ช่วงนี้อยู่ในช่วงการทำปริญญานิพนธ์ วันหนึ่ง ๆ ทำได้แค่รื้อหนังสือจากชั้นที่ไม่ได้แตะต้องมาเป็นปี เอามาอ่านทบทวนพร้อมกับหาแนวคิดในการทำปริญญานิพนธ์ จึงทิ้งการเขียนบล็อกไปนานพอสมควรทั้งที่เพิ่งจะเริ่มเขียน แต่ก็ได้แนวคิดแบบคร่าว ๆ แล้วคือ การเรียนการสอนคณิตศาสตร์ที่เด็ก ๆ อยากเรียน ไม่ฝืนใจที่จะเรียน และเรียนได้ดีด้วย แต่ยังไม่สามารถทำอะไรที่เป็นรูปเป็นร่างได้ เนื่องจากขาดทฤษฎี หลักการ ฯลฯ ที่มารองรับ
แต่แล้ว ....
เผอิญไปเจอสมุดโน๊ตอยู่เล่มหนึ่ง ที่ได้จดเรื่องราวของรูปแบบงานวิจัยที่เกี่ยวกับการเรียนการสอนที่อยากจะทำ จดไว้ตั้งแต่ช่วงต้น ๆ ของการเรียน คือราวช่วงเวลานี้ของปีที่ผ่านมา จำได้ว่าตอนที่จดนั้น รู้สึกเหมือนได้ระบายความอัดอั้นจากระบบการจัดการศึกษา โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งเด็ก ๆ มักไม่ชอบเรียน ด้วยเหตุผลที่ว่า "เรียนไปก็ไม่ได้ใช้อะไร" จากคำถามที่ครูน้อยคนนักจะตอบได้ที่ว่า "เรียนไปทำไม ?" แต่จำเป็นต้องเรียน ซึ่งเด็ก ๆ จะต้องฝืนใจเรียนเพื่อจะสอบให้ผ่าน แม้จะไม่เข้าใจสักเท่าไร แต่อย่างน้อยก็สามารถหลอกครู หรือคนตรวจข้อสอบว่าตนเข้าใจ โดยการทำสิ่งนั้นให้ดู
น่าแปลกใจที่แนวความคิดของผมในปีที่แล้ว ซึ่งยังไม่ได้เกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับหลักสูตร และการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ มีเพียงความรู้สึกที่มีต่อระบบนี้เท่านั้น กลับเขียนแนวคิดในการทำปริญญานิพนธ์ได้เป็นรูปเป็นร่าง มากกว่าตอนนี้ที่ผ่านกระบวนการเรียนรู้ ทั้งทางทฤษฎี และทางปฏิบัติ เสียอีก
แต่การที่ความคิดทั้งก่อน และหลังการเรียน "ตรงกัน" นั้นหมายความว่า ผมพอมีความแน่วแน่ในการทำปริญญานิพนธ์ในด้านนี้อยู่บ้าง จึงอยากแบ่งปันสิ่งที่จดเอาไว้ในสมุดโน๊ตเล่มเก่านั้นให้ทุกท่านได้ช่วยกันพิจารณาว่า สมควรหรือไม่ ทั้งด้านทฤษฎี การปฏิบัติ และการเอาไปใช้เป็นแนวทางในการทำปริญญานิพนธ์จริง ๆ
แล้วจะทยอยนำเสนอในบล็อกนี้ครับ ตอนนี้ขอเรียบเรียงสิ่งที่จดไว้ ซึ่งค่อนข้างวกวน ให้อ่านได้ง่ายขึ้นก่อนครับ