เนื้อหาต่อเนื่องจาก 2 บันทึกแรก เพื่อให้เข้าใจกลยุทธ์การตลาดมากขึ้น

กลยุทธ์  การตลาด

Price War Syndrome ในตลาด โคล่า

บทวิเคราะห์

                ใครที่เป็นนักศึกษาวิชากลยุทธ์การตลาด คงเคยศึกษาเคสตลาดน้ำดำมาบ้าง ศึกน้ำดำถือเป็นศึก       สายเลือดระหว่างโค้กและเป๊ปซี่ที่รบกันไปทั่วโลกเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดมาครอบครองให้        มากที่สุดเท่าที่จะมาได้    ไม่ว่าจะเป็นการรบในสมรภูมิประเทศใด โค้กจะเป็นฝ่ายกำชัยโดยตลอด        มีเพียงประเทศไทยเท่านั้น  ที่เป็นข้อยกเว้น ดังนั้นโค้งจึงต้องออกแรกมากเป็นพิเศษ กลยุทธ์การตลาด                ทุกอย่างก็จะถูกงัดขึ้นมาใช้

 

Price War Syndrome

                การเล่นสงครามราคาไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในธุรกิจน้ำดำเท่านั้นหากยังแพร่ระบาดไปทุกวงการ จนกระทั้งบางธุรกิจอยู่ไม่ได้หากไม่ลดราคา ที่เห็นชัดเจนคือโทรศัพท์มือถือ แม้กระทั้งห้างโลตัส, บิ๊กซ๊และคาร์ฟูร์ ที่ส่งผลให้ห้างสรรพสินค้าต้องหา Event มาเล่นเพื่อลดราคากันอยู่เรื่อยๆ ซึ่งห้างเซ็นทรัลและเดอะมอลล์ทำอยู่เป็นประจำ

                แจ็คเทร้าส์ได้เขียนข้อห้ามเรื่องการใช้ราคาเป็นอาวุธในหนังสือชื่อ “The Power of Simplicity” ว่า

  1. อย่าลดราคาเพราะยี่ห้ออื่นลด
  2. ต้อมีความคิดสร้างสรรค์ก่อนจะลดราคา
  3. ต้องมีกำหนดระยะเวลาในการลดที่แน่นอน
  4. ต้องแน่ใจว่าที่สุดลูกค้าปลายทางได้รับประโยชน์จากการตลาดราคานี้
  5. ควรลดราคาเพื่อให้อยู่รอดในตลาดที่โตเต็มที่แล้ว
  6. ต้องหยุดลดราคาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
  7. การลดราคาควรทำเพื่อเคลียร์สต็อคและสร้างธุรกิจเพิ่มเติม

                จึงเห็นได้ว่าแม้จะทำสงครามราคา ก็ต้องมีกฏเกณฑ์ ไม่เช่นนั้นก็อาจตกม้าตายได้ในที่สุด

 

กรณีศึกษา  การโฆษณาของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ด้วยยุทธการสาดโคลนในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่

                เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดซึ่งเป็นธุรกิจระหว่าง Service Provider ที่มีจำนวนผู้แข่งขันน้อยราย (Oligopoly)  เป็นการใช้สื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าธุรกิจของอีกฝ่ายด้อยกว่าธุรกิจของตนอาจเป็นด้วยการโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ  อีกทั้งมีการเล่นราคาในการโทรในเครือข่ายทุกรูปแบบ เพื่อให้ธุรกิจของตนได้ส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด  การตลาดช่วงตกต่ำจากสภาพเศรษฐกิจก็ไม่มีใครรู้ว่าโอกาสจะพลิกฟื้นจะมาเยือนเมื่อใด ธุรกิจที่เคยอยู่ในช่วงการเติบโต ซึ่งต้องดำเนินกลยุทธ์แบบหนึ่งกลับต้องกายเป็นธุรกิจที่อยู่ในช่วงการอิ่มตัว (Maturity) ไปโดยปริยาย  ดังนั้นธุรกิจโทรศัพท์มือถือก็จัดอยู่ในประเภทนี้ด้วยเช่นกัน