๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๓
กราบสวัสดีตอนดึกค่ะครู
คืนนี้ยังอยู่ที่ทำงาน แต่เมื่อเย็น ๆ ก็กลับไปพักผ่อนบ้างแล้ว เมื่อสร้างเหตุขึ้นมาก็เพียงรับผิดชอบ ตอนที่เขียนกำลังอยู่ระหว่างรอผลวิเคราะห์ตัวสุดท้ายของยา Lot นี้ การทำหน้าที่อย่างตั้งใจ ขลังอย่างนี้นี่เอง ไม่รีบร้อน ไม่เร่งรีบ ทำเท่าที่ทำได้ เจออุปสรรคก็ค่อย ๆ ปรับแก้กันไป ไม่มีงานไหนที่ไม่เจออุปสรรค งานชิ้นนี้สอนให้หนูเรียนรู้เรื่องนี้ ทำให้ระลึกถึงเมื่อปีที่แล้ว วิเคราะห์ยา Quinine ค่อนข้างเครียดกดดันตนเอง จนทำให้ต้องทำซ้ำหลายครั้ง
“ยิ่งเร็วยิ่งช้า”
เหมือนที่ครูเคยเอ่ยไว้เลยค่ะ แต่ในการวิเคราะห์ยาตัวนี้ ทำด้วยใจที่ไม่ขุ่นมัว นิ่งเย็น แม้ความบีบคั้นปรากฏขึ้นก็อยู่กับมันได้ ดูเหมือนครั้งนี้ทำงานช้า แต่เร็ว ค่ะครู แม้พยายามหลีกเลี่ยงแล้ว การเข้ามาทำงานที่ office ในคืนนี้ก็ประเมินในตนเองแล้วว่า “พอไหว” แม้จะเหนื่อยบ้างแต่ก็พยายามอดทน ได้บำเพ็ญขันติบารมีด้วย พร้อม ๆ กับการทำสัมมากัมมันโต การทำการงานชอบ เจตนาเว้นจากการเบียดเบียนผู้อื่น แม้จะเหนื่อยบ้างแต่ลมหายใจแห่งการภาวนา และการจดจ่ออยู่กับงาน ทำให้เห็นกำลังของสมาธิและสติ ที่ทำงานร่วมกันในการแก้ไขปัญหา ยิ่งทำงานใจยิ่งรู้สึกมีพลังค่ะครู
เมื่อช่วงบ่ายเตรียมตัวอย่าง เผลอแว๊บ มีโทรศัพท์เข้า ตั้งสติไม่ทัน (ผิดศีลข้อ ๕ ขาดสติ) ปรับปริมาตรพลาด เห็นชัดเจนว่า การที่รับโทรศัพท์ระหว่างทำ Lab เสี่ยงต่อการทำงานพลาดมาก ๆ ค่ะ เพราะหลังจากรับแล้ว เผลอคิดต่อ โชคดีที่คืนนี้เข้ามาดูเครื่องไม่งั้น อาจจะต้องเสียเวลาเพิ่มอีกหนึ่งวัน เป็นข้อดีว่า การทวนสอบตนเองเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ หากไม่ตรวจสอบตนเองให้ถี่ถ้วนความพลาดพลั้งเกิดขึ้นได้เสมอ หากตรวจสอบเจอแล้ว รีบแก้ไขทันทีความเสียหายเกิดขึ้นน้อย แก้ไขได้ทันการณ์
ทำให้หนูระลึกถึงจดหมายฉบับนี้ที่ครูพยายามมอบให้เป็นวิถีการภาวนา ใคร่ครวญในตนเองกับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ละวัน ทำให้สะกิดใจ เห็นจุดที่สามารถพัฒนาได้ต่อไปอีก กราบขอบพระคุณนะคะครู
เมื่อเช้าเป็นรุ่งเช้าแห่งสติลืมตาขึ้นมาพร้อมเสียงเตือนสติตนเอง ตื่นรึยัง จะนอนไปทำไมอีก อย่าเสียเวลาอีกเลย จึงค่อย ๆ ลุกขึ้น นั่ง แล้วก็ยืน ในความมืดแล้วก้าวขาลงจากเตียงตั่ง เป็นความรู้สึกโล่งยังไงบอกไม่ถูกค่ะครู เป็นความรู้สึกของการเริ่มต้นกับตนเอง ไร้การบังคับ แต่รู้ในตนเองว่า “มุ่งมั่น” ล้างหน้า แล้วก็ขึ้นไปสวดมนต์ นั่งสมาธิภาวนา ก็ยังเห็นความคิด เห็นใจที่แว๊บคิด เห็นความฟุ้งซ่าน แต่ไม่ขุ่นมัว ภาวนาต่อไป แผ่เมตตาเสร็จ ก้มลงกราบสามครั้ง แล้วก็ลงมานั่งเขียนบันทึกกับตนเอง เล่าในสิ่งที่ขมวดอยู่ในใจ กับสิ่งที่รู้สึกว่า “ได้เรียนรู้เป็นเรื่อง ๆ ยิ่งเขียน ยิ่งรู้มีพลัง ในตนเอง แล้วก็เขียนจดหมายถึงครูเมื่อเช้าค่ะ
เมื่อก่อนเคยสั่นสะเทือนที่ครูเอ่ยว่า จะกราบขอขมาอีกกี่ร้อยครั้งจึงจะพัฒนา ศิษย์ยังเป็นผู้มีกิเลส การได้กราบครู การได้โอกาสรับใช้ครู การได้น้อมถวายของแต่ครู เป็นกุศลอันเป็นปีติอย่างใหญ่ในใจ ที่เมื่อใดใจระลึกถึงก็ปรากฏความรู้สึกซาบซ่านในใจ ครูคะในวันที่ครูโทรมาบอกว่าได้รับหนังสือแล้ว คำพูดสั้น ๆ ของครูที่เล่าถึงความประทับใจ ยังผลให้น้ำตาไหลจากความยินดี แม้จะเป็นเพียงความงดงามเพียงไม่กี่ครั้งที่ได้ทำ แต่ขอโอกาสบอกครูว่า การได้ปฏิบัติและถวายของแด่ครูเป็นความปรารถนาจากใจ
เขียนบันทึกเสร็จเวลาล่วงเลยมาค่อนข้างมาก เช้านี้จึงไม่ไปวัด อาบน้ำแต่งตัวแล้วก็มาทำงาน เตรียมตัวอย่าง ตามแผนงานของวันนี้ต้องวิเคราะห์ยาให้ได้ ที่เมื่อวานยังไม่ทำเป็นเกรงว่าจะเป็นตัวทำละลายคนละขวดอาจจะมีค่าที่ควบคุมไม่ได้มากเกินไป แต่แล้วก็ไม่เป็นดังที่ตั้งใจ ต้องสั่งเครื่องให้ชะตัวทำละลายไปเรื่อย ๆ จนกว่าค่าจะนิ่ง ระหว่างรอก็เตรียมตัวอย่างค่ะ เพราะต้องปรับปริมาตร ตัวอย่างสิบห้าตัวอย่าง ต้องทำสองซ้ำจึงกลายเป็นสามสิบตัวอย่าง มีพี่อ้อมาช่วยให้คำแนะนำและช่วยเปิด vial ยาฉีดและช่วยกรอง แต่พอยืนทำนาน ๆ ก็เห็นใจคร่ำครวญเหนื่อยค่ะครู บางทีต้องวิ่งไปมาดูเครื่องว่าพร้อมรึยัง ทดสอบฉีดแล้วก็มาดูค่า เป็นการภาวนาที่มีลมหายเป็นที่พึ่งกับความรู้สึกบีบคั้น แต่ถ้าเทียบทั้งหนูและพี่อ้อ รู้สึกได้ว่าใจสบายกว่าแต่ก่อน ไม่เร่งตัวเอง ไม่ร้อนรน เมื่อความรู้สึกขุ่นมัวปรากฏจะหยุด วางหายใจก่อน ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ
กว่าจะเริ่มลุยงานได้ก็บ่ายสามครึ่ง จึงบอกตนเองว่า
“ลุย เดี๋ยวไม่มีโอกาส”
ใจพร้อมกายพร้อม ตั้งค่าเรียบร้อยก็ไปพักผ่อนคลายตนเอง แวะไปทำธุระที่ธนาคารและซื้อนมที่พี่อ้อฝากซื้อแล้วขับรถเข้าบ้าน พี่อ้อแวะมาสอบถามเรื่องเครื่อง จึงปรึกษาเรื่องอื่น ๆ กันยาว ประมาณทุ่มครึ่งหนูเข้ามาพักผ่อน แต่เน็ตที่บ้านใช้การไม่ได้ โชคดีที่วันนี้เข้ามาที่ทำงาน ทำให้ส่งจดหมายหาครูได้ พอเข้ามาที่ทำงาน