"ผม เอาเด็กคนนี้มาเลี้ยง ความจริงแล้วผมมีศักดิ์เป็นลุง แต่เขาเรียกผมว่าพ่อ" ชายวัยปลายคนเพ่งมองข้าพเจ้าและเล่าถึง "เด็ก" ในอุปการะ

 

เด็กชายเมียงมองอยู่ไม่ห่าง ข้าพเจ้ามองเห็นแววสะเทือนในหน่วยตานั้น เขาขยับห่างออกไปคล้ายไม่ต้องการได้ยินเรื่องราวบางอย่างเกี่ยวแก่ตัวเอง

 

"พ่อแม่มันทิ้ง" ถ้อยคำต่อมาเริ่มเพิ่มกำลังอานุภาพ เด็กชายเดินลับประตูห้องเรียนออกไป ข้าพเจ้าซ่อนสายตาไว้ภายใต้รอยยิ้ม

 

"ผมหิ้วมันมา เคยต้องเอากลับไปส่งหลายหน แต่ก็อย่างว่า เราอยากให้เขาได้ดี แต่หากเกิดเรื่องขึ้นอีก ผมก็ไม่ไหวเหมือนกัน" เสียงเล่าดังขึ้นตามจังหวะอารมณ์ของผู้เล่า สายลมพัดตีหน้าต่างห้องเรียนดังแทรก ข้าพเจ้าขยับมองตาม

 

"ลมแรง ท่าฝนจะตกหนัก" ข้าพเจ้าเริ่มต้นโต้ตอบคู่สนทนา

 

"เตรียมร่มมาด้วยหรือเปล่าคะ" สายลมกันโชกรุนแรง

 

"ฤดูฝน ต้องคอยป้องกันตัวเองไว้นะคะ เตรียมร่มติดตัวตลอดเวลา" ฝนสาดต้องกันสาดหน้าห้องเรียน เด็กชายเดินกลับเข้ามาในห้อง ท้องฟ้าข้างนอกมัวไปด้วยสายฝน

 

"เลี้ยงเด็กก็คงเหมือนกัน ต้องเตรียมรับในสิ่งทีเราคาดว่าจะเกิด" ชายวัยปลายคนเหลือบมองข้าพเจ้า

 

"ฝนที่ตกในแต่ละวันไม่เหมือนกันสักวัน ลมหนักบ้าง เม็ดฝนใหญ่บ้าง ฟ้าลงบ้าง" เด็กชายนั่งตัวลีบอยู่มุมห้อง สายตาเล็กๆ นั้นเหม่อมองไปยังม่านฝนนอกอาคาร

 

"ผู้ปกครองผ่านฝนมามาก น่าจะเข้าใจมากกว่าครู" สายฝนโชยแผ่วมาต้องหลังมือข้าพเจ้าเย็นจับใจ

 

"วันนี้ฝนไม่หนักเท่าไหร่นะคะ ยังดีที่เรามีร่มติดตัวกันมา คงกันฝนได้ แต่วันหน้าฝนอาจไม่ตั้งเค้าเตือน ร่มที่มีหากถือไม่มั่นคงพอ อาจทำให้ทุกคนต้องเปียกฝน เจ็บป่วยกันอีกนาน" ชายผู้มีผมสีเทาแซมทั่ว เดินไปหับปิดหน้าต่างที่สายลมกระชากเปิดออก พร้อมกับแตะตัวเด็กชายให้รู้สึกตัวผละจากโลกนอกห้อง

 

"ผมมีร่มครับครู มีร่มคันเก่าแก่ ผมอาจต้องอาศัย ร่มคันใหม่ของครูบ้าง เพราะสมัยนี้ร่มก็ต้องออกแบบให้เหมาะสมกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป"

 

ข้าพเจ้ายิ้มให้กับสายฝนที่เพลาหาย ฝนเพียงเยี่ยมหน้ามาทักทายเหมือนกับฤดูฝนทั่วไปเท่านั้น