บทเรียนที่ถูกลืม.. ฮู้จักผญา


คนอีสานมีคำคม สุภาษิตสำหรับสั่งสอนลูกหลานให้ประพฤติตนอยู่ในฮีตคอง (จารีต- ประเพณี) ไม่ออกนอกลู่นอกทาง คำคมเหล่านี้รู้จักกันทั่วไป ในชื่อ "ผญา" หมายถึง ปัญญา, ปรัชญา, ความฉลาด, คำภาษิตที่มีความหมายลึกซึ้ง (wisdom, philosophy, maxim, aphorism.)
ผะหยา หรือ ผญา เป็นคำภาษาอีสาน สันนิษฐานกันว่าน่าจะมาจากคำว่า ปรัชญา เพราะภาษาอีสานออกเสียงควบ "ปร" ไปเป็น ผ เช่น คำว่า เปรต เป็น เผต โปรด เป็น โผด หมากปราง เป็น หมากผาง ดังนั้นคำว่า ปรัชญา อาจมาเป็น ผัชญา แล้วเป็น ผญา อีกต่อหนึ่งปัญญา ปรัชญา หรือผญา เป็นกลุ่มภาษาเดียวกัน มีความหมายคล้ายคลึงกัน ใกล้ เคียงกันหรือบางครั้งใช้แทนกันได้ ซึ่งหมายถึง ปัญญา ความรู้ ไหวพริบ สติปัญญา ความเฉลียว ฉลาดปราชญ์เปรื่อง หรือบางท่านบอกว่า ผญา มาจากปัญญา โดยเอา ป เป็น ผ เหมือนกับ เปรต เป็น เผด โปรด เป็น โผด เป็นต้น ผญาเป็นลักษณะแห่งความคิดที่แสดงออกมาทางคำพูด ซึ่งอาจ จะมีสัมผัสหรือไม่ก็ได้ผญา คือ คำคม สุภาษิต
หรือคำพูดที่เป็นปริศนา คือฟังแล้วต้องนำมาคิด มาวิเคราะห์ เพื่อค้นหาคำตอบที่เป็นจริงและชัดเจนว่า หมายถึงอะไร
ผญา เป็นคำพูดที่คล้องจองกัน ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องมีสัมผัสเสมอไป แต่เวลาพูดจะ ไพเราะสละสลวย และในการพูดนั้นจะขึ้นอยู่กับจังหวะหนักเบาด้วยผญา เป็นการพูดที่ต้องใช้ไหวพริบ สติปัญญา มีเชาวน์
มีอารมณ์คมคาย พูดสั้นแต่กิน ใจความมากการพูดผญาเป็นการพูดที่กินใจ การพูดคุยด้วยคารมคมคาย ซึ่งเรียกว่า
ผญา นั้น ทำให้ผู้ฟังได้ทั้งความรู้และความคิดสติปัญญา ความสนุกเพลิดเพลิน ยิ่งไปกว่านั้น ยังทำให้เกิด ความรักด้วย จึงทำให้หนุ่มสาวฝนสมัยก่อน นิยมพูดผญากันมาก และการโต้ตอบเชิงปัญญาที่ทำ
ให้แต่ละฝ่ายเฟ้นหาคำตอบ เพื่อเอาชนะกันนั้นจึงก่อให้เกิดความซาบซึ้ง ล้ำลึกสามารถผูกมัด
จิตใจของหนุ่มสาวไม่น้อย ดังนั้น ผญา จึงเป็นเมืองมนต์ขลัง ที่ตรึงจิตใจหนุ่มสาวให้แนบแน่น
ลึกซึ้งลงไปภาษิตโบราณอีสานแต่ละภาษิตมีความหมายลึกบ้าง ตื้นบ้าง หยาบก็มี ละเอียด ก็มี ถ้าท่านได้พบภาษิตที่หยาบ ๆ โปรดได้เข้าใจว่า คนโบราณชอบสอนแบบตาเห็น ภาษิตประจำ ชาติใด
ก็เป็นคำไพเราะเหมาะสมแก่คนชาตินั้น คนในชาตินั้นนิยมชมชอบว่าเป็นของดี ส่วนคน ในชาติอื่น อาจเห็นว่าเป็นคำไม่ไพเราะเหมาะสมก็ได้ ความจริง "ภาษิต" คือรูปภาพของวัฒนธรรม แห่งชาติ นั่นเอง การจ่ายผญา แก้ผญา เว้าผญา หรือ พูดผญา คือการตอบคำถาม ซึ่งมีผู้ถามมาแล้ว ก็ตอบไป เป็นการพูดธรรมดา ไม่มีการเอื้อนเสียง ไม่มีทำนอง แต่เป็นจังหวะ มีวรรคตอนเท่านั้น ผู้ถามส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายชาย เช่น
(ชาย) .... อ้ายนี้อยากถามข่าวน้ำ ถามข่าวถึงปลา อยากถามข่าวนา ถามข่าวถึงเข้า(ข้าว) อ้ายอยากถามข่าวน้อง ว่ามีผัวแล้วหรือบ่ หรือว่ามีแต่ชู้ ผัวสิซ้อนหากบ่มี
(หญิง) ..... น้องนี้ปอดอ้อยซ้อยเสมอดังตองตัด ผัดแต่เป็นหญิงมา บ่มีชายมาเกี้ยว ผัดแต่สอนลอนขึ้น บ่มีเครือสิเกี้ยวพุ่ม ผัดแต่เป็นพุ่มไม้เครือสิเกี้ยวกะบ่มี
พอสิเข้าใจเกี่ยวกับผญาแล้วนอ ถ้าอยากฮู้หลายกะไปหาศึกษาเพิ่มเติมเอาเองเด้อ
เพื่อว่าเป็นการเรียนรู้และฝึกการเว้าผญา เฮากะมาเว้า มาแลกเปลี่ยนความฮู้เกี่ยวกับผญากันเด้อพี่น้องเด้อ

ทองคำ
เออธรรมดาล่ะอ้าย ผ้าด้ายมันหั่งหยา
บ่ห่อนมีราคา ส่ำผ้าต่ำไหมคำ
แนวของดำ มันหากบ่อห่อนขาว
บ่าวพี่เอยให้จื่อจำเอาใว้ เด้ออ้าย
ชาติที่แนวนามฝ้าย เทียบไหมบ่หอนแม่น
แนวว่าไม้แก่นหล่อน บ่หอนได้ฮ่วมเฮียน ดอกอ้าย
 
พอกะเทิน
หือ.............. มีแต่ผู้หยาๆ มาที่หลังสิหยาซอย
มีแต่หยาอ้อยต้อย เรียงร้อยกลอนผญา
หยากะหยาตะซื่อนั่น มันหั่งมื่นในภาษา
เป็นฮีตคองของเก่ามา เรียงภาษาคำจาเว่า
เห็นพหยาแต่ก้ำ .......... คำพหยามาแต่เก่า
ซุมหมู่เฮาพีน้อง ...........สิได้เว้าสู่ฟัง...
ดังโบราณเพิ่นเว้า...........อย่าฟ้าวไล่ลืมหลัง .....
เล่ามาเป็นนิทาน..... ให้เฮาฟังบ่เคยเว้น ซั่นแหล๋ววววว

ประเพณีพี่น้อง ท่องถิ่นดินอิสาน
เซื่อกันมาโบราณพา เป็นแบบมาแต่โดนเนิ่น
ควรสิเสินยอย้อง คองงมจำแล้วจื๊อ.........
ถือเป็นแบบไว้บ้าง อย่าวางถิ่มบ่เฮียน...........เด้อ........อ้ายเอ๊ย. .............
จำคำโบราณเว่า...ของกินคั่นบ่กินมันสิเน่า ของเก่าบ่เลามันกะลืม (ภาษิตจากสาวคำกอง ลูกอิสาน)
พี่น้องบ้านเฮากะมาส่อยกันตึมผญา คนละเล็กละน่อยกะสิค่อยเป็นภูเขา ดอกตี้เนาะ... แฮะๆ
คำว่าผญานี่ มีมา โดนแล่วไป่ หากผุได๋ฮู้ไห่ ลองเว่าเบิ่งดู้ มีแต่ปู๋แต่ปู้ คือมีอยู่คู่อิสาน มีมาแต่โบราณ ปานได๋นอเจ้า หากว่ามีผุเฒ่า พอสิถามได้แหน่
แต่ที่เห็นมาแท้ ตอบได้บ่อคักใจ ยังสงสัยแท้ๆ มีมาแต่สมัยได๋ หากเทียบไท สมัยศรีปราชญ์พุ้นบ้อ ไห่ลองเว่าเบิ่งดู้....สงสัยๆๆๆ