บ้านที่อยู่เย็น.....เมืองที่อยู่ยืน

ขอนำคำของท่านอาจารย์ สำราญ มีสมจิตร มาเล่าต่อนะจ๊ะ

อาจารย์เล่าถึงการเน้นความสำคัญของ softscape (ต้นไม้)ในยุคปัจจุบันให้มากกว่า hardscape (สิ่งก่อสร้าง) เนื่องจากสมัยก่อนมักเน้นการโชว์อาคาร ที่ต้องโดดเด่น ต้นไม้ก็อาจถูกตัดไป ปัจจุบันควรเน้นความสำคัญของ softscape ให้มากขึ้น และพื้นที่บางส่วนก็ควรพัฒนา (สิ่งปลูกสร้าง) แต่น้อย รักษาสภาพดั้งเดิมให้มากขึ้น

การพัฒนาที่ควรจะเป็น สมดุลย์ระหว่าง hardscape และ softscape

 

สภาพพื้นที่ ที่พื้นที่ดาดแข็งมากเกินไป ความไม่เหมาะสมของต้นไม้ที่เลือกมา ทำให้สูญเสียโอกาสที่จะทำให้เกิดความร่มเย็นในอนาคต

พืชวงศ์ปาล์ม และไม้ทรงพุ่มลู่เพรียว ให้ร่มเงาน้อย หากมองถึงอนาคตข้างหน้าและการปรับตัวให้เข้ากับสภาพการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ การเลือกไม้ที่ให้ร่มเงาจะช่วยให้ที่ทำงาน หรือบ้านเรือน มีความร่มเย็น เป็นการสร้าง microclimate หมายถึง ภูมิอากาศเฉพาะแห่ง ในบริเวณที่ไม่กว้างใหญ่ แตกต่างจากภูมิอากาศโดยทั่วไป เป็นที่อยู่อาศัยที่จำเพาะ พื้นที่ดาดแข็งควรปรับให้มีพื้นที่ซึมน้ำได้ปนอยู่

การสร้างบ้านที่อยู่เย็นนั้นควร

•คำนึงทิศทางแดด ทิศทางลม /อย่าปลูกเรือนขวางตะวัน

•พัฒนาองค์กรและที่อยู่อาศัย ให้เป็น Micro Climate

•หลังคาขาว และ อาคารเขียว

งานวิจัยล่าสุดจากสหรัฐฯ ระบุว่า หลังคาอาคารสีขาวช่วยลดความร้อนให้กับเมืองรวมทั้งลดผลกระทบจากโลกร้อนได้ เพราะถนนและอาคารสีทึมๆ ในเมืองดูดซับความร้อนไว้ และทำให้เมืองร้อนกว่าชนบท 1-3 องศาเซลเซียส   ทาผนังสีขาวให้อาคารบ้านเรือน  จะสะท้อนความร้อนดีกว่าผนังสีทึบถึง 4 เท่า

ที่สหรัฐฯ เริ่มมีการทาสีขาวให้กับหลังคา

อาคารเขียว

•หลังคาเขียว  

•กำแพงเขียว/รั้วเขียว

•การเพิ่มพื้นที่สีเขียว / พื้นที่โล่งที่ยั่งยืน และมีการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่คำนึงถึงการลดโลกร้อน

•การสัญจรสีเขียว