ช่วงนี้ไม่บอกก็รู้ว่าอยู่ในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก ที่จัดขึ้น 4 ปีครั้ง ไม่ว่าจะคอบอลที่ดูเอามันหรือเพื่อการพนันคงตั้งหน้าตั้งตาดูกันอย่างเต็มที่ แต่งานนี้ใครที่ติดจานดาวเทียมเพื่อดูบอลชัดๆนั้น คงจะเสียศูนย์อยู่บางเล็กน้อย เมื่อไม่สามารถรับชมการถ่ายทอดได้จากดาวเทียมโดยตรง สาเหตุก็มาจาก สัญญาณจากดาวเทียมไทยคมที่ยิงลงมานั้นมันมีบางพื้นที่ของประเทศใกล้เคียง ที่แอบสอยเอาไปดูแบบฟรีๆเลย ทำให้ฟีฟ่าต้องกำหนดให้มีการเข้ารหัสสัญญาณเพื่อป้องกันการดูดไปดูแบบฟรีๆ งานนี้พวกจานดำเซ็งกันไปเป็นแถบๆ อุตส่าห์ซื้อจานมาใหม่แท้ๆกลับอดดู เซ็งเป็ด
หันกลับมาดูบอลไทยกันบ้างดีกว่า ช่วงนี้กระแสบอลไทยมาแรงมากๆ ที่ไหนผมไม่ทราบแต่ผมรู้แต่ว่าที่บุรีรัมย์เกิดปรากฎการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจมากๆ จากภาพการเข้าเชียร์ทีมของตนที่เราเคยเห็นกันแต่ในการถ่ายทอดจากต่างประเทศนั้น เดี๋ยวนี้ที่บุรีรัมย์ก็มีเหมือนกัน ผมมีโอกาสได้เข้าชมเกมการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีก เป็นครั้งแรก ระหว่าง ทีมบุรีรัมย์ พีอีเอ กับ ทีมบางกอกกล๊าส เอฟซี ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าภาพแฟนบอลกว่า 15,000 คน เบียดเสียดแย่งกันเข้าสนามเพื่อชมเกมส์การแข่งขันนั้น สนามแทบแตก ยังติดตาตรึงใจผมไม่หาย ยิ่งบรรยากาศในสนามสุดยอดมากๆ ไม่ว่าแดดจะแรง ต่อมากลายเป็นพายุฝน ฟ้าแลบฟ้าร้อง ฝนตกอย่างหนัก ลมพัดแรง แฟนบอลก็ยังไม่ยอมเข้าที่หลบฝนนั่งดูจนจบเกม ผมก็คนหนึ่งละที่ไม่ยอมเข้าไปหลบฝนเลย นั่งดูจนจบเกม ปวดฉี่ก็ปวดยังไม่ลุกไปไหนกลัวจะพลาดตอนสำคัญ
ภาพกองเชียร์กว่า 15,000 คน ส่งเสียงเชียร์กันอย่างเต็มที ทำให้ผมขนลุกเลย เพราะคิดว่าคงจะได้เห็นภาพแบบนี้ยาก ถ้าไม่ใช่ใน กรุงเทพ ผมเคยไปดูกีฬาเอเชียนเกมส์ที่สนามราชมังคลาฯ ทีมชาติไทยพบกับทีมบาเรนห์ ผู้ชมประมาเกือบๆ 30,000 คน ผมว่าสุดยอดแล้ว แต่ที่สนามไอโมบายสเตเดี้ยมที่บุรีรัมย์นั้นสุดยอดกว่า เพราะว่านี้คือก้าวที่สำคัญของบอลไทย ที่จะส่งผลต่อทีมชาติของเราในอนาคต เมื่อเรามีรากฐานฟุตบอลที่มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้นมาตรฐานของบอลก็ต้องเพิ่มตามไปด้วย ความหวังที่จะไปบอลโลกหรือรอบลึกๆของรายการใหญ่ๆ ก็น่าจะมีมากขึ้นตามไปด้วย เพราะเมื่อเด็กหรือเยาวชนที่ได้ไปดูก็จะเกิดแรงบันดาลใจ แรงผลักดันที่จะทำฝันของตนให้เป็นจริง อยากเป็นนักบอลมืออาชีพ สมัยก่อนนักบอลของไทยมักจะมีงานหลักหรืออาชีพหลักอยู่แล้ว ไม่ได้เตะบอลเพียงอย่างเดียว แต่เดี๋ยวนี้นักบอลที่เล่นในไทยพรีเมียร์ลีก บางคนค่าตัวเดือนละเป็นแสน อย่างลีซอ เดือนละ250,000 รังสรรค์และสุเชาว์ นุทนุ่ม ของทีมบุรีรัมย์ก็รับเดือนละ แสนกว่าบาทเหมือนกัน ไม่ใช่น้อยเลยใช่ไหมครับพี่น้อง แต่กว่าจะก้าวมาถึงจุดนี้ ต้องผ่านการฝึกฝน ผ่านอุปสรรคมานับไม่ถ้วน เหมือนกัน แต่ก็เป็นแบบอย่างที่ดีที่คนรุ่นใหม่น่าเอาเยี่ยงอย่าง แต่เสียดายผมเกิดเร็วไปนิดไม่อย่างนั้น บุรีรัมย์ พีอีเอ อาจจะมีชื่อของผมเป็นนักเตะของทีมปราสาทสายฟ้าก็เป็นได้ ไม่ได้เป็นนักเตะผมก็ขอเป็นกองเชียร์ก็แล้วกัน
สติ๊กเกอร์ลิเวอร์พูล ที่เคยติดหน้ารถ ก็เปลี่ยนเป็น บุรีรัมย์ พีอีเอ เสื้อสโมสรก็ซื้อมาใส่ แถมซื้อแจกลูกๆหลาน ญาติพี่น้องอีก ผ้าพันคอก็ติดรถไว้ตลอด แตรเชียร์ก็มีพร้อมเป่าตลอดเวลา หมวกก็พร้อมกันแดด เวลาไปเชียร์ก็จะเพ็นท์หน้าเป็นรูปปราสาทสายฟ้ากับธงชาติไทย และไปดูทุกนัดที่ บุรีรัมย์ พีอีเอ ลงแข่ง จนเดียวนี้เพื่อนบางคนบอกว่า ผมบ้าบอล ผมเลยตอบไปว่าขนาดลิเวอร์พูลกับแมนยู แข่งอยู่ต่างประเทศยังพากันเชียร์เลย จนบางครั้งทะเลาะกันเองในกลุ่มเพราะเชียร์คนละทีม แล้วนี้ทีมของเราทีมจังหวัดของเราจะไม่เชียร์กันเลยหรือ แถมไปดูกันสดๆดูกันใกล้ๆ ไม่ต้องขึ้นเครื่องบินไปด้วย ค่าน้ำมัน สองสามร้อยก็ไปได้แล้ว คนที่ไม่ไปดูสิ จึงจะเรียกว่าพวกบ้า หรือคุณว่างัย อิอิอิ
ดีมากๆวันหน้าชวนไปดูด้วยซิ