ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังมีชุมชนและโรงเรียนเล็กๆเร้นกายในซอกหลืบของดอยสูงกันดารอยู่อีกมาก
ครั้งแรกที่ฉันมาถึงที่นี่ ฉันอยากหันหลังกลับเสียเดี๋ยวนั้นทันที อะไรกัน หนทางลำบากข้นแค้นอะไรเช่นนี้ ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีโรงเรียนที่ไหนช่างห่างไกลและทุรกันดารแบบนี้หลงเหลือให้เห็นอีก...
พระพิรุณตกกระหน่ำทั้งวันทั้งคืนราวกับหมายจะให้น้ำท่วมยอดดอย ถนนลูกรังแดงเปียกชุ่มและยวบเละ อีกทั้งหนทางยังสูงชันและไกลแสนไกล
ถนนเละเป็นโคลนเหลว คอยแต่กลั่นแกล้งให้ฉันและมอเตอร์ไซค์คู่ชีพลื่นล้มอยู่หลายครั้ง โคลนพอกเกาะหนาที่ล้อจนกลบดอกยางมิด อีกทั้งความไม่ชำนาญทางก็พาความกลัวมาเยือนฉันตลอดเวลาที่ล้อรถเคลื่อนไปข้างหน้า แล้วฉันก็ไถลล้มอีกจนได้ โคลนเจ้ากรรมเข้าไปติดในซี่ล้อจนฉันทรงตัวไม่อยู่ ทุกครั้งที่ฉันล้ม มันทำให้ฉันใจเสีย ผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างฉันได้แต่กลัว...
กลัวว่าจะไปไม่ถึงปลายทาง กลัวระยะทางที่ไม่รู้ว่าอีกไกลอีกเพียงใด แล้วไหนจะความมืดที่กล้ำกรายเข้ามาอีก
ป่ารกชัฏสองข้างทาง น่ากลัวพอๆกับภูผาสูงและหุบเหวลึกที่ฉันเผลอไผลคิดไปว่าหากร่วงลงไปร่างคงแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี ถนนข้างหน้าเล่า ก็ชุ่มฉ่ำและเปลี่ยนสภาพจนจำเค้าเดิมไม่ได้ รถเครื่องสองล้อที่ฉันควบตะบึงหายใจหอบราวกับคนป่วยหนัก มันคงท้อใจที่เคลื่อนไปทางไหนก็มีแต่ติดหล่มไม่ก็ลื่นไถล
เสียงรถเครื่องตามมาข้างหลัง ครูดอยหลายคน ขับรถแซงหน้าฉันไปอย่างช้าๆ จากนั้นจึงทิ้งหายไปจนลิบ เหลือเพียงฉันที่ยังคงทุลักทุเลกับการพารถวิบากคู่ใจไปตามทางหฤโหด เอาล่ะ ฉันต้องทำให้ได้ ฉันปลอบใจตัวเองทั้งที่ลึกๆแล้ว หวาดกลัวจนจับจิต
ถนนขึ้นสู่ยอดดอยมีสภาพเละเป็นโคลนเนื่องจากฝนกระหน่ำ ในภาพไม่ใช่สิงห์มอเตอร์ครอสที่ไหนแต่คือผู้เขียนในวันแรกที่เดินทางไปสอน
แม้ฉันจะต้องลงไปเกลือกกลิ้งบนถนนโคลนมากครั้งจนนับไม่ถ้วน แต่มีครั้งหนึ่งที่การล้มลงทำให้ฉันเจ็บปวดและท้อถอยจนทนไม่ได้อีกแล้ว
เส้นทางนั้นเป็นถนนคอนกรีต และนำไปสู่ปลายทางคือยอดดอยสูง ยอดดอยที่เป็นยอดเขาสูงที่สุด ฉันบิดคันเร่งตะบึงห้อไปข้างหน้า ทว่าความด้อยประสบการณ์และไม่ชำนาญทาง ทำให้ฉันมองไม่เห็นคราบตะไคร่น้ำที่ขึ้นเขียวบนพื้นคอนกรีตรายทาง ความลาดชันกอปรกับความลื่นทำให้ฉันล้มอีกครั้ง “โครม!” ฉันพลิกลงไม่เป็นท่า ร่างฉันไถลกระเด็นไปตามแรงกระแทก ผลคือความเจ็บปวดที่สุดในชีวิต
ฉันร้องไห้ ร้องไห้จริงๆ ร้องเหมือนเด็กๆหกล้ม ร้องอย่างไม่อายใครทั้งสิ้น คณะครูที่ไปด้วยกัน ยื่นมือมาช่วยพยุงฉันไว้ พวกเขาบอกแค่เพียงสั้นๆว่า "เด็กๆคงได้แต่รอ ถ้าครูท้อระหว่างเดินทาง"
คำพูดเพียงเท่านั้น กลับจุดประกายไฟในหัวใจฉันอีกครั้ง... ก็เราเองไม่ใช่หรือที่สอบบรรจุได้ และเคยตั้งปณิธานว่าจะเป็นแสงเทียนนำทางให้เด็กบนดอย
“ครูใหม่ก็แบบนี้กระมัง” ฉันเปรยกับตัวเอง กำลังใจกลับมาแล้ว
และแล้ว เส้นทางแสนลำบากก็ผ่านไป ฉันดั้นด้นพาตัวเองขึ้นมาถึงโรงเรียนจนได้ พอถึงประตูโรงเรียน ภาพข้างหน้าคือนักเรียนตัวน้อยๆหลายชีวิต มารอรับ
"สวัสดีค่ะคุณครู" เสียงเล็กๆทำให้ความเจ็บปวดและเหนื่อยกายมลายหายไปในบัดนั้น
ที่นี่ยังมีคนรอฉันอยู่...