เสาร์ 19 มิย.ที่ผ่านมา ผมมีรายการสอนเป็นครั้งแรกที่ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี งานนี้เริ่มจากที่ผศ.ดร.น้ำอ้อย มิตรกุล ประธานโปรแกรมเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษา คณะครุศาสตร์ได้ติดต่อขอให้ผมไปช่วยสอนโดยยอมขับรถไปปรึกษาหารือกันถึงไชยาเมื่อตอนหัวค่ำวันหนึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อน
สิ่งที่ผมพอใจ และรับงานด้วยความสบายใจ คือได้สอนสิ่งที่อยากสอนกับคนหมู่มาก จำนวนหลายๆกลุ่ม แทนที่จะเหมาทั้งเทอม ว่ากันทุกเรื่องให้กับหมู่เรียนใดหมู่เรียนหนึ่ง ที่ว่าพอใจและสบายใจนั้นเพราะ อยากจะเผยแพร่สิ่งที่คิด และถ่ายทอดเรื่องราวที่ได้กลั่นกรองมาจากเรื่องที่คิดและทำมาด้วยตัวเอง เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับนักศึกษาสายครูทั้งหลาย ผู้ที่จะออกไปเป็นผู้กำหนดอนาคตของชาติ
ผมออกเดินทางไปตั้งแต่เย็นวันศุกร์ที่ 18 มิย. หลังจากทานยาระงับอาการเป็นไข้และปวดหัว เพราะหลงเพลิน กรำงานกลางแดดเปรี้ยงๆยาวนานมาหลายวัน และมาเจอฝนเข้าอีกเลยต้องเป็นไข้ครั้งแรกตั้งแต่ย้ายลงมาอยู่ไชยา
คืนนั้นไปทานอาหารเย็นกับอ.ชัยรัตน์ และผศ.ดร.นิตยา กันตะวงษ์ คณบดีคณะครุศาสตร์ที่ร้านอีสานเรือนไทย ที่ผมสุดแสนประทับใจทั้งบรรยากาศ รสชาติอาหาร และน้ำใจไมตรีจากท่านเจ้าของร้าน อิ่มหนำแล้วก็กลับมานอนค้างที่บ้านพักของอ.ชัยรัตน์ และผศ.ดร.นิตยา เพื่อรอตื่นมาสอนตอนเช้าวันรุ่งขึ้น
แต่ไม่ค่อยได้นอนหรอกครับ คุยกันเพลินจนดึกดื่น ประสาคนรู้ใจที่สุดที่นานๆเจอกัน เข้านอนราว 5 ทุ่ม ตกตีสองผมก็ตื่นอีกแล้ว และรู้สึกว่านอนอิ่มแล้วด้วย ลงมาข้างล่างพบอ.ชัยรัตน์ ครึ่งหลับครึ่งตื่น ให้นักฟุตบอลในทีวีดูอยู่ เลยชวนคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ ต่อยอดความคิด แลกเปลี่ยนความรู้จน เจ้าของบ้านบอกว่าไปนอนเสียหน่อยมั้ย ผมก็เห็นด้วย แต่พอดูนาฬิกา อีกราว 10 นาทีจะหกโมงเช้าแล้ว ขึ้นไปนอนๆไปก็ไม่หลับจึงลงมาอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปสอน ตั้งแต่ 7 โมงครึ่งโดยประมาณ
ผมคิดว่าจะเตรียมการสอน แต่แล้วก็ไม่ได้ทำ ดูจะเป็นครูที่แย่เอามากๆ แต่จำได้ว่าหลายครั้งที่ผ่านมา ผมสอนโดยไม่เตรียมอะไรมาก มักจะทำได้ดีกว่าเตรียมเยอะๆ เหตุน่าจะอยู่ที่สอนไปตามสถานการณ์ที่เป็นจริง ให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้เรียน สื่อไปแบบธรรมชาติ เรียกว่าปล่อยคำพูดออกมาจากใจ และที่สำคัญ พูดในสิ่งที่เราคิด และทำมาแล้วด้วยตัวเอง วิธีนี้หากใครจะเอาไปใช้บ้างให้ระวังดีๆ โดยเฉพาะครูใหม่ทั้งหลาย คนทำได้จะต้องผ่านโลกและประสบการณ์มาพอประมาณแล้วเท่านั้น และที่สำคัญ แม้ไม่ได้เตรียมในรายละเอียดที่จะพูด แต่เป้าหมายต้องชัดว่าจะใช้เวลาทั้งหมดทำกิจกรรมอะไรบ้าง เพื่อให้ได้ผลอะไรออกมาภายในเวลาที่กำหนด
วันนั้นนอกจากผมจะได้ใช้เวลาพูดคุยกับนักศึกษา 100 กว่าชีวิต ชี้ชวน เสริมความคิดและนำนักศึกษาสร้าง Blog เพื่อใช้เป็น Social Network ส่งเสริมการเรียนรู้ และจัดการความรู้ของแต่ละคนแล้ว ตอนเริ่มภาคบ่ายยังมีรายการพิเศษคือการ Phone in มาจาก ผศ.ดร.แสวง รวยสูงเนิน สหายร่วมอุดมการณ์จาก ม.ขอนแก่นด้วย
การพูดคุยและเล่าประสบการณ์ของผม มีสาระสำคัญอะไรบ้าง และ "ลุงแหวง" พูดอะไร จำไม่ค่อยได้แล้ว นักศึกษาจากกลุ่มนี้ท่านใด พอระลึกได้ ช่วยบอกหน่อยก็ดี ต่อท้ายบันทึกนี้ได้เลย
สวัสดีครับ
สวัสดีค่ะพี่ชาย
น้องสาว คนนี้ ครูอ้อย แซ่เฮ คิดถึงเสมอค่ะ สบายดีนะคะ รักษาสุขภาพด้วยค่ะ มือชั้นนี้ ไม่ต้องเตรียมล่ะค่ะ เชื่อได้
เรียนอาจารย์พินิจ
อาจารย์เป็นอาจารย์ที่ผมคิดว่าเป็นอาจารย์ที่แท้จริง ซึ่งจากการสอนของอาจารย์อาจารย์บอกว่าไม่ได้เตรียมเนื้อหาที่สอนเลย แต่การที่เราจะสอนใครสักคนหรือหลาย ๆ คนนั้น เราต้องรู้เรื่องสิ่งที่เราจะสอนให้ดีเสียก่อนถึงจะถ่ายทอดความรู้ให้กับเขา แต่สิ่งที่อาจารย์พินิจได้สอนกับ นักศึกษา ป.บัณฑิต นั้นเป็นสิ่งที่อาจารย์ได้ทำและปฏิบัติอยู่เป็นประจำเป็นเรื่องที่อาจารย์รู้แจ้งเห็นจริงซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้ชำนาญอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องเตรียมการสอนอะไรมากมาย
หลังจากที่ได้เรียนกับอาจารย์ทำให้ทราบว่าสังคมแห่งการแบ่งบันมีประโยชน์มากมายในการที่เราจะแชร์ความรู้ร่วมกัน กับผู้อื่น ผมในฐานะลูกศิษย์ของอาจารย์คนหนึ่งที่ได้เรียนกับอาจารย์มีความภูมิใจและดีใจเป็นอย่างยิ่ง และหวังว่าคงจะได้ความรู้จากอาจารย์อีกในวัน เสาร์ที่ 26 มิ.ย. นี้
คำพูดของอาจารย์แสวงที่ตรงใจมากที่สุด คือคำว่า ปัจจุบันนี้มี "ปริญญาของแท้ แต่คนเป็นคนปลอม" มันทำให้คิดถึงตัวเองว่า เราก็เป็นเช่นนั้น และไม่ต้องการให้เด็กไทยเป็นเช่นนั้น สำหรับตัวเองแล้ว ยิ่งได้เรียนวิชาชีพครู ที่ย้ำกับตัวเองว่าอยากจะทำ การศึกษาตามอัธยาศัยให้ลูก หรือที่คนมักจะเรียกว่า Home school
เรียนอาจารย์พินิจ ค่ะ
หนูชื่อ นางสาวเกษมณี ศิริรัตน์ ค่ะ แวะมาชมเชยอาจารย์หน่อยค่ะ หนูเป็นนักเรียนห้องนี้ด้วยค่ะ มีความภาคภูมิใจมากที่ได้เรียนกับอาจารย์ค่ะ อาจารย์มีความรู้ความเข้าใจในการสอนมาก โดยอาจารย์ไม่ต้องเปิดในตำราเลยค่ะ หนูเป็นนักศึกษาในห้องนี้ด้วยค่ะ อาจารย์เก่งมากค่ะ อาจารย์สอนพวกเราให้เก่งเหมือนอาจารย์ด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ
พูดถึงเรื่องต่างเกี่ยวกับการเรียน ของป.บัณฑิตค่ะ เพราะวันนั้นฟังไม่ค่อยชัดค่ะ
สวัสดีคะอาจารย์ ถึงแม้ว่าอาจารย์จะไม่ได้เตรียมตัวมาแต่สอนได้ดีมากเลยเนื้อหาก็เข้าใจง่ายแถมยังสอดแทรกธรรมเล็กๆน้อยๆมาให้ลูกศิษย์ได้คิดอีกด้วย ขอฝากเนื้อฝากตัวเป็นศิษย์ด้วยนะคะ ( หนูก็เป็นคนไชยาเหมือนกันค่ะ)
สวัสดีคับอาจารย์Handy
ผมขอขอบคุณอาจารย์มากคับที่อาจารย์สละเวลาให้กับพวกเราชาว ป.บัณฑิต มรส.
ความประทับใจของผมคือ การที่อาจารย์สละเวลามาสอนด้วยใจรัก เล่าประสบการณ์ต่างๆให้
พวกเราฟัง และได้รับฟังสิ่งดีๆจากอาจารย์แสวง ผมเองก็คิดเหมือนอาจารย์แสวงคับ
แต่ของผมจะมองลงไประดับต่ำกว่า อนุบาล ประถม และมัธยม เหมือนกับว่ามันไม่ได้รับอะไรบางอย่าง
พอเด็กเหล่านั้นเข้ามหาลัยมันก็เลยขาดบางสิ่งบางอย่าง จบมหาลัยก็เลยขาดบางสิ่งบางอย่างไป
โรงเรียนที่ผมทำงานเปิดสอนตั่งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมต้น ทุกเริ่มต้นเทอมใหม่
สิ่งที่ผมมองเห็นตอนเช้า(ผมจะมาถึงโรงเรียนก่อน 07.00 น)
จะเห็นเด็กชั้นอนุบาลร้องให้งอแงจะตามผู้ปกครองกลับบ้าน ก็ทำให้คิดไปว่า(คิดไปเองนะคับ)ว่าการที่เป็นพ่อแม่มีลูก
พาลูกมาส่งโรงเรียน แน่นอนว่าเด็กระดับเล็กๆไม่รู้จักใครเลยอยู่ๆเอาเขามาทิ้งไว้กับใครไม่รู้ ที่อยู่ก็ไม่รู้ที่ใหน มาอยู่แล้ว
พ่อแม่ก็ไม่รู้ไปใหนซะแล้ว คล้ายๆกับเอามาทิ้ง ถ้าเจอครูดีๆสภาพแวดล้อมที่ดีก้ดีไปแต่ถ้าตรงกันข้ามไม่รู้เป็นไง
สภาพจิตใจแบบนั้นจะยังติดตัวเขาไปใหม พอโตขึ้นจะสนใจพ่อแมพูดคุยปรึกษากับพ่อแม่ใหม่ หรือว่าตามเพื่อน เพราะสภาพ
การใช้ชีวิตเขาจะอยู่กับเพื่อนเป็นส่วนใหญ่ พอได้ฝังอาจารย์แสวงพูดให้ฟังก็เลยฉุกคิดขึ้นมาครับ
สวัสดีครับ
ยอมรับว่าข้อคิดที่นำเสนอ โดนใจมากครับ ผมนำไปคุยต่อกับหลายๆคน รวมทั้งอ.ชัยรัตน์และ ผศ.ดร.น้ำอ้อย ว่าน่าคิดมาก เด็กถูกนำไปทิ้ง แล้วพ่อแม่ก็หนีไป คิดเอาเองในใจว่าโรงเรียนคือที่ดีๆที่เด็กต้องไป .. ความทุกข์ ความตื่นตระหนก ความรู้สึกไม่ปลอดภัย ฯลฯ คงมีอยู่ในใจแต่ไม่มีใครมองเห็น เพราะอาจหวังดี จนมองข้ามสิ่งเหล่านี้ไป .. ถึงขนาดลูกร้องตามจะกลับบ้าน ยังถูกโดนตีซ้ำก็เคยมีนะครับ
ข้าพเจ้าเคยมีความรู้สึกนี้คล้ายกับอาจารย์คะว่า เมื่อครั้งที่ข้าพเจ้าทำงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ในส่วนของการฝึกอบรมพนักงาน หากเตรียมการที่จะทำอะไรสักอย่าง มักจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แต่หากไม่เตรียมการอะไรเลย ผลที่จะได้รับมักจะดีเกินคาดเสมอ แต่พอทำงานผ่านไปสักระยะ ดิฉันได้มานั่งย้อนดูถึงการทำงานที่ผ่านมาพบว่า หากไม่เตรียมการอบรม จะประสบความสำเร็จทุกครั้งหรือไม่ ปรากฏว่าคำตอบที่ได้บอกว่า “ไม่ใช่อย่างนั้น” แต่ประสบความสำเร็จในการอบรมพนักงานได้ก็เพราะกลุ่มพนักงานที่เข้าอบรมให้ความร่วมมือต่างหาก
สำหรับการเตรียมการสอนของอาจารย์ ข้าพเจ้ามีความเห็น อาจารย์ได้เตรียมการสอนไปในตัวอยู่แล้ว เพราะนอกจากประสบการณ์ที่อาจารย์ได้พบเจอในชีวิตประจำวัน อาจารย์ยังมีเครือข่ายไว้สำหรับแลกเปลี่ยนความรู้และสร้างองค์ความรู้ใหม่อยู่ตลอดเวลา
เรียน อาจารย์พินิจค่ะ
ดิฉันมีบล๊อกเป็นของตัวเองเเล้วค่ะ ดี ใจมากค่ะ
เข้าไปดูทุกวันค่ะ
ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
"ท่านเหมือนเปลวเทียนที่คอยส่องเเสงสว่าง"
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ
ขอให้ท่านอาจารย์โชคดีเเละมีความสุขมากๆค่ะ
จากนักศึกษาเอกภาษาไทย ราชภัฏสราษฏร์ธานีค่ะ
*_* สวัสดีค่ะอาจารย์
อาจารย์ทำงานแต่ก็อย่าลืมดูแลสุขภาพของตัวเองด้วยนะ
อาจารย์ได้ทำให้หนูมีญาติพี่น้องที่ดี
ขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะ
รู้สึกดีใจมากค่ะที่ได้เรียนกับอาจาย์และได้สร้างบล็อกเป็น
อ่านแล้วรู้สึกดีมากค่ะ