มาตรา 75 ให้จัดตั้งสำนักงานปฏิรูปการศึกษา ซึ่งเป็นองค์กรมหาชน
เฉพาะกิจที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความในกฎหมายว่าด้วย
องค์กรมหาชนเพื่อทำหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) เสนอการจัดโครงสร้าง องค์กร การแบ่งส่วนงานตามที่บัญญัติไว้ในหมวด 5
ของพระราชบัญญัตินี้
(2) เสนอการจัดระบบครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาตามที่บัญญัติไว้ใน
หมวด 7 ของพระราชบัญญัตินี้
(๓) เสนอการจัดระบบทรัพยากรและการลงทุนเพื่อการศึกษาตามที่บัญญัติ
ไว้ในหมวด 8 ของพรนะราชบัญญัตินี้
(4) เสนอแนะเกี่ยวกับการร่างกฎหมายเพื่อรองรับการดำเนินการตาม (1) (2)
และ (3) ต่อคณะรัฐมนตรี
(5) เสนอแนะเกี่ยวกับการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ และคำสั่ง
ที่ใช้บังคับอยู่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตาม (1) (2) และ (3) เพื่อให้สอดคล้อง
กับพระราชบัญญัตินี้ต่อคณะรัฐมนตรี
(6) อำนาจหน้าที่อื่นตามที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยองค์กรมหาชน ทั้งนี้ ให้คำนึง
ถึงความคิดเห็นของประชาชนประกอบด้วย
มาตรา 76 ให้มีคณะกรรมการบริหารสำนักงานปฏิรูปการศึกษาจำนวน
9 คน ประกอบด้วย ประธานกรรมการและกรรมการ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง
จากผู้มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ และมีความเชี่ยวชาญด้านการ
บริหารการศึกษา การบริหารรัฐกิจ การบริหารงานบุคคล การงบประมาณ
การเงินและการคลัง กฎหมายมหาชน และกฎหมายการศึกษา ทั้งนี้ จะต้อง
มีผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมิใช่ข้าราชการหรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ
รวมอยู่ด้วย ไม่น้อยกว่าสามคน
ให้คณะกรรมการบริหารมีอำนาจแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษาและแต่งตั้ง
คณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติการตามที่คณะกรรมการบริหารมอบหมายได้
ให้เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปการศึกษา เป็นกรรมการและเลขานุการของคณะ
กรรมการบริหาร และบริหารกิจการของสำนักงานปฏิรูปการศึกษาภายใต้การกำกับ
ดูแลของคณะกรรมการบริหาร
คณะกรรมการบริหารและเลขาธิการมีวาระการดำรงตำแหน่งวาระเดียวเป็นเวลา
สามปี เมื่อครบวาระแล้วให้ยุบเลิกตำแหน่งและสำนักงานปฏิรูปการศึกษา
คณะกรรมการปฏิรูปการศึกษานี้ ประกอบด้วย กรรมการ 9 คน ซึ่งต้องสรรหา
จากผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารการศึกษา การบริหารรัฐกิจ การบริหารงานบุคคล
การงบประมาณการเงินและการคลัง กฎหมายมหาชน และกฎหมายการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญ
9 คนนี้อาจมีความรู้ ต้องมีผู้ในสาขาใดสาขาหนึ่ง หรือมากกว่าสาขาใดสาขาหนึ่งก็ได้
แต่เมื่อได้กรรมการ 9 คนแล้ว ต้องมีผู้เชี่ยวชาญครบทุกสาขาดังกล่าว
นอกจากนั้นในกรรมการทั้ง ๙คนนี้ จะต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมิใช่ข้าราชการ หรือ
ผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐไม่น้อยกว่า 3 คน
คณะกรรมการการปฏิรูปนี้ มีวาระเพียง 3 ปี
เนื้อหากฎหมาย
วันที่ 31 ส.ค. 42 ครม.ได้อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา จัดตั้ง “สำนัก
งานปฏิรูปการศึกษา” เป็นองค์การมหาชนเฉพาะกิจ ตามกฎหมายว่าด้วยองค์การ
มหาชน เพื่อดำเนินการปฏิรูปการศึกษาตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.การศึกษาฯ 3 หมวด
คือ หมวดว่าด้วยการบริหารและการจัดการศึกษา หมวดว่าด้วยครู คณาจารย์และ
บุคลากรทางการศึกษา และหมวดว่าด้วยทรัพยากรและการลงทุนเพื่อการศึกษา
เมื่อวันที่ 14 ก.ย.42 สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เชิญผู้แทนจาก สกศ.
ศธ. ทบวงมหาวิทยาลัยและสนง.คณะกรรมการปฏิรูประบบราชการเข้าร่วมชี้แจง
รายละเอียด ก่อนจะส่งไปยังครม.ให้ความเห็นชอบอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้นายกรัฐมนตรี
นำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยนำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาใช้บังคับ
เป็นกฎหมายต่อไป
ตาม พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2542 เป็นต้นมา ถือได้ว่าเป็นกฎหมายแม่บท ที่เป็นเสมือนธรรมนูญการศึกษาของประเทศ, กล่าวคือ การจัดการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท ทุกรูปแบบต้องดำเนินการโดยยึดพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับนี้เป็นหลัก.
พระราชบัญญัติฉบับนี้ถือเป็นกฎหมายปฏิรูปการศึกษา เพราะได้กำหนดประเด็นเรื่องสำคัญครอบคลุมการศึกษา ทั้งระบบที่ต้องปฏิรูปและกำหนดเงื่อนเวลาด้วย เช่น เรื่องส่วนใหญ่จะต้องปฏิบัติ 3 ปี คือ ภายในวันที่ 20 สิงหาคม 2545, บางเรื่องก็ให้เวลามากกว่านั้นคือ เรื่องการประกันคุณภาพการศึกษาจากภายนอก ซึ่งให้เวลาไว้ถึง 6 ปี. ในการปฏิรูปการศึกษาตามพระราชบัญญัตินี้ได้กำหนดหน่วยงานรับผิดชอบไว้ด้วย ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการทบวงมหาวิทยาลัย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ และองค์การมหาชนเฉพาะกิจ คือสำนักงานปฏิรูปการศึกษา เพื่อจัดทำกฎหมายปฏิรูปการศึกษาในหมวด 5 ว่าด้วยโครงสร้างและระบบการศึกษา, หมวด 7 ว่าด้วยระบบครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา, และหมวด 8 ว่าด้วยทรัพยากรละการลงทุนทางการศึกษา
ในเรื่องสารบัญญัติที่สำคัญต้องถือว่าการปฏิรูปการเรียนรู้ในหมวด 4 เป็นหัวใจการปฏิรูปการศึกษา. ทั้งนี้เพราะระบบการศึกษาที่ผ่านมาไม่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา หรือคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนเท่าที่ควร ทำให้คุณภาพของไทยไม่สามารถแข่งขันได้, แต่จะทำเฉพาะปฏิรูปการเรียนรู้ ก็จะไม่บังเกิดผลเท่าที่ควรจำเป็นต้องปฏิรูปเรื่องอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกันกับการปฏิรูปการเรียนรู้ โดยเฉพาะการปฏิรูปหลักสูตรและการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ, การประกันคุณภาพสื่อและเทคโนโลยีการศึกษา และปฏิรูปครู และบุคลากรทางการศึกษา. นอกจากนี้เพื่อให้การปฏิรูปการเรียนเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์ และได้ผลยั่งยืน จึงจำเป็นต้องปฏิรูปทรัพยากร และการลงทุนทางการศึกษา และการปฏิรูปโครงสร้างและการบริหารการจัดการศึกษา เพื่อมุ่งเน้นการปฏิรูปการเรียนรู้ที่มุ่งผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษาเป็นคนไทยที่มีคุณภาพและคุณธรรมเข้มแข็ง และแข่งขันได้
โอเคใหมครับ ท่านอาจารย์ดิสกุล ครับ
ยังไงวันที่ 26 มิ.ย.2553 พบกันนะครับ
อาจารย์ลองเข้าดูตามลิงค์นี้นะครับ
http://www.pua108.com/smf/index.php?topic=1599.0
บรรยากาศดี ดนตรีไพเราะครับ
เยี่ยมจริงๆนะค่ะคุณพี่
เจ๋งไปเลย สอน วิธีทำด้วยคนชิค่ะ คุณชายสายเสมอ
คับ เจ้าชายแฮงค์ อิอิ