ผจญภัยใน LA

         จากการที่จะต้องต่อเครื่องกลับกรุงเทพฯ ที่ LA เราก็เลย dalay ตั๋วกลับเพื่อที่จะเยี่ยมเยือน LA ซักหน่อย  ตอนที่จะต้องแยกจาก group ที่ได้กลับบ้านก่อนก็มีอาการใจหายเล็กน้อย  การผจญภัยกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว...

          เดินทางโดยสายการบิน US Airline จาก Orlando มาถึง LA เวลา 21.30 น. ของวันที่ 2 เมย. 2552  ก็รอกระเป๋ากันให้เรียบร้อย  หลังจากได้กระเป๋าแล้วแล้วก็ลากกันออกมาเอง (ล้อเข็นในสนามบินต้องเสียเงินค่ะ) อย่างทุลักทุเลเพราะกระเป๋าเริ่มงอก ฮ่า  พอดีว่าเราจองรถรับส่งจากสนามบินไปโรงแรมย่านดาวน์ทาวน์ไว้แล้วค่ะ  เรียกว่า Super Shuttle ซื้อจาก internet และจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว ราคาประมาณ 1,250 บาท หลังจากถามคนที่สนามบินว่าจะไปขึ้น Super Shuttle ได้ที่ไหนก็พากันเดินไปรอตรงจุดนัดพบ ยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ดูแล้วก็รอ  จะมีรถของบริษัทนี้มารับเป็นรอบๆ ไปโรงแรมที่ใกล้ๆ กัน ย่านเดียวกัน เรารอจนเค้าเรียกชื่อโรงแรมที่เราจองไว้คือ Kawada Hotel ก็ขนของขึ้นรถเลย  อาหารมื้อดึกคืนนั้นเป็นมาม่าต้มด้วยไมโครเวฟในห้อง และ apple คนละครึ่งลูก 

Universal Studio Los Angeles

          ตื่นแต่เช้าเพราะนอนไม่ค่อยหลับ  กินมักกะโรนีต้มไมโครเวฟ 1 ถ้วย แบ่งกัน 2 คน  กาแฟ และกล้วยคนละครึ่งลูก เป็นอาหารเช้า  จากนั้นก็เตรียมสัมภาระและแผนที่เพื่อเดินทางท่องเที่ยวใน LA วันนี้เราซื้อตั๋ว Day Pass ราคา 5 $ เพื่อขึ้น Metro Red Line ที่ Civic center station ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับโรงแรม Kawada  ตอนซื้อก็งงน่าดูถามฝรั่งหน้าตาเอเชีย เค้าก็อธิบายและสาธิตการซื้อให้ดูด้วยค่ะ  พอรถมาถึงเราก็ขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินไปลงที่สถานที Hollywood/Highland  เพื่อจะไปดู Man’s Chinese Theatre, Walk of Flame, Kodak Theater  จากนั้นก็เดินดูโน่นดูนี่ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ  พอดูจนหนำใจแล้วเราก็กลับลงไปขึ้น Metro Red Line กันอีกครั้งคราวนี้ไปสถานี Universal city ข้ามถนนไปรอรถ Shuttle ของ Universal studio  ไปลงที่ park  แล้วก็เดินเข้าไป Universal studio จะเหมือนที่ Orlando รึเปล่าน้า...

          คล้ายๆ กันค่ะ วันนี้เราก็เข้าหลายอัน พยายามไม่ให้ซ้ำกับที่ Orlando เช่น Terminator อันนี้น่ากลัวสุดๆ เหมือนจะโดนแทงด้วยเพราะเป็นภาพ 3 มิติ, Jurassic Park อันนี้ไม่มีอะไรนั่งเรือไปเรื่อยๆ มีน่ากลัวตอนท้ายนิดหน่อยเพราะตกจากที่สูง อย่าลืมเกร็งหน้าด้วยเพราะจะมีกล้องถ่ายรูปตอนเรากรีดร้อง, Black Draft, เบื้องหลังการถ่ายทำ, Shreck อันนี้ชอบมาก น่ารักค่ะ ตอนสุดท้ายเชร็คจะจามเราจะรู้สึกเหมือนมันมาโดนเราด้วย แหวะ, Water World อันนี้ก็อลังการค่ะ ฉากการต่อสู้เหมือนในหนัง และสุดท้ายก็เข้าไปดู Animal Actor ก็เป็นความสามารถของน้องหมา น้องแมว น้องนก ฯลฯ

         ขากลับตอนนั่งใน Shuttle รอให้รถไปส่งข้างนอก  ก็เจอคนไทยชื่อน้องกิ๊บ ที่เค้ามา Work and Travel ที่นี่ เค้าแนะนำสถานีรถไฟฟ้าที่มีที่เที่ยวต่างๆ ให้ด้วยค่ะ  ตกเย็นเราไปกินข้าวกันที่ Thai Town โดย Metro Red Line ลงที่สถานี Hollywood western เดินขึ้นมาจากสถานีแล้วไปทางขวาค่ะ  ซึ่งเป็นแหล่งที่คนไทยใน LA อยู่กัน เราไปกินอาหารไทยกันค่ะ มื้อนี้คิดเป็นเงินไทยก็ 800 กว่าบาท แวะซุปเปอร์ซื้อมาม่าที่ตลาดสีลมมาตุนอีกหน่อย  ขากลับสถานี Civic center station เรามัวแต่ยืนดูแผนที่กันอยู่ก็เลยเหลืออยู่กันแค่ 2 คน พอเดินขึ้นมาจากบันไดเลื่อนก็เห็นไอ้ดำใส่ฮู้ดยืนอยูหัวบันไดเลื่อน  น่ากลัวมากเลยค่ะ  ก็ได้แต่บอกกันว่า “อย่ามองเค้า” “เดินให้เป็นปกติ” พอเดินผ่านเค้าได้ ก็วิ่งตูดชี้เลย...

Down Town walk & Old Town Pasadena & Staple

          ตื่นมากินมาม่าคนละ cup + apple + กาแฟ 1 ซองแบ่งกันคนละครึ่ง  แล้วไปเดินเที่ยว china town, Little Tokyo, City Hall, Park เดินถ่ายรูปกันไปเรื่อยๆ ตามแผนที่ที่ print มาจาก internet  สายๆก็ขึ้น Metro Red Line ไปลงที่ Union station ที่เป็นเสมือนหัวลำโพงบ้านเรา แหล่งรวมของการคมนาคมทางบกเลยค่ะ  ออกมาจากสถานีก็เจอ El praso ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่ของชาวสเปน มีของขายเหมือนถนนคนเดินบ้านเรา  จากนั้นก็เดินต่อไป China town หาของกินกลางวันกัน ติ่มซำที่นี่ถูกมากมากค่ะ อร่อยด้วย

 

        จาก China town เราต่อ Metro Gold Line ไป Old town Pasadena ก็เป็นเมืองเก่าที่เงียบสงบค่ะ เดินตรงไปจากสถานีรถไฟแล้วเลี้ยวขวาก็จะเจอร้านรวงต่างๆให้ shopping เดินเล่นดูร้านต่างๆ เที่ยว park แถวๆ นั้น แล้วก็กลับ

          จาก Old town Pasadena ก็นั่ง Metro Blue line ไปทางใต้ทาง Anahalm ดูชานเมืองทางใต้  ขากลับแวะลงที่สถานที Pico ไปดูตึก Staple ถ่ายรูปด้านหน้าตึก วันนั้นดูเหมือนจะมีการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งของทีมอะไรซักอย่างด้วยค่ะ  นั่งอยู่หน้าตึก Nokia tower และก็กลับมาซื้อ Hotdog ที่ Union station กลับมากินเป็นอาหารเย็นที่ Kawada Hotel (เมนูเย็นนี้ มาม่า กับ Hotdog)

Farmer Market

          อาหารเช้าวันนี้เป็นมาม่าคนละ cup + ชาร้อน  จากนั้นก็ไป check out ที่เคาน์เตอร์ ฝากกระเป๋า แล้วก็ไปเดินเล่นใน Down town อีกครั้ง  ถ่ายรูปกับ Disney concert Hall  เจอคนดำใจดีกับลูกสาวตัวเล็กๆ  เจอตำรวจกั้นรถให้ถ่ายหนัง  เห็นพวก Homeless ใน park กำลังนอนอยู่  พอเดินจนหนำใจแล้วก็ไปขึ้น Metro Red Line ไปลงที่สถานี Hollywood/Highland แล้วต่อรถบัส Metro 217 เพื่อไป Farmer Market ค่ะ ตอนแรกก็กลัวๆ กล้าๆ เพราะยังไม่เคยขึ้นรถเมล์ พอดีตั๋วของเราเป็น day pass ขึ้นได้ทุกอย่างที่เป็น Metro ก็เลยลองดูค่ะ  

  

        เดินเที่ยวใน Farmer Market แล้วก็เดินเข้าไปใน The Grove เดินเล่นและก็นั่งรถเมล์ 2 ชั้นชมวิว เข้าร้านหนังสือ  สักพักก็กลับมากินอาหารใน Farmer Market วันนี้เรากินอาหารเกาหลีค่ะ  จากที่นี่เราก็ข้ามถนนกลับไปขึ้นรถเมล์สายเดิมกลับมาที่ถนน Hollywood เพื่อหาซื้อของที่ระลึก ก็ได้เสื้อยืด กับนกอินทรีย์ที่เป็นสัญลักษณ์ของอเมริกา

          จากนั้นเราก็กลับไป Thai town กันอีกครั้งนึงเพื่อไปดูงานสงกรานต์  ที่นี่เค้าเรียก 1$ ว่า 1 บาทแหละ  งานสงกรานต์เค้าก็น่ารักค่ะ มีการออกร้านและกิจกรรมบนเวทีรวมทั้งมีการทำบุญด้วย  ตอนแรกเรากะว่าจะไปดู Bevery Hill แต่ก็เปลี่ยนใจ  ตอนที่นั่ง Metro กลับโรงแรมก็มีเรื่องตื่นเต้นเพราะมีคนพังประตูรถ คนขับต้องหยุดรถและจอดรถฉุกเฉินเพื่อมาดูความเรียบร้อย  เราก็เลยตัดสินใจกลับดีกว่า  กลับมาถึงโรงแรมก็ให้ทางโรงแรมเรียกแท็กซี่ให้ ที่นี่เค้าเรียกว่า “call cab” ค่ารถมาสนามบิน 60 $ ตอนแรกไม่รู้เอาเงินไปใส่ไว้ในช่องด้านหลังคนขับ เค้าก็หาไม่เจอ เราก็บอกว่าเงินอยู่ตรงนั้น เค้าก็หัวเราะและบอกว่าตรงนั้นใช้ตอนกลางคนเพราะเค้าจะปิดกระจกกั้นระหว่างเค้ากับผู้โดยสาร...อ้าว   และสุดท้าย บ๊าย บาย LA ค่ะ