ท้องทะเลสีครามชายทะเลฝั่งอันดามัน ภาคใต้ของประเทศไทย เต็มไปด้วยคลื่นและลมต่างพัดพาเคลื่อนไหวกันไม่หยุดนิ่ง ซึ่งในความเคลื่อนไหวเหล่านั้นก็ยังมีความสงบนิ่งและความงดงามบางอย่างแห่งวิถีชีวิตของคนกลุ่มหนึ่ง ผู้ที่ได้ชื่อว่าดำรงชีวิตอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยกับท้องทะเลสีครามมานานนับร้อยปีแล้ว เป็นที่เรียกขานกันสั้น ๆ ว่า “ชาวเล” หรือชนเผ่าที่มีภาษาและวัฒนธรรมที่สอดคล้องกับทะเล ชาวตะวันตกจึงขนานนามว่า “Sea Gypsy” หรือ “ยิปซีทะเล” อันประกอบด้วยกลุ่มคน 3 กลุ่มคือ “อูรักลาโว้ย” “มอแกลน” และ “มอแกน”

            เมื่อกาลเวลาผ่านไป ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีการผันแปร ความงามในวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวเลเหล่านี้ก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย เพราะวิถีชีวิตแบบเมืองที่เข้าไปมีอิทธิพลมากขึ้น ทั้งอูรักลาโว้ยและมอแกลนก็ได้รับการขนานนามว่าเป็นกลุ่ม “ไทยใหม่” เว้นแต่เพียงชาวเลอย่างมอแกนเท่านั้นที่ยังคงความเป็นมอแกนอยู่เช่นเดิม มอแกนจึงถือเป็นกลุ่มชาวเลที่ดั้งเดิมที่สุด เพราะว่ายังคงรักษาวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ยังเหลือ และดำเนินชีวิตด้วยวิถีแห่งความพอเพียงบริเวณอุทยานหมู่เกาะสุรินทร์ อ.คุระบุรี จังหวัดพังงาเรื่อยมา

            จนกระทั่งวันที่ 26 ธันวาคม 2546 ความโหดร้ายของธรรมชาติก็นำความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่มาสู่มวลมนุษย์ เหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยสึนามิได้สร้างความเสียหายต่อ 6 จังหวัดชายฝั่งอันดามันทั้ง ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล รวมไปถึงอีกหลายประเทศในแถบใกล้เคียง ไม่เพียงแต่คนทั่วไปที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่ง 6 จังหวัดจะได้รับความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินเท่านั้น และแน่นอน...กลุ่มคนผู้มีทะเลเป็นบ้านอย่างชาวมอแกนก็ได้รับผลกระทบและเป็นที่รู้จักของชาวโลกตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา