เพื่อเกษตรกรไทย
การเรียนปริญญาเอกสาขาเกษตรไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ต้องทำ ส่วนหนึ่งเกิดจากความต้องการของตัวเองเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทางธุรกิจเกษตร แต่ลึกๆแล้วต้องการช่วยเกษตรกรไทยในเรื่องปัจจัยการผลิตทั้งพืช สัตว์บกและสัตว์น้ำ ซึ่งจะทำในรูปของมูลนิธิ หรือในรูปสหกรณ์ของแต่ละท้องถิ่นซึ่งจะเริ่มจากจังหวัดบ้านเกิดก่อน โดยเอาลักษณะและประเภทการเกษตรในท้องถิ่นนั้นเป็นตัวหลัก เอาทรัพยากรในท้องถิ่นมาเป็นวัตถุดิบสำหรับทำผลิตภัณฑ์และเสริมด้วยธาตุเคมีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
อาจมีบางคนบอกว่า คนเป็นพ่อค้าคิดถึงแต่เรื่องกำไร แต่สำหรับผมมันพอแล้ว อาจมีคำถามต่อ แล้วมาเรียนทำไม ? ผมจะเล่าให้ฟัง
เรียนปริญญาตรี ทำเพื่ออนาคตของตัวเองและความภูมิใจของพ่อแม่ ความรู้แค่นี้ก็สามารถประกอบอาชีพและเลี้ยงตัวเองได้ ซึ่งบางคนเลือกที่จะรับราชการ บางคนเลือกเป็นลูกจ้างเอกชนแต่บางคนเลือกที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจเกษตรและผมก็เลือกทางนี้ การเรียนปริญญาโททำเพื่อตัวเองแท้ๆอย่างเดียวในที่นี้หมายถึงความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานของตัวเอง ความสำเร็จของคนการศึกษาเพียงเท่านี้ก็พอแล้ว ไม่ต้อดูอื่นไกล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วยวุฒิปริญญาโทก็สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีที่เป็นที่ยอมรับได้ถึงแม้จะไม่ทั้งหมดของคนทั้งประเทศ และตัวผมเองก็ทำมาหากินด้วยความมั่นคงมาโดยตลอดด้วยคุณวุฒิปริญญาตรีและปริญญาโท มีโปรดักซ์ที่ดี มีธุรกิจมั่นคง มีบ้าน มี่ที่ดินเล็กน้อยสำหรับอยู่กับธรรมชาติตอนเกษียณตัวเอง เท่านี้ผมก็พอแล้ว ผมน่าจะเป็นคนแก่ที่มีความสุขที่สุดในโลกเพราะผมพอแล้วไม่ต้องการสะสมอะไรอีก มีแต่คิดจะแบ่งปัน แต่ถ้าจะให้เป็นทรัพย์สินคงจะไม่เหมาะ ความรู้ต่างหากที่แบ่งให้ไม่รู้จักหมดและแบ่งให้ได้ตลอดเวลาตราบเท่าที่สังขารอำนวย ผมจึงมาเรียนปริญญาเอก บางคนบอกว่าปริญญาโทก็แบ่งได้ แต่ผมว่าไม่ใช่ การเป็นผู้ให้ที่ดี ผู้นั้นต้องผ่านการเป็นผู้รับที่ดีมาก่อน การเรียนปริญญาเอกในมุมมองของผมคือการเป็นผู้รับที่ดีที่สุด รับแบบ สุ จิ ปุ ริ ตั้งใจที่จะรับ รับแบบมีสติ อดทนที่จะรับ และภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองรับ
สุดท้ายเมื่อผมจากไป หวังว่าคนที่ทราบข่าวคงพูดว่า เสียดายด็อกเตอร์เพ็ชรจังนะ