จะเริ่มต้นอย่างไร? หัวใจของเรื่องอยู่ตรงไหน? และหาจุดจบของเรื่องได้อย่างไร?

        ภายใต้โจทย์การทำงานต่าง ๆ ย่อมท้าทายอยู่เสมอ เหมือนกับงานเขียนทำให้พบว่าสิ่งสำคัญ? ทำให้เรามีความสุข กับการที่เราได้รับการตอบสนองในสิ่งที่ดี ๆ  เริ่มที่การมองโลกในแง่บวก รู้จักที่จะปล่อยวาง คิดเสมอว่า แม้วันนี้เรามีความสุขแต่ความทุกข์กำลังรอเราอยู่ข้างหน้า และแม้วันนี้เรามีความทุกข์แต่ความสุขกำลังยิ้มรอเราอยู่ข้างหน้าเช่นกัน  

       10 เดือนกับสิ่งดี ๆ ที่ผ่านมา นับเป็นความท้าทาย บนโลกไซเบอร์แห่ง GotoKnow ณ. พื้นที่แห่งนี้ ได้รู้จักกับกัลยาณมิตรที่มาเป็นกำลังใจให้งานเขียนเป็นท่านแรก ๆ ก็คือ อาจารย์ขจิต , อาจารย์พรชัย , คุณวอญ่า , คุณคนไม่มีราก , คุณหนานเกียรติ , คุณเพชรน้อย , คุณสามสัก  และอีกหลาย ๆ ท่าน คือแรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องราวดี ๆ  ผู้เขียนมีวันนี้ได้ก็เพราะพี่ ๆ น้อง ๆ ชาว GotoKnow ทุก ๆ ท่าน เป็นแรงผลักดันคอยให้กำลังใจเสมอมา เพราะตั้งแต่จำความได้เป็นคนที่ไม่ชอบการขีด ๆ เขียน ๆ  ชอบการอ่านมากกว่า ช่วงแรก ๆ ยังไม่มีบล็อกเป็นของตัวเอง อาศัยบล็อก SHA ของโรงพยาบาล ต่อมาคุณอัจฉรา  บุญช่วย ซึ่งเป็นหัวหน้างานของผู้เขียน ได้แนะนำให้สร้างบล็อกเป็นของตัวเอง นั่นคือที่มาที่ไปของการเขียนและนำมาเล่าประสบการณ์ความรู้เกี่ยวกับการเริ่มต้นเขียนบล็อกและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ใน GotoKnow.org

      จุดเริ่มต้นคือทางโรงพยาบาลพะโต๊ะ ได้มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ได้เขียนเรื่องเล่าผ่านโครงการ SHA ฟังคุณอัจฉรา บุญช่วย พูดถึงบ่อย ๆ แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก คิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว กลุ่มเป้าหมายของนโยบายนี้น่าจะเป็นกลุ่มหัวหน้าฝ่าย, หัวหน้างาน , แพทย์หรือพยาบาลมากกว่า อยู่มาวันหนึ่ง   

         “พี่นกค่ะ ลองเขียนเรื่องเล่าสักเรื่องมั๊ยพี่ “

        ตื่นจากภวังค์ทันที เงียบ...เพื่อตั้งสติ หันกลับไปมองเจ้าของเสียง เจอแต่รอยยิ้มหวาน ๆ กับดวงตาที่ทอดมองมาคล้าย ๆ กับการให้กำลังใจ   พักหลัง ๆ เจอกับประโยคแบบนี้บ่อย ผู้เขียนก็ยังไม่ขานรับซักที  กิจกรรมก็ได้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แพทย์ ,พยาบาล ,พนักงานขับรถยนต์ต่างทยอยเรื่องกันมาอย่างไม่ขาดสาย สมองถูกปิดตายมานานแล้วในเรื่องการเขียนไม่ทราบว่าจะเริ่มตรงไหน? และหาจุดจบอย่างไร?  หนึ่งสมอง สองมือ กับ 24 ชั่วโมง  เท่ากับคนอื่น ๆ  ส่วนลึกในใจอยากเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมงานคุณภาพต่าง ๆ ในทุก ๆ เรื่องบอกกับตัวเองว่า “ลองดูก็แล้วกันไม่เคยเห็นขอทานขาดทุนสักที…”

      ศีรษะถึงหมอนกะว่าจะนอนพักผ่อน แต่คืนนี้ไม่เอาดีกว่านอนมาครึ่งค่อนชีวิตแล้วอีกไม่นานก็จะได้นอนอย่างนิจนิรันดร์แล้ว ลองมาทำอะไรที่เป็นประโยชน์ให้กับโรงพยาบาลบ้างน่าจะดี เขียนประมาณไหนดีหนอ.... อ๋อ....คิดออกแล้วเรื่องการประหยัดทรัพยากรไงน่าจะเวิร์ก ความคิดวิ่งแล่นเข้ามาทันที เพราะเป็นเรื่องที่โลกกำลังอินเทรนด์อยู่พอดี ไม่พูดพร่ำทำเพลงยกแม่น้ำทั้ง 5 สายขึ้นมาอ้างอิง

   รุ่งเช้าของวันใหม่ได้นำเสนอเรื่องเล่ากับคุณอัจฉราซึ่งได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการ SHA (การสร้างเสริมสุขภาพผ่านกระบวนการคุณภาพเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน) และโรงพยาบาลร่วมโครงการถึง 60 โรงพยาบาล  ในฐานะผู้ร่วมอบรม Narrative Medicine และร่วมสานฝันโครงการ SHA คงมีอะไรดี ๆ มาแนะนำบ้าง อย่างที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่แรก เรื่องบางไปนะ ต้องประมาณนี้ (โดนไปหลายจุด) เมื่อคำแนะนำต่าง ๆ ได้ถูกถ่ายทอดออกมา ความคิดต่าง ๆ วิ่งแล่นลงสู่ใจ ไหลเป็นปัญญาขึ้นมาทันที สิ่งแรกเอางานกลับไปแก้ไข รอบแล้วรอบเล่า งานนี้มีท้อไปเหมือนกัน แต่ด้วยตัวเองพอมีต้นทุนเกี่ยวกับการอ่านอยู่บ้าง ชอบอ่าน ชอบศึกษา และบวกกับที่เป็นคนไม่ยอมแพ้ต่อปัญหา และอุปสรรคต่าง ๆ แค่ร้อยเรียงตัวอักษรให้เป็นเรื่องราวเรายังแพ้แล้ว อนาคตข้างหน้ายังอีกยาวไกล เรื่องแค่นี้ทำให้ตัวเองไม่ได้ แล้วใครจะมาหวังพึ่งเราได้  เน้นย้ำตัวเองให้เจ็บ ๆ เพื่อจะได้นำไปตรึกตรอง  

         จะเริ่มต้นอย่างไร? หัวใจของเรื่องอยู่ตรงไหน? และหาจุดจบของเรื่องได้อย่างไร? ทุกอย่างเป็นคำถามทั้งหมด ด้วยความที่ไม่ใช่มืออาชีพกว่าจะนึกออกแต่ละเรื่องผ่านวัน และคืนอย่างไม่มีหวัง บางครั้งก็คิดเนื้อหาได้ว่าประมาณนี้ บางทีก็คิดท่อนสุดท้ายได้ หรือบางครั้งก็คิดท่อนกลางออก ท่อนแรกยังนึกไม่ถึงไหน หรือบางครั้งคิดชื่อเรื่องได้ก่อน แต่คำลงท้ายยังคงเหมือนสายลมยังหาทิศทางไม่เจอ พยายามบอกกับตัวเองว่า เราจะเป็นคนเขียนเรื่องที่ดีได้อย่างไร  ถ้าเรายังเป็นคนอ่านเรื่องที่ดีไม่ได้? ผู้เขียนได้ให้เวลากับการไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม อ่านหนังสือหลาย ๆ เล่มเพื่อประกอบการเขียน อ่านทุกเรื่องผ่านเว็บบล๊อก ต่าง ๆ จุดเริ่มต้นสำหรับนักเขียนมือใหม่ อ่านให้มาก เขียนให้มาก ทำความเข้าใจพร้อมทั้งแยกประเด็นให้ได้  อย่างที่มีคนกล่าวว่า “ไม่มีเหตุบังเอิญในโลกใบนี้ ล้วนมีเหตุมีผลและปัจจัยที่เราอาจไม่ได้ใส่ใจก็เท่านั้น”

      สุดท้ายก็ทำได้จริง ๆ หลังจากที่เรื่องแรกผ่านการตีพิมพ์มีแต่เสียงตอบกลับที่ดีทั้งภายในและภายนอกโรงพยาบาล จากความเดิมกะว่าจะเขียนเพียงเรื่องเดียวเพื่อให้มีงานส่งก็น่าจะพอ   แต่สิ่งอัฒจรรย์มันย่อมเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ยอมรับว่าเพราะคำคอมเม้นท์เป็นกำลังใจหลักที่ทำให้มีสิ่งดี ๆ เกิดขึ้นในวันนี้  เป็นความท้าทาย ที่ลืมไม่ลงจริง ๆ นานวันเริ่มมีความสุขและสนุกกับการเขียน และการได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อน ๆ ทุกครั้งที่อ่านคำคอมเม้นท์ เหมือนเสียงสวรรค์ประทานพรลงมา เหมือนหยาดน้ำทิพย์ ชโลมหัวใจดวงนี้ให้มีขวัญและกำลังใจในการทำงาน และสร้างสรรค์งานเขียน จากประสบการณ์ในการทำงาน พยายามที่จะสร้างความแปลกใหม่ ผลิตงานออกไปทุกชิ้นผ่านการลองผิดลองถูก ผ่านกระบวนการอ่านๆๆๆ     คิดๆๆๆ และเขียนๆๆๆ บวกกับแรงบันดาลใจที่ดี  เชื่อแล้วว่าเรื่องเล่าสร้างโลกได้จริง ๆ   

       เรื่องทุกเรื่องต้องทอดเวลาทิ้งไว้แล้วกลับมาทบทวนใหม่ เพื่อหาค่าความสมบูรณ์ กว่าจะผ่านได้แต่ละเรื่อง ด้วยความเอาใจใส่ในทุก ๆ รายละเอียด แทบจะจดจำข้อความได้ทุกตัวอักษร เลยก็ว่าได้ ผลลัพธ์ต้องจบด้วยความสมบูรณ์เสมอ ช่วงหลัง ๆ ผลงานเริ่มเป็นที่ประจักษ์แก่สายตา เริ่มมีคนรู้จักมากขึ้น วันนี้จะสานฝันให้เป็นจริงเสียที  กับการคาดหวังว่าอะไรที่เป็นสิ่งที่ดี ๆ อยากให้คนอื่นได้ร่วมรับรู้ร่วมกัน

       ขอขอบคุณพื้นที่แห่งนี้ที่ให้โอกาส ได้เรียนรู้ ได้ประสบการณ์ดี ๆ เป็นความทรงจำที่มิรู้ลืมจริง ๆ   ทุกแห่งทุกที่บนโลกใบนี้ย่อมมีปัญหาแตกต่างกันออกไป เปรียบเสมือนรวงข้าว 1 รวง ที่มีทั้งเมล็ดที่สมบูรณ์และเมล็ดลีบ สำหรับตัวผู้เขียนแล้วเลือกที่จะเป็นเมล็ดข้าวที่สมบูรณ์ เพราะจะเพาะพันธุ์ความสุข ความประทับใจในการเขียนเรื่องราวดี ๆ ให้ขยายมากขึ้นจะไม่ยอมเป็นเมล็ดลีบที่ปลิวไปโดยไร้ทิศทางอย่างแน่นอน......