หัวข้อนี้. '' ฉันหาความสุขได้จากการปั่นจักรยาน จึงถ่ายทอดความสุขให้ท่านฟัง '' ..
ฟังดูแล้วไม่น่าจะมาอยู่ในหน้ากระดานสรุปทริป คงต้องขออภัยด้วยครับ หากแต่ว่าการปั่นจักรยานในทุก ๆ วันของเรานั้น คือทริปประจำตัวที่ได้ถือว่า เป็นทริปที่พิเศษสุดในแต่ละวัน จึงเลือกที่จะมาขอแทรกอยู่ในหน้าสรุปทริป ครับ
...
ทุกวันนี้ การปั่นจักรยานของตัวเอง เป็นการปั่นไปด้วยจิตที่เบิกบาน มีความสุขอย่างเหลือล้ำ ปั่นไปอย่างไร้ร่องรอยของความเหนื่อยล้า ไร้พันธนาการของความรู้ จนถึงที่สุด ณ ห้วงแห่งเวลาหนึ่ง เวลาภายในจิตใจไม่หลงเหลืออยู่ให้เป็นที่ประจักษ์ การเคลื่อนที่บนอานจักรยาน เป็นการเดินทางไปสัมผัสกับดวงดาว จักรวาล สัมผัสกับสายลมที่สะท้านสะเทือนผิวกายอย่างหาคำเปรียบมิได้ เมื่อการปั่นจักรยานดำเนินมาได้ถึงจุดที่ไร้ตัวตน ไร้ความรู้สึกนึกคิด ไร้ความเป็น ''ฉัน ..'' ไร้ซึ่งความปวดร้าว ไร้ซึ่งกรดและของเสีย ไร้เรื่องการจบสิ้น กาลกับกลายเป็นว่าเกิดปิติอย่างเหลือล้ำที่จะเรียนเชิญท่านเข้าไปสัมผัสด้วยกัน ความสุขนี้ ได้ส่งเป็นพลังให้กับความมีชีวิต ความเป็นมนุษย์ ความสุขนี้ คือความสุขที่เกิดขึ้นบนท่ามกลางความเหน็ดเหนื่อยปวดร้าวแสนสาหัสจ์ ในขณะที่สองขากำลังปั่นอย่างไร้การบงการ บนเทือกภูสูงตระหง่านนี้นั้น คือสันภูที่ทำให้ความเป็น '' ฉัน'' จบสิ้นลง
...
สันภูนี้ บนความเหนื่อยล้านี้ สัมผัสที่ข้าพเจ้าได้รับจากภายใน คือสัมผัสของดวงดาว ของจักรวาล คือความเงียบสงบ คือความหนาวเย็น สายลมที่พัดผ่านผิวกาย ทำให้ความมีตัวตนมลายสิ้น สายลมได้ช่วยพยุงกายใจให้เดินทางเข้าไปสัมผัสกับจักรวาล จักรวาลที่เยือกเย็น สงบ สวยงาม ปิติอย่างสูงส่ง จนความปิติสุขนี้ ได้ส่งผลให้แก่นกายจากภายนอก ส่งรอยยิ้มให้กับผืนดิน ยิ้มให้กับสายลม ยิ้มให้กับผู้ผ่านทางที่ฉงนสงสัย ยิ้มให้กับเสียงนกน้อยที่ไร้ที่มา ยิ้มให้กับทุก ๆ สิ่งที่ผ่านมา ยิ้มให้กับจักรวาล
...
ความสุขนี้ ข้าพเจ้าจึงเดินทางมาบอกกับท่านว่า ''ฉันหาความสุขได้จากการขี่จักรยาน จึงขอถ่ายทอดความสุขให้ท่านฟัง ...''