ที่จริงวิกฤตสังคมและการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม และยังคุกรุ่นอยู่ในขณะนี้ ทำให้ทุกคนเครียด รวมทั้งผมด้วย แต่ผมก็มองเห็นว่า มันมีด้านดีอยู่ด้วย คือมันช่วยปลุกให้เราตื่นจากมายา และคนอื่นๆ เขาก็ตื่นจากมายาที่ครอบงำเขาด้วย ผมจึงได้เพื่อนเสวนาเรื่องบ้านเมือง ในมิติที่ลึก และทำให้ผมได้เรียนรู้มาก ได้ทำความเข้าใจหลายแง่มุมที่ผมไม่เคยนึก ไม่เคยเข้าใจ
จากความเครียด แปรเป็นความสนุก ที่ได้เสวนาเรื่องราวของสังคม และได้ร่วมคิดร่วมทำ สิ่งที่จะสร้างสรรค์สังคมในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นความมั่นคงเป็นปึกแผ่นของประเทศ มีส่วนร่วมโดยไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องอำนาจ หรือเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัว และในฐานะคนแก่ ก็คอยเตือนสติตนเองว่า ให้เน้นเป็นกองเชียร์ มากกว่าลงไป “เตะฟุตบอลล์” เสียเอง
หนุนคนหนุ่มคนสาว หรือคนรุ่นหลัง ให้เขามีโอกาสลงมือทำ จะเกิดความยั่งยืนต่อประเทศชาติส่วนรวม มากกว่าเราลงไปเป็นตัวเอกเสียเอง
ทุ่มเท เอาจริงเอาจังด้วย และระมัดระวังไม่เข้าไปปิดกั้นโอกาสของคนรุ่นใหม่ด้วย เป็นการใช้ชีวิตที่สนุก สนุกกับการฝึกสติ
นี่คือสุดยอดของการใช้วิกฤตเป็นโอกาส
หวังว่าประเทศไทยจะต้องผ่านพ้นวิกฤติในเร็ววันนะคะ