เมียมรดกและเมียอุปถัมภ์

          ระยะนี้ผมไม่ค่อยมีเวลาเขียนบันทึก เพราะมีภาระกิจหลายอย่าง ทั้งงานการเขียนหนังสือให้สำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง งานเขารีบมาก ผมต้องอดตาหลับขับตานอนปั่นต้นฉบับให้เขา จนเบรอไปหมดแล้ว และข้อสำคัญต้องช่วยดูแล น้องปันปัน หลานคนแรกในชีวิตกันอย่างสุฤทธิ์สุดเดช

          แต่กระนั้นก็ตาม พรรคพวกชวนให้ไปเที่ยวแคว้นสิบสองปันนา ประเทศจีน ช่วง 11-15 มิถุนายนที่ผ่านมาโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด มีหรือที่ผมจะปฏิเสธ เพราะชอบของฟรีอยู่แล้ว เราไปกัน 27 ชีวิตครับ ไม่ได้ไปทางเครื่อง นั่งรถบัสเล็กไปเชียงของ ข้ามโขงไปห้วยทรายของลาว แล้วต่อไปบ่อเต็น ผ่านด่านบ่อหานของจีนถึงโรงแรมที่พักในเมืองเชียงรุ้ง ซึ่งเป็นเมืองหลักของแคว้นสิบสองปันนา

        สาเหตุหลักที่ผมอยากไปมาก ถ้าพวกเรายังไม่ลืมประวัติศาสตร์ชาติไทยที่เรียนกันมาตั้งแต่ประถม เขาบอกว่าคนไทยอพยพมาจากเทือกเขาอัลไต มาอยู่แถบสิบสองปันนา สิบสองจุไท นั่นย่อมแสดงว่า ผมกำลังได้มีโอกาสกลับไปเยี่ยมบรรพบุรุษของผมและก็ไม่ผิดหวังครับ ได้เห็นวัฒนธรรมของชนเผ่าไทยลื้อ ที่ค่อนข้างคล้ายกับวัฒนธรรมบ้านเรา ไปกราบพระที่วัดไทยลื้อ ท่านพูดภาษาไทยกับผม แถมบอกด้วยว่าจบมาจากวัดปากน้ำ สุดยอดมากครับ ข้อเสียมีบ้างนิดหน่อย นอนอยู่เชียงรุ้ง 2 คืน มีคนโทรขึ้นไปที่ห้องพัก จะขอมานอนด้วยทั้งสองคืน ผมไม่อยากมีปัญหาก็ตอบปฏิเสธไป

         เขาพาไปเที่ยวที่ชนเผ่าอีก้อ เพื่อศึกษาวัฒนธรรมของเขา สิ่งที่ประทัยใจคือเขามีการให้พวกเราไปนั่งฟังเพลงประจำเผ่าของเขา มีทั้งร้องทั้งเต้น ประมาณ 3 เพลง พอเพลงจบ สาว ๆ อายุไม่เกิด 20 ปี ต่างก็วิ่งมาที่พวกผม แล้วเอาน้ำเต้าเล็ก ๆ มาคล้องคอพวกเรา ผมก็โดนด้วย จากนั้นเขาจูงมือผมไปนั่งล้อมวงโดยมีคนที่คล้องน้ำเต้า นั่งอยู่ข้าง ๆ ประมาณเกือบ 50 คู่ เพราะมีทัวส์ลงหลายคณะ ตอนนั้นผมเริ่มรู้แล้วว่าเขาสาธิตการแต่งงานแบบอีก้อ โดยมาผมเป็นเจ้าบ่าว และคนที่คล้องผมเป็นเจ้าสาว พิธีผ่านไปสักระยะหนึ่ง เจ้าพิธีให้เจ้าบ่าวมอบค่าสินสอดให้เจ้าสาว อย่างน้อยคนละ 50 หยวน(1 หยวนเท่ากับ 5 บาท) ผมไม่มีตังย่อย มีแต่แบงค์ 100 หยวน เลยให้เขาไป 100หยวน เพราะกลัวเสียหน้าชาว G2K เจ้าพิธีประกาศชมเชยผมใหญ่ แต่ในใจผมคิดแต่เพียงว่า จะเสียตังค์ 500 บาท สำหรับการแต่งงานปลอม ถ้าแต่งจริง 5000 บาท ก็จะยอมเสีย

         หลังจากเสร็จพิธี เจ้าสาวตัวปลอมของผม นำเงินมาคืนผม 250 หยวน ค่อยยังชั่ว ตอนขากลับมาเมืองไทย ผมอดคิดถึงคำพูดของน้องน้อย ไกด์ชาวลาวไม่ได้ ที่อธิบายว่า ภาษาลาว เมียหลวง เขาเรียกว่า เมียมรดก และเมียน้อย เขาเรียกว่าเมียอุปถัมภ์

          จึงขอบอกกล่าวให้พวกเราทราบว่า การไปสิบสองปันนาเที่ยวนี้ ผมได้เมียอุปถัมภ์ (ปลอม ๆ) มาหนึ่งคนครับ