เช้านี้จัดห้องsound เพื่อขยายที่วางทีวี ฉันใช้ห้องปฏิบัติการภาษษนี้มาตั้งแต่ปี 2539
มีคอม 1ตัว ไม่เสียแต่อ่านvcdไม่ได้มันอ่านไม่ออก แล้วก็ TV ขนาด 21 นิ้ว 1 เครื่อง
เปิดใช้งานได้ 3 ปี ก็เริ่มบอกลาไม่ขึ้นมาใช้เพราะห้องมันอบ
เขาทำแบบห้องแอร์ แต่ไม่มีแอร์ เด็กๆไม่มีสมาธิที่จะเรียนมันร้อนระอุ
ไม่เหมือนห้องเรียนอื่นๆ นานเข้าผู้บริหารได้รับบริจาคแอร์บ้านตัวเก่านาน
เกือบ 10 ปีมาติดตั้งให้ ใช้ได้เดือนเดียว มันก็ไม่เย็น เราก็ไม่ใช้
แจ้งให้ทราบแล้วก็เฉย ก็ไม่เป็นไร เรียนที่ไหนก็ได้
เวลารายงานก็บอกให้เขียนเสนอของบซ่อม ขอไปก็ไม่เคยแอะ
หลังจากทนใช้มานานถึง 9 ปี ก็เปลี่ยนผู้บริหาร
ก็ได้เปลี่ยนหูฟังเป็นครั้งแรก เพราะหูเก่ามันกรอบ ไฟดูด
แล้วก็ซื้อคอมมาเปลี่ยนให้ใหม่ พร้อมปริ้นซ์ใหม่อีก 1 ตัว ใช้ไปได้ราวๆ 1ปี
ก็บอกว่าให้เอาลงมาข้างล่าง แล้วเปลี่ยนเอาตัวเก่าไปให้ไปใหม่ที่ห้องเรียนเด็ก
ปรากฏว่าเอาขึ้นมาก็ใช้ไม่ได้ รอให้ซ่อมเป็นปี ก็มาเปลี่ยนตลับหมึกให้
เปลี่ยนแล้วก็ใช้ไม่ได้ จึงเอาลงไปไว้ในห้องผู้บริหารจนท่านเออรี่ไปแล้ว
จากวันนั้น ถึงวันนี้เติมน้ำยาแอร์ไป ไม่ถึง 5 ครั้ง
มีช่างมาล้างแอร์ให้ 1 ครั้ง
ทุกวันนี้ก็ยังเปิดใช้อยู่ด้วยการเติมน้ำยาแอร์เองไม่งั้นเด็กขาดโอกาส
ทีนี้พอจัดห้องใหม่เพราะผอ.คนใหม่ขึ้นมาดูแล้วก็ซื้อทีวีให้ใหม่
เพราะของเก่าอายุเกิน 10ปี เริ่มมีปัญหา ภาพไม่ชัดวอแวๆ
ตอนจัดห้องใหม่ จัดไปจัดมา เจอภาพคุณหญิงกษมา
มอบรางวัลให้นักเรียนตัวแทนของผลิตภัณฑ์ OSOP
เมื่อครั้งเปิดประตูสู่โลกกว้างปฏิรูปกันใหม่ๆ
มีโอกาสเอาผลงานเด็กน้อย (OSOP) และเด็กๆร่วมกิจกรรม
วันนั้นที่นำไปอาจเรียกได้ว่าเราแอบเอาไปโชว์ และมอบให้คุณหญิงกมษา
โดยที่ทางโรงเรียนไม่ทราบว่าพวกเราทำอะไรกัน เขานึกว่าเราเรียนกันเล่นๆ
และผู้บริหารในวันนั้นก็ไม่ได้มอบหมายให้เอางานของเด็กเราไปแสดง
นอกจากเอางานกระดาษที่ท่านมอบให้ทีมงานของท่านทำ
บังเอิญแท้ๆที่ได้เป็นหนึ่งในนั้น ท่านก็สั่งให้เอางานแฟ้มภอ.ไปโชว์
แต่ก็ขัดคำสั่งเพราะไม่เห็นด้วย กลับเอางานOSOP เข็มกลัดเสื้อดอกไม้ผ้าใยบัว
และปลาเล็กสามรสอบแห้งไปแสดงแทน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกลุ่มแม่บ้านที่
รวมกลุ่มกันจัดตั้ง โดยฉันประสานงานกับสหกรณ์จังหวัด
เขาให้เงินมาดำเนินการจัดอบรมและจัดตั้งกลุ่มแม่บ้านคลองหลวง 50,000 บาท
นำมาขยายผลต่อ ที่โรงเรียน แม่ลูกจะได้ทำด้วยกัน
ผลงานวันนั้นเราจำหน่ายได้หมด เด็กๆจากโรงเรียนอื่นๆ
ยังได้มาร่วมเรียนรู้กับเด็กที่โรงเรียน แถมมีorderเข้ามาอีก
เด็กๆดีใจ และวาดฝันต่อว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป
ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว หมู่บ้านของเขา
แต่แล้วฝันที่วาดไว้ก็หายไปเมื่อพี่ถูกตำหนิว่าทำงานไม่บอกให้เจ้านายทราบ
ที่โรงเรียนไม่รู้ว่าใครริเริ่ม ก็เป็นเรื่องธรรมดา
ฉันถามว่า ถ้าบอกแล้วจะได้เอางานเด็กไปร่วมไหม
ก็เป็นแบบนี้เกือบทุกครั้ง โอกาสมีแต่มันปิดกั้น ดีนะที่มันกั้นไม่ได้สักที
ก็รู้สึกถึงพลังที่มี และเสียงกระซิบบอกว่าทำไปอย่ากลัว เราทำเพื่อเด็ก
ผลประโยชน์เพื่อเด็ก ก็จริงอยู่เราหาเวทีให้เด็กน้อย
หลังจากนั้นดูเหมือนฉันจะหายไปจากวงการโรงเรียน
แล้วมารับงานนอกเหนือจากการสอนคือ
รับมอบหมายจากผอ.เขตพื้นที่ให้ทำงานพัฒนาครูผู้สอนภาษาอังกฤษร่วมกับศูนย์ ERIC
ทำงานไปเรียนรู้ไป สอนไป จนมีการสอบครูทั้งประเทศ ก็สอบได้ ที่1ของจังหวัด
เขาให้ไปนิวซีแลนด์ 1 เดือน แต่กลับมาต้องมาทำงานอีก
ก็อยากจะช่วยนะ แต่เจอพิษกบผิดศีล เรารับไม่ได้
หากต้องกลับมาทำงานนี้อีกไม่ไหวแล้ว กลัวบาป
ร่วมด้วยไม่ได้จริงๆ ไม่มีความสุข ขอลาดีกว่า
ไม่ชอบแบบนี้ ค่อยๆถอยออกมา ก็สบายไม่ต้องทุกข์ใจ
พูดก็ไม่ได้อึดอัด ไม่ใช่เรื่องที่เราจะไปรับรู้เกี่ยวข้อง
กับการบิหารงานแบบโยกไปมา มึนหัวตาย ไม่ชอบเลย
เลยยุติบทบาทตัวเอง หันมางานที่เราชอบดีกว่า