ถ้าให้ท่านลองทายเล่น ๆ ท่านจะทายว่าธรรมชาติในอีกสามสิบปีข้างหน้าอย่างไรบ้าง หลายคนที่อายุในช่วง30-35 ปี คงสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติที่ไม่ต่างจากผมนักเท่าไหร่ นั่นก็คือ ตอนนี้อากาศร้อนขึ้นมาก มากเมื่อเทียบกับสมัยที่เรายังเป็นเด็ก ๆ ยกเว้นท่านที่ทำงานในห้องแอร์จนชิน สมัยก่อนแดดช่วง 8 โมงเช้า หรือ 4 โมงเย็น ยังอบอุ่นสบาย แต่ปัจจุบัน เวลาดังกล่าวถ้าไม่มีเมฆมาบัง แสงแดดจะร้อนแผดเผาเหมือนกับตอนเที่ยง นี่ไม่นับ ความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นอย่างมากและยาวนานกว่าทุก ๆ ปี ปริมาณน้ำในเขื่อนน้อยมากในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา เกิดพายุที่รุนแรงพัดกระหน่ำบ้านเรือนในหลาย ๆ พื้นที่ ตามภาพข่าวที่เห็น ไม่นับเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดบ่อย และรุนแรงมากขึ้น ซึ่งก็เกิดไม่ไกลจากประเทศไทยเท่าไรนัก ข่าวดีคือ ถ้าปีนี้ไม่ใช่ปีที่แห้งแล้งรุนแรงมากที่สุด แต่เป็นแค่การเตือนจากธรรมชาติขั้นเริ่มต้นเท่านั้น นั่นหมายถึงว่าในปีต่อ ๆ ไป ความรุนแรงของสิ่งเหล่านี้จะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าเรายังใช้ชีวิตแบบเดิม ๆ ไม่ร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว ผมได้อ่านบทความที่อ้างความเห็นของ ศ.ดร.นิพนธ์ ตั้งธรรม" ผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งอ่านแล้วสรุปได้ว่า สมัยก่อนบ้านเมืองเรายังไม่มีการพัฒนาเป็นเมืองอุตสาหกรรมมากนัก เราจะเห็นต้นไม้มากมายซึ่งจะช่วยดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้ก๊าซที่คาร์บอนไดออกไซด์ปล่อยออกมา จากการเผาไหม้ต่าง ๆ ถูกต้นไม้ดูดเข้าไปทำให้มีความสมดุล แต่ปัจจุบันต้นไม้ถูกทำลายมากขึ้นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถูกดูดไปใช้น้อยลง ส่วนที่เหลือจึงลอยไปติดชั้นบรรยากาศ และเมื่อความร้อนผ่านลงมาบนพื้นโลก แต่ก่อนท้องฟ้าไม่มีอะไรมากั้น ความร้อนก็สะท้อนผิวโลกออกไปเนื่องจากไม่มีอะไรกั้น แต่ตอนนี้มีชั้นคาร์บอนไดออกไซด์มากั้นอยู่ข้างบน ทำให้ความร้อนผ่านไปไม่ได้ ความร้อนก็เลยต้องสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เกิดเป็นภาวะโลกร้อน ทำให้เกิดทั้งฝนฟ้าวิปริต แห้งแล้งยาวนาน และหิมะลูกเห็บตกหนัก ซึ่งเป็นสิ่งที่เรากำลังเผชิญในปัจจุบัน เราก็คงจะทายออกแล้วว่าถ้าไม่ช่วยกันแก้ไข ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น ธรรมชาติลงโทษเนื่องจากคนเราพากันเอาเปรียบธรรมชาติมากเกินไป ก็นับว่าน่ากลัว แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ คนเราเมื่อได้รับการเตือนจากธรรมชาติก็ยังเพิกเฉย ซ้ำร้ายบางคนเมื่อร้อนก็ติดแอร์เพิ่มขึ้นทำให้เกิดการใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีก หรือบางคนบอกว่าไม่ใช่ความรับผิดชอบของตนในการแก้ไข จากปัญหาดังกล่าว เมื่อเรารู้ว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มันเพิ่มขึ้น และสิ่งที่จะดึงกลับมาได้ก็คือ ต้นไม้ ดังนั้นเรามาชวนกันปลูกต้นไม้กันเถอะครับเริ่มจากตัวเราก่อน ปลูกที่บ้านเราก่อน หรือชักชวน บอกกล่าวกันคนละไม้คนละมือ ใครมีอำนาจหน้าที่อะไรพอจะช่วยให้มีการปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้น ก็โปรดช่วยกันทุกวิถีทาง เพื่อตัวเราและลูกหลานเราในอนาคต ยิ่งช่วงนี้กำลังเข้าหน้าฝนเรามาช่วยกันครับ อย่ารอจนอะไรสายเกินไป “ปลูกต้นไม้คนละต้น ทุกแห่งหนจะร่มเย็น”
โลกร้อน หรือท่าน......ไม่ร้อนใจ !!
ดังนั้นเรามาชวนกันปลูกต้นไม้กันเถอะครับเริ่มจากตัวเราก่อน ปลูกที่บ้านเราก่อน หรือชักชวน บอกกล่าวกันคนละไม้คนละมือ ใครมีอำนาจหน้าที่อะไรพอจะช่วยให้มีการปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้น ก็โปรดช่วยกันทุกวิถีทาง เพื่อตัวเราและลูกหลานเราในอนาคต ยิ่งช่วงนี้กำลังเข้าหน้าฝนเรามาช่วยกันครับ อย่ารอจนอะไรสายเกินไป “ปลูกต้นไม้คนละต้น ทุกแห่งหนจะร่มเย็น”
ผมเชื่อว่า ยังมีคนอีกหลายคนนะครับ ที่รู้สึกร้อน ++
ว่าง ๆขอเชิญร่วมปลูกต้นไม้ที่กระท่อมรจนา เมืองลับแล ไว้เป็นที่ระลึก สักต้นสิครับท่าน !!
..อยู่แผ่นดินนี้...อย่าได้ดูดาย...ช่วยกันปลูกต้นไม้..ฤาปลูกต้นไม้ในใจคน..คนเกิดคนปลูกต้นไม้สักต้นหนึ่ง..ถ้ารักลูกหลานมากๆก็ปลูกให้มากๆตามความรัก...เมื่อคนตายก็เช่นกัน...ถ้าเราพร้อมๆกันทั้งโลกแน่นอน...อยู่เย็นเป็นสุขเหมือนเดิม.เจ้าค่ะ...ไม่เชื่อลองดูทำอย่างจริงจัง...ไม่ใช่อ่านเขียนอย่างเดียว..อิอิ...ยายธี
สวัสดีครับท่านอาจารย์เลิศฤทธิ์
ขอบพระคุณมากครับสำหรับคำเชิญชวนไปปลูกต้นไม้ที่เมืองลับแล อยากไปปลูกทุเรียน หรือลองกองที่นั่นมากครับ โดยเฉพาะ ทุเรียนพันธุ์หลงลับแลและหลินลับแล ได้ยินข่าวว่าถ้าเอาไปปลูกนอกเขตเลยดอยนางแก้วไปแล้วไม่ค่อยรอด การปลูกไม้ผลนอกจากลดโลกร้อน ยังได้กินผลไม้อร่อยอีกด้วยครับ บ้านผมที่สวนเขื่อนปลูกไม้ผลเกือบทุกอย่าง แม้เนื้อที่นิดเดียว ปลูกเบียดๆกันไว้ เรียกได้ว่าช่วงไหนมีไม้ผลอะไร เราก็ได้กินอย่างนั้นแต่ตอนนี้ปลูกไว้ให้เพื่อนบ้านกิน เพราะมาทำงานต่างบ้านต่างเมือง ดีครับเพื่อนบ้านก็อิ่มท้อง นก กระรอก ก็เยอะ เราก็ได้บุญ สองสามเดือนจึงแวะไปเยี่ยมครั้งหนึ่ง จึงอยากเชิญชวนให้บ้านใครที่พอมีเนื้อที่ช่วยกันปลูกต้นไม้เยอะๆ ครับ อาจไม่จำเป็นต้องเป็นไม้ผลก็ได้ ปลูกต้นอะไร ๆ ก็ดีทั้งนั้นครับ
สวัสดีครับคุณยายธี
ถ้าให้ผมเดาที่บ้านยายธีคงมีต้นไม้มากมาย ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆ ครับ ต่อไปงานแต่งงาน งานทำบูญขึ้นบ้านใหม่ งานแสดงความยินดีต่าง ๆ ก็มอบต้นไม้ให้กันไปปลูก ใครไปประชุมอบรมอะไรที่ไหน ผู้จัดประชุม อบรม ก็ให้ผู้เข้าร่วมมีกิจกรรมปลูกต้นไม้ร่วมกันเป็นที่ระลึก ทำอย่างนี้กันต่อ ๆ ไปเรื่อย ๆ ช่วยลดโลกร้อนได้แน่นอนครับ
สวัสดีค่ะน้องชำนาญ
วันนี้ได้ไปสอนไหมค่ะอาจารย์ สบายดีนะค่ะ ร่วมปลูกต้นไม้ด้วยคนค่ะ พี่อุ้มชอบต้นไม้ ชอบสีเขียวสบายตาดี
สวัสดีครับพี่ถาวร
วันนี้โดดสอนครับ (พูดเล่นครับ) วันนี้เด็ก ๆ มีพิธีไหว้ครูกันเลยให้ไปทำกิจกรรมดังกล่าวกัน ตอนเช้าผมก็พึ่งไปหา ดอกเข็ม หญ้าแพรก ดอกมะเขือ ใหลีซอไปไหว้ครูเหมือนกัน เจ้าดอกมะเขือหายากสักหน่อย บางทีก็คิดเหมือนกันว่าเอาใบมะเขือไปแทนจะได้มั้ย คงต้องปลูกมะเขือเยอะ ๆ แล้วหล่ะครับเอาไปลวกกับนำพริกก็อร่อย ทำซุปมะเขือก็แซ่บ ดีครับที่ช่วยกันปลูกต้นไม้ 2-3 วันที่แล้วมาผมพึ่งไปปลูกมา ล่าสุดก็ไปปลูกต้นมะรุมหลายต้นเหมือนกัน มีฝักแล้วจะเอาไปฝากนะครับ