทั้งปัจจัยอาชญากรรมส่วนหนึ่งมีบ่อเกิดจากความเสื่อมโทรมทางสังคม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำรงรักษาไว้ซึ่งความผาสุกปลอดภัยในสังคมหนึ่งนั้น
ย่อมเป็นภาระหน้าที่ของสมาชิกทุกคนในสังคม มิได้จำกัดขอบเขตเฉพาะตำรวจ
หรือหน่วยงานในกระบวนงานในกระบวนการยุติธรรมใด ๆ
ซึ่งเป็นเพียงระบบย่อยส่วนหนึ่งในสังคมส่วนรวมเท่านั้น ส่วนในแง่ของ
“กระบวนการปฏิบัติ”
เป็นที่ยอมรับกันว่าในการพยายามสืบสวนติดตามจับกุมหรือแสวงหาข้อเท็จจริงแห่งคดี
ถ้าปราศจากความยินยอม หรือได้รับความร่วมมืออย่างแท้จริง
จากประชาชนแล้ว
ประสิทธิผลในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมย่อมจะลดน้อยลงไป
ยิ่งไปกว่านั้นถึงแม้จะมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ซึ่งได้รับการอบรมฝึกฝนเป็นอย่างดี
และเพียบพร้อมบริบูรณ์ไปด้วยปัจจัยการปฏิบัติเพียงใดก็ตาม
การรณรงค์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรม
ก็อาจประสบความล้มเหลวลงไปได้อย่างเสียดายถ้าประชาชนไม่ให้ความร่วมมือกับตำรวจ
ดังนั้น ความสัมพันธ์ร่วมมือระหว่างตำรวจกับประชาชน
ซึ่งได้แก่การแสดงออกซึ่งท่าที ทัศนคติสนองตอบระหว่างตำรวจกับประชาชน
ในฐานะที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็เป็นผู้มีส่วนในการ แก้ไขปัญหาอาชญากรรม
และปัญหาอื่นของสังคมร่วมกัน
จึงเป็นสิ่งที่ตำรวจจะต้องให้ความสำคัญและตระหนักถึงความจำเป็นเพราะความสัมพันธ์ระหว่างตำรวจกับประชาชน
อันเป็นองค์ประกอบสำคัญยิ่งของงานตำรวจชุมชนสัมพันธ์
จะเป็นกุญแจสำคัญนำไปสู่ความสำเร็จในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม
และการรักษาความสงบสุขของสังคม
ฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องแสวงหาวิธีการ
หรือมาตรการอันเหมาะสมที่จะสร้างความสัมพันธ์ร่วมมืออันดีกับประชาชนตลอดจนรักษาความสัมพันธ์ที่ดีนั้นไว้ให้ยืนยาวตลอดไป
งานตำรวจชุมชนสัมพันธ์ในหน้าที่ของตำรวจ เป็นการนำเอาหลักปรัชญาที่ว่า
“ตำรวจ”คือประชาชนและประชาชนคือ“ตำรวจ”มาใช้ปฏิบัติ
จากการใช้ยุทธวิธีตำรวจแบบจารีตประเพณีดังกล่าว ปรากฏว่า
การป้องกันปราบปราม อาชญากรรม
และได้พยายามช่วยเหลือตัวเองในเบื้องต้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้ตระหนักถึงปัญหาและความเห็นสำคัญของประชาชนที่จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมกับตำรวจ
ในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมอันเป็นปัญหาส่วนรวมของสังคมจึงได้เปลี่ยนทิศทางในการดำเนินงาน
โดยหันมาให้ความสำคัญต่องานตำรวจชุมชนสัมพันธ์
ซึ่งเป็นแนวคิดที่ต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมรับรู้และเข้าใจปัญหาของตำรวจสัมพันธ์
ซึ่งเป็นแนวคิดที่ต้องการให้ประชาชนมีส่วนรับรู้และเข้าใจปัญหาของตำรวจมีสัมพันธภาพอันดีกับตำรวจ
และเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมมากยิ่งขึ้นทั้งนี้โดยมีเป้าหมายสุดท้ายเพื่อให้เกิดความสงบสุขขึ้นในชุมชน
ดังนั้นหลักการที่สำคัญของงานตำรวจชุมชนสัมพันธ์ คือ
การเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกันระหว่างประชาชนกับตำรวจ
ในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมและปัญหาต่าง ๆ
อันเกี่ยวกับความเรียบร้อยของสังคม
อย่างไรก็ดียังมีความสับสนด้านแนวความคิดและหลักการเกี่ยวกับงานชุมชนสัมพันธ์อยู่บ้างในหมู่ตำรวจโดยบางคนยังคิดว่างานตำรวจชุมชนสัมพันธ์เป็นสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตำรวจ
กับประชาชนกลุ่มน้อยบางคนมองว่างานตำรวจชุมชนสัมพันธ์เป็นสิ่งเดียวกับการประชาสัมพันธ์
บางคนมองว่างานตำรวจชุมชนสัมพันธ์เป็นส่วนหนึ่งของการบริการประชาชนเท่านั้น
แต่แท้จริงแล้ว งานตำรวจชุมชนสัมพันธ์
เป็นการดำเนินงานอย่างเป็นกระบวนการ
เพื่อให้ตำรวจมีปฏิสัมพันธ์อันดีกับชุมชนมีความเข้าใจในปัญหาซึ่งกันและกัน
ตลอดจนร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว
ด้วยเครือข่ายของอาสาสมัครรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน (อรปม.)
หรือตำรวจบ้านนั่นเอง