ลักษณะ

 

รูปปรมัตถ์ นักศึกษาได้ศึกษาเรื่องรูปโดยนัยที่ ๑ และ นัยที่ ๒ จากบทเรียนชุดที่แล้ว สาหรับบทเรียนชุดนี้จะศึกษาส่วนที่เหลืออีก ๓ นัย คือ รูปสมุฏฐานนัย รูปกลาปนัย รูปปวัตติกมนัย เมื่อจบเรื่องรูปก็ศึกษาเรื่องนิพพานปรมัตถ์ต่อไป นัยที่ ๓ รูปสมุฏฐานนัย

รูปร่างกายของคน สัตว์ เทวดา หรือ รูปพรหม นั้นล้วนแต่เกิดและยังมีชีวิตดารงอยู่ได้ก็มาจากเหตุ ๔ ประการ คือ

กรรม จิต อุตุ และอาหาร หรือที่เรียกว่า เกิดมาจากสมุฏฐาน ๔

คือ

เจตนาในการทากุศล และ อกุศลต่างๆ ที่ได้สั่งสมไว้แล้ว เมื่อกรรมทั้งหลายสาเร็จลง เจตนาในการกระทากรรมนั้นจะทาหน้าที่ส่งผลให้สิ่งมีชีวิตทั้งหลายเกิดขึ้นในภูมิต่าง ๆ เป็นคน สัตว์ เทวดา พรหม ได้ ดังนั้น กรรมที่เป็นสมุฎฐานในเกิดรูป ก็ได้แก่เจตนา ๒๕ คือ

-

เจตนาในอกุศลจิต ๑๒

-

เจตนาในมหากุศลจิต ๘

-

เจตนาในรูปาวจรกุศลจิต ๕

เจตนาทั้ง ๒๕ นี้ ย่อมทาให้รูปที่มีกรรมเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นได้ นับตั้งแต่อุปปาทขณะของปฏิสนธิจิตเป็นต้นไป (หนึ่งขณะจิตมี ๓ อนุขณะเล็ก คืออุปปาทะ(เกิด) ฐีติ(ตั้งอยู่) ภังคะ(ดับ) รูปที่เกิดจากกรรมเกิดขึ้นได้ตั้งแต่อนุขณะแรกของปฏิสนธิจิต (ส่วนเจตนาในอรูปวจรกุศลจิต จะส่งผลโดย

การที่รูปจะแสดงกิริยาอาการต่าง ๆ ได้ก็เพราะมีจิต เช่น จิตคิดจะทากุศล จิตนี้ก็ทาให้วาโยธาตุนั้นมีกาลังทาให้ร่างนี้เคลื่อนไป เดินไปทากุศลได้ หรือที่เป็นอกุศล คิดจะฆ่าสัตว์ วาโยธาตุที่เกิดจากจิตก็จะทาให้กายนี้ไปทาอกุศล จิตที่ทาให้รูปทาการงานต่าง ๆ มี ๗๕ ดวง คือ จิต ๗๕ ดวง (เว้นทวิปัญจวิญญาณ ๑๐ และ อรูปาวจรวิบากจิต ๔) นักศึกษาควรอ่านบทเรียนเพิ่มเติมในชุดที่ ๓ เรื่องจิต และนาภาพจิตจากชุดที่ ๓ ประกอบ

หมายถึง อุณหภูมิ คือ ความร้อน ความเย็น ที่มีอยู่ในร่างกายของสัตว์ทั้งหลายและในสิ่งไม่มีชีวิต แม้ตอนตาย อุตุก็ยังคงอยู่ในซากศพต่อไปจนกว่าจะสลายหมดไปเองตามธรรมชาติ

หมายถึง โอชาในอาหาร (หรือปัจจุบันเรียกว่าสารอาหาร) อาหารที่ได้รับประทานแล้วเมื่อไฟธาตุทาการย่อยแล้ว จะเป็นโอชาหรือสารอาหารไปหล่อเลี้ยงร่างกาย อาหารที่บริโภคไปคราวหนึ่งสามารถจะอุดหนุนให้รูปกายนี้อยู่ได้ถึง ๗ วัน แต่ถ้าเป็นโอชาที่เป็นทิพย์ย่อมอุดหนุนรูปกายได้ ๑ หรือ ๒ เดือน และในอาหารที่แม่บริโภคแล้วก็ยังส่งไปให้ถึงทารกในครรภ์ให้รูปของทารกนั้นดารงอยู่ได้

นามปฏิสนธิในอรูปภูมิ ๔) รูปที่เกิดจากกรรม เรียกว่า กรรมชรูป (อ่านว่า กัม-มะ-ชะ-รูป) มี ๑๘ รูป คือ ปสาทรูป ๕ ภาวรูป ๒ หทยรูป ๑ ชีวิตรูป ๑ ปริจเฉทรูป ๑ อวินิพโภครูป ๘ รูปที่เกิดจากจิต เรียกว่า จิตตชรูป มี ๑๕ คือ วิญญัติรูป ๒ สัททรูป ๑ ปริจเฉทรูป ๑ วิการรูป ๓ อวินิพโภครูป ๘ รูปที่เกิดจากอุตุ เรียกว่า อุตุชรูป มี ๑๓ คือ สัททรูป ๑ ปริจเฉทรูป ๑ วิการรูป ๓ อวินิพโภครูป ๘ รูปที่เกิดจากอาหาร เรียกว่า อาหารชรูป มี ๑๒ คือ ปริจเฉทรูป ๑ วิการรูป ๓ อวินิพโภครูป ๘ ๓

เฉพาะรูปที่เกิดจากจิตเป็นสมุฏฐาน มีรายละเอียดเพิ่มเติมดังนี้ รูปที่เกิดจากจิตยังมีอีก ๗ อย่าง คือ

๖. จิตตชรูปที่เป็นอิริยาบถใหญ่

คือ จิตที่ทาให้เกิด การยืน เดิน นั่ง นอน ได้แก่๑. จิตตชรูปสามัญ ๒. จิตตชรูปหัวเราะ ๓. จิตตชรูปร้องไห้ ๔. จิตตชรูปเคลื่อนไหว ๕. จิตตชรูปในการพูด ๖. จิตตชรูปที่เป็นอิริยาบถน้อยใหญ่ ๗. จิตตชรูปที่เกี่ยวกับอิริยาบถใหญ่ตั้งมั่น ๑. จิตตชรูปสามัญ หมายถึง รูปที่เป็นไปตามปกติธรรมดาของร่างกาย เช่น การหายใจ การเต้นของหัวใจ เป็นต้น จิตตรูปสามัญนี้เกิดได้จากจิตที่เป็นอกุศลก็ได้ เกิดจากกามาวจรโสภณจิต เกิดจากอเหตุกจิต เกิดจากมหัคคตจิต เกิดจากโลกุตตรจิตก็ได้ เช่น ลมหายใจเข้าออกตามปกติที่ไม่ได้มีการเจริญวิปัสสนาก็อาจจะเป็นจิตตรูปที่เกิดจากอกุศล แต่ถ้าพิจารณาลมหายใจเข้าออกโดยความเป็นวิปัสสนาจิตตชรูปนี้ก็เกิดจากกุศลได้ จิตชรูปสามัญเกิดจากจิต ๗๕ ดวงคือ ๑. อกุศลจิต ๑๒ ๒. อเหตุกจิต ๘(เว้นทวิปัญจวิญญาณจิต ๑๐) ๓. กามาวจรโสภณจิต ๒๔ ๔. มหัคคตจิต ๒๓(เว้นอรูปาวจรวิบาก ๔) ๕. โลกุตตรจิต ๘ ๒. จิตตชรูปหัวเราะ หมายถึง จิตตชรูปที่ทาให้เกิดการยิ้ม เกิดการหัวเราะ จิตที่ทาให้เกิดการหัวเราะได้มี ๑๓ ดวง ๑. โลภโสมนัสจิต ๔ ๒. โสมนัสหสิตุปปาทจิต ๑ (เกิดได้กับพระอรหันต์เท่านั้น) ๓. มหากุศลโสมนัส ๔ ๔. มหากิริยาโสมนัส ๔ (เกิดได้กับพระอรหันต์เท่านั้น) ๓. จิตตชรูปที่ทาให้เกิดการร้องไห้ ความเศร้าโศกเสียใจจนเกิดการร้องไห้ของคนเรานั้น เกิดจากความโกรธนั่นเอง ได้แก่ โทสมูลจิต ๒ ดวง ๔. จิตที่ทาให้เกิดการเคลื่อนไหวในอิริยาบถย่อย ได้แก่ จิตที่ทาให้เกิดการเหยียด ก้ม เงย เหลียวซ้ายแลขวา กระพริบตา อ้าปาก หาว เป็นต้น เกิดจากจิต ๓๒ ดวง คือ อกุศล ๑๒ หสิตุปปาทจิต ๑ มหากุศลจิต ๘ มหากิริยาจิต ๘ มโนทวาราวัชชนจิต ๑ และอภิญญาจิต ๒ ๕. จิตตชรูปที่ทาให้เกิดการพูด คือ การเปล่งวาจาต่าง ๆ ได้แก่ จิต ๓๒ ดวง (เหมือนข้อ ๔) ๔ จิต ๓๒ ดวง (เหมือนข้อ ๔) ๗. จิตตชรูปที่เป็นอิริยาบถใหญ่ตั้งมั่น คือ จิตที่ทาให้เกิดการยืน เดิน นั่ง นอน (อิริยาบถใหญ่) ที่เกิดขึ้นตามปกติขณะที่สบายดี ไม่มีอาการเจ็บไข้ ได้แก่จิต ๕๘ ดวง คือ มโนทวาราวัชชจิต ๑ กามชวน ๒๙ (คืออกุศล ๑๒ หสิตุปปาทจิต ๑ มหากุศลจิต ๘ มหากิริยาจิต ๘ ) อภิญญาจิต ๒ อัปปนาชวนจิต ๒๖ (คือ รูปาวจรกุศลจิต ๕ รูปาวจรกิริยาจิต ๕ อรูปาวจรกุศลจิต ๔ อรูปาวจรกิริยาจิต ๔ โลกุตตรจิต ๘ )

ตารางสรุปรูป ๒๘ กับสมุฏฐานที่เกิดของรูป

จานวนรูป

เกิดจากกรรม

เกิดจาก จิต

เกิดจาก อุตุ

เกิดจากอาหาร

หมายเหตุ

มหาภูตรูป

เกิดจากสมุฏฐาน๔

ปสาทรูป

เกิดจากสมุฏฐานเดียว

โคจรรูป

(เว้นสัททะ)

เกิดจากสมุฏฐาน๔

สัททรูป

เกิดจาก๒สมุฏฐาน

ภาวรูป

เกิดจากสมุฏฐานเดียว

หทยรูป

” ”

ชีวิตรูป

” ”

อาหารรูป

เกิดจากสมุฏฐาน๔

ปริจเฉทรูป

” ”

วิญญัติรูป

เกิดจากสมุฏฐานเดียว

วิการรูป

เกิดจาก๓สมุฏฐาน

ลักขณรูป

ไม่ได้เกิดจากสมุฏฐานใดเลย

รวม

๒๘

๑๘

๑๕

๑๓

๑๒

แสดงเหตุเกิดแห่งรูป