อ่านบทความจากวารสารหรือการวิจัยเกี่ยวกับนโยบายและการวางแผน 3 เรื่อง

เรื่องที่  1

1.นโยบายสื่อเสรีหรือนโยบายการผลิตสื่อ

   พัฒนาและใช้สื่อและเทคโนโลยีทางการศึกษา  ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔  มีสาระที่กระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการส่งเสริมสนับสนุนใน 2 ส่วน

    1)  ให้มีการผลิตและพัฒนาสื่อการเรียนทุกประเภท ทุกสาระการเรียนรู้และทุกช่วงชั้นโดยมีการแข่งขันกันอย่างเสรีและเป็นธรรม

    2)  ให้สถานศึกษามีและใช้สื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาที่มีคุณภาพในกระบวนการเรียนการสอน

   การดำเนินการตามนโยบาย  แยกออกเป็น  3  ด้าน

   1)  การผลิตและส่งเสริมการผลิตสื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา  กำหนดไว้

        1.1  ให้กรมวิชาการเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา  ผลิตสื่อทุกสาระการเรียนรู้และทุกช่วงชั้น

        1.2  ให้ภาคเอกชนในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคมีส่วนร่วมในการผลิตสื่อแลพัฒนาเพื่อการศึกษาทุกประเภท

        1.3  ให้กรมวิชาการจัดทำและพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานสื่อ

        1.4  ให้กรมวิชาการส่งเสริมให้เขตพื้นที่  สถานศึกษา หน่วยงานภาครัฐและเอกชนและบุคคลทั่วไปมีการผลิตและพัฒนาสื่อที่มีคุณภาพ

        1.5  ให้กรมวิชาการ  เขตพื้นที่การศึกษาสถานศึกษา  ดำเนินการส่งเสริมให้ภาครัฐและเอกชน  มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการผลิตและพัฒนาสื่อ

        1.6  ให้กรมวิชาการ  เขตพื้นที่การศึกษาสถานศึกษา ดำเนินการวิจัย  เพื่อพัฒนารูปแบบและกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

    2)  การประเมินคุณภาพสื่อเทคโนโลยี

        2.1  ให้กรมวิชาการส่งเสริมให้เขตพื้นที่การศึกษาให้มีความรู้ความเข้าใจในการประเมินคุณภาพ

        2.2  ให้กรมวิชาการศึกษาวิจัยความพร้อมในการเปิดเสรีการผลิตสื่อและพัฒนาสื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

        2.3  การประเมินคุณภาพวิชาการและวิเคราะห์ราคาจำหน่ายสื่อ  กำหนดให้มีหน่วยงานรับผิดชอบในการประเมินคุณภาพ
    3)  การเลือก/การใช้สื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา  กำหนดไว้ว่า

        3.1  ให้กรมวิชาการส่งเสริมให้เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษามีความรู้และพัฒนาศักยภาพของผู้สอน  ผู้เรียน  และผุ้เกี่ยวข้องให้สามารถเลือกและใช้สื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

        3.2  ให้สถานศึกษาเลือกใช้สื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาจากบัญชีรายชื่อสื่อฯที่ผ่านการเประเมินคุณภาพทางวิชาการ

        3.3  ให้เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาดำเนินการจัดตั้งศูนย์สื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา  ทำหน้าที่จัดหาและพัฒนา  จัดเก็บเผยแพร่ ให้บริการสื่อ

     หลักการ

    1.ส่งเสริมให้เอกชนมีส่วนร่วมในการผลิตสื่อ

    2.ให้เอกชนมีการผลิตและพัฒนาคุณภาพของสื่อการเรียนรู้อย่างมีมาตรฐาน

     แนวการดำเนิน

    1.ให้ผู้ผลิตมีระบบการประกันคุณภาพสื่อการเรียนรู้

       คณะกรรมการตรวจของผู้ผลิตสื่อ  จะต้องมีอย่างน้อย  3  คน

     -  มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชา

     -  มีความรู้ความเข้าใจในหลักสูตร

     -  ไม่เป็นกรรมการตรวจต้นฉบับของกระทรวงศึกษาธิการ

     -  ไม่เป็นผู้เรียบเรียงสื่อการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ตนเองรับผิดชอบ

      คณะบรรณาธิการของผู้ผลิต  จะต้องมีอย่างน้อย  1  คน

      การตรวจก่อนจัดจำหน่วย

      การตรวจหลังจัดจำหน่าย

 

จาก   วารสารวิชาการ  ปีที่ 6  ฉบับที่  3  มีนาคม  2546 

โดยกรมวิชาการ

เรื่องที่  2 

เริ่มต้นธุรกิจใหม่จะสร้างความแตกต่างแก่สินค้าและบริการได้อย่างไร

แนวคิดของการสร้างความแตกต่าง

    พยายามให้เป็นเจ้าแรก  เพราะการเป็นผู้บุกเบิกตลาด  ผู้บริดภคส่วนใหญ่มักรู้สึกว่าผู้ที่เป็นที่หนึ่งหรือต้นตำรับส่วนผู้เดินรอยตามเป็นผู้ที่ลอกเรียนแบบ 

ขั้นตอนการสร้างความแตกต่าง

  ต้องมีความเข้าใจองค์รวมภาพกว้างของกิจการและตลาด  โดยจะเริ่มจากสิ่งที่ลูกค้าเป้าหมายรับรู้เกี่ยวกับสินค้าที่กำลังจะผลิต  จากนั้นจึงเก็บรายละเอียดสินค้าคู่แข่งโดยตรงและอ้อม  รวมถึงศึกษาสถานการณ์ ณ เวลานั้น  เพื่อดูว่ากิจการเหมาะสมกับเวลานั้นหรือไม่  รูปแบบของการสร้างความแตกต่าง

1.ด้านผลิตภัณฑ์  สร้างความประทับใจในอันดับแรกเพื่อดึงดูดลูกค้า

2.ด้านการบริการ  สร้างความแตกต่างที่เพิ่มเติมด้วยบริการที่เหนือกว่า

3.ด้านบุคลากร  สร้างความแข็งแกร่งด้วยการสรรหาและฝึกอบรมพนักงาน

4.ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย  สร้างความได้เปรียบในการจัดจำหน่าย  ให้พร้อมต่อการจับจ่ายของลูกค้า

5.ด้านภาพลักษณ์  การพัฒนาภาพลักษณ์ต้องอาศัยเวลาและความอดทน  และความคิดสร้างสรรค์

สิ่งสำคัญในการสร้างความแตกต่าง

       ให้ระวังการนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการผลิต  เพื่อให้กิจการผลิตสินค้าได้เพิ่มขึ้นและมีการขยายไปสู่สินค้าอื่นๆภายใต้แบรนด์เดียวกันอย่างไม่หยุดยั้ง

ทั้งต้องคิดเสมอว่าอย่าเสียใจหรือท้อแท้กับการเริ่มต้นธุรกิจ  เพราะความสำเร็จไม่สามารถเกิดขึ้นได้เพียงชั่วข้ามคืน

เนื้อหานี้ได้มาจากหนังสือ MarketPlus 

โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย หนึ่งในโครงการกสิกรไทย

เรื่องที่ 3  วางตัวอย่างไรให้ดูดีในที่ทำงาน

วิธีวางตัวกับเจ้านายให้เหมาะสม

       ต้องเว้นระยะห่างอย่าสร้างความสนิทสนมจนกลายเป็นเล่นหัวให้มากเกินไป  เพราะคนอื่นจะหาว่าคุณประจบสอพลอไม่รู้จักกาละเทศะ  นอกจากนี้คุณต้องพยามยามเหลียกเลี่ยงการแสดงความคิดเห็นที่ขัดแย้งกับผู้บังคับบัญชาทั้งในที่ประชุมหรือต่อหน้าแต่จงบชี้แจงความคิดเห็นของคุณอย่างสุภาพ

เทคนิคการวางตัวให้เพื่อนร่วมงานรัก

1.ต้องทำงานที่ตนเองได้รับมอบหมายอย่างเต้มกำลัง

2.ถ้าภารกิจตนเองสำพเร็จแล้วก็รีบเข้าไปช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน

3.อย่าเอาความสัมพันธ์อันดีระหว่างเพื่อนมากก้าวก่ายความเป้นส่วนตัวในการทำงาน

4.แม้เราจะเป็นเพื่อนที่สนิทกันเพียงไรเมื่อต้องการให้เพื่อนช่วยงานควรใช้วาจาที่สุภาพ ให้เกียรติเขา

การวางตัวให้ลูกน้องเคารพรัก

 ใช้เหตุผลทุกครั้งเมื่อต้องคุยธุระในหน้าที่การงานกับลูกน้อง และควรจะจบเรื่องงานในเวลานั้นไม่เอาเรื่องส่วนตัวเข้ามาปะปน

การวางตัวกับคนอื่นที่ต้องเข้ามาติดต่อทำธุระในที่ทำงาน

     การรักษามารยามให้ดีไว้ก่อนและเป็นสิ่งที่ควรฝึกไว้ให้เป็นนิสัย  นอกจากนี้จงอย่าปล่อยให้ผู้มาเยือนคอยนานโดยไม่ทราบสาเหตุ  และต้องหาน้ำท่าให้แขกดื่ม  ต้องต้อนรับขับสู้ด้วยรอยยิ้ม

 

เนื้อหานี้ได้จากหนังสือ  Market Plus

เรียบเรียง จิรัชยา