การปรุงแต่งจิตทำให้สัตว์วนเวียนในสังสารวัฏมีกาลเบื้องต้นไม่รู้นานเท่าใดนั้นแล...

ช่วงนี้เล่าต่อพระยามิลินท์ ( ม ) ถามพระนาคเสน ( น ) ดังต่อไปนี้

ม...ถามว่าอะไรเป็นต้นเหตุแห่งอดีต  ปัจจุบัน  และอนาคต

น...ตอบว่าตามหลักแห่งการอิงอาศัยกันและกัน ( ปฏิจจสมุปปาท ) ที่ว่าอวิชชาปัจจัยยาเป็นต้นเหตุแห่งอดีต ปัจจุบันและอนาคต

ม...ถามว่ากาลเวลาล่วงไปแล้วสิ่งทั้งปวงไม่มีกลับมีขึ้นฝูงสัตว์มีที่สุดเดิมมีหรือไม่..?

น...เหมือนต้นไม้มีใบดอกผลเมื่อหล่นลงดินก็งอกขึ้นเป็นลำต้นผลิดอกออกผลต่อ ๆ ไป  ที่สุดเดิมอยู่ไหนละ

ม...หาที่สุดไม่ได้

น...ฝูงสัตว์ก็หาที่สุดเดิมไม่ได้ดุจต้นไม้นั้นเอง

ม...ยังสงสัยนะ

น...ก็เหมือนดังไข่ไก่  เป็นตัวอยู่ในครรภ์ พอใหญ่ขึ้นก็กะเทาะจิกเปลือกไข่ให้แตกออกมาได้ พอโตใหญ่ไก่ตัวเมียได้สัมผัสไก่ตัวผู้ ไก่ตัวเมียก็มีไข่ออกตัวต่อ ๆ ไป  ถามว่าที่สุดเดิมอยู่ไหนละ

ม...ไม่มีครับ

น...นี้ละพระพุทธเจ้าแสดงธรรมว่า...ตา...กระทบรูป ...หู...กระทบเสียง...จมูก...กระทบกลิ่น...ลิ้น...กระทบรส...กาย...กระทบอ่อนแข็ง...ใจ...กระทบอารมณ์แล้วเกิดการปรุงแต่งจิตทำให้สัตว์วนเวียนในสังสารวัฏมีกาลเบื้องต้นไม่รู้นานเท่าใดนั้นแล...

ม...อย่างนั้นรึ...สาธุ  สาธุ  สาธุ.