ในชีวิตตลอด 15 ปีที่ผ่านมาของฉัน ฉันแทบไม่เคย

ที่จะทำอะไรได้สำเร็จเลยซักเรื่อง

แม้แต่จะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆหรือเรื่องใหญ่ก็ตาม

ฉันรู้ตัวเองมาโดยตลอด และคอยปรับปรุงตัวเองอยู่เสมอ

จนในวันหนึ่ง ที่ฉันได้ขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ครอบครัวของฉันทะเลาะกันบ่อยมาก

ประกอบกับแม่ที่ต้องทำงานหนัก ต้องเสียน้องที่กำลังจะเกิดไป

ฉันเสียใจมากแต่ก็ต้องเก็บอาการเอาไว้ ฉันไม่อยากให้ใครมาเห็นว่าฉันเสียใจ

และไม่อยากให้แม่ต้องคิดมากในเรื่องต่างๆ แม่ฉันเป็นคนเข้มแข็งและสอนให้ฉันเข้มแข็งมาโดยตลอด

ฉันได้คิดขึ้นมาในใจว่า ฉันจะต้องตั้งใจเรียน เรียนให้สูงๆเข้าไว้ เพื่ออนาคตแม่ของฉันจะได้ไม่ต้องลำบาก

ฉันไม่อยากให้ท่านต้องมาลำบาก ในตอนที่ท่านอายุมากเพราะ ตลอดเวลาที่ผ่านมา

แม่และยายเป็นคนที่คอยดูแลฉันมาตลอด ตั้งแต่ฉันอายุ 2 ขวบเพราะ ผู้เป็นพ่อได้ทิ้งฉันกับแม่ไป

ด้วยเหตุผลบางประการ ซึ่งฉันเคยถามแม่กับยายแล้วแต่ไม่มีใครยอมบอก

ฉันจึงไม่เคยสนอีกเลย แล้วคิดว่าอดีตจะยังไงฉันไม่รู้ แต่ฉันจะทำให้ปัจจุบันนี้ดีที่สุดเท่าที่

เด็กคนนึงจะทำได้ ฉันพยายามตั้งใจเรียนเพื่อให้ตัวเองได้ขึ้นม.4

จนฉันได้ศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที 4 อย่างที่หวัง

ถึงแม้เกรด จะไม่สวยหรูก็ตามฉันก็คิดว่าฉันพยายามที่สุดแล้ว

(แต่ก็จะพยายามมากขึ้นอีก)

ในวันนี้ฉันไปเรียนชั้นม.ปลาย ฉันก็ยิ่งต้องพยายามตั้งใจเรียนให้มากขึ้น

เพื่อที่จะได้เข้ามหาลัยที่ฉันฝันว่าต้องเข้าให้ได้มาตลอด


และความสำเร็จอีกเรื่อง ของฉันก็คือ ฉันได้เป็นสารวัตรนักเรียน

นี้เป็นความสำเร็จที่เมื่อตอนม.ต้น ฉันไปช่วยงานพี่ๆสารวัตรบ่อยๆ

เมื่อขึ้นม.ปลาย พี่ๆสารวัตรจึงอยากให้ฉันมาช่วยงาน

บวกกับที่ฉันอยากจะเป็นสารวัตรนักเรียนมานาน

ฉันจึงตอบตกลงในทันที

และเรื่องราวพวกนี้ก็ จะเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จในอนาคตของฉัน

ฉันจึงอยากบอกทุกๆคนว่า "ไม่มีใครได้มาซึ่งความสำเร็จถ้าหากไม่ลงมือทำด้วยตัวเอง"

แล้วเราจะรู้ว่า ความสำเร็จที่เราเป็นคนพยายามทำขึ้นมานั้น มีค่ามากเพียงใด...