แนวทางการบริหารการจัดเก็บนำสู่ข้อมูล จปฐ. คุณภาพ
การก่อเกิด มูลเหตุจูงใจ
ข้อมูล จปฐ. คือ ข้อมูลในระดับครัวเรือนที่แสดงถึงสภาพความจำเป็นของคนในครัวเรือนในด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับคุณภาพชีวิตที่ได้กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำเอาไว้ว่า คนในชุมชนควรจะมีคุณภาพชีวิตในเรื่องนั้น ๆ อย่างไร ดังนั้น จึงเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชนบทให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะประชาชนที่ยังมีคุณภาพชีวิตต่ำกว่าเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐาน ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชนถือว่าเป็นภารกิจหลักที่สำคัญอย่างหนึ่งที่จะต้องดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน เกิดความน่าเชื่อถือต่อทุกองค์กรที่นำไปใช้ประโยชน์
แนวความคิด เรื่อง จปฐ. เกิดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๕๒๕ โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) ได้กำหนดรูปแบบของลักษณะของสังคมไทยและคนไทยที่พึงประสงค์ในอนาคต โดยกำหนดเป็นเครื่องชี้วัดความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ของคนไทย และได้ข้อสรุปว่า การมีคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย จะต้องผ่านเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ทั้งหมด (ปัจจุบันคือ ๖ หมวด ๔๒ ตัวชี้วัด) จึงได้มีการจัดเก็บข้อมูล จปฐ. ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๓ เป็นประจำทุกปีจนถึงปัจจุบัน และในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพิจิตร ได้จัดทำโครงการสำคัญที่เกี่ยวกับการจัดเก็บ จปฐ. หลายโครงการ ดังนี้
๑. โครงการปีแห่งการรณรงค์การจัดเก็บข้อมูล จปฐ. พิจิตรคุณภาพ
โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อต้องการให้ได้ข้อมูล จปฐ. ที่มีคุณภาพ สามารถใช้เป็นเครื่องมือส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ของประชาชน เพื่อให้ประชาชนทราบถึงสภาพความเป็นอยู่ของตนเองและชุมชน ว่าบรรลุตามเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐานหรือไม่ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาโดยผ่านกระบวน จปฐ. นับตั้งแต่การค้นหาปัญหาความต้องการที่แท้จริง สาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหา และในปัจจุบันหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานสนับสนุนภายนอกโดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังสามารถใช้ข้อมูล จปฐ. เป็นแนวทางในการคัดเลือกโครงการต่าง ๆ ของตนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาที่แท้จริงของชุมชน ทำให้สามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพสูงสุดด้วย
๒. โครงการเพิ่มพลัง อช. สร้าง จปฐ. ให้เป็นเลิศ
โครงการนี้เป็นจัดทำขึ้นเพื่อฝึกฝนให้ผู้นำ อช. และ อช. มีความรู้ความสามารถ มีทักษะในการจัดเก็บและตรวจสอบข้อมูล ที่สำคัญคือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการอาสาพัฒนาชุมชน พ.ศ. ๒๕๔๗ ด้วย
๓. โครงการมหัศจรรย์เนรมิต พิจิตรพัฒนา
โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน ภาคีร่วมพัฒนา หรือบุคคลอื่นที่สนใจทั่วไป ได้นำข้อมูลที่มีคุณภาพไปใช้ในการวางแผนการพัฒนา เกิดจิตสำนึกในการนำข้อมูลไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นำข้อมูลที่ได้ไปใช้แก้ไขปัญหาในระดับหมู่บ้าน ชุมชน โดยยึดถือปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลัก
จากเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น จึงเป็นที่มาของการจัดเก็บข้อมูล จปฐ. ประจำปี ๒๕๕๓ นี้ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ดี มีคุณภาพ พร้อมที่จะนำไปใช้งานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป
กระบวนการ วิธีการ ขั้นตอน
กระบวนการในการจัดเก็บข้อมูล จปฐ. ที่ได้ปฏิบัติมา มีดังนี้
๑. การประชุมเพื่อจัดตั้งคณะทำงานบริหารการจัดเก็บข้อมูล จปฐ.
สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ จะมีการประชุมเพื่อจัดตั้งคณะทำงานบริหารการจัดเก็บข้อมูล จปฐ. ระดับอำเภอและระดับตำบลขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกและร่วมกันปฏิบัติงานให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ซึ่งคณะกรรมการจะประกอบไปด้วยบุคคลจากหลายองค์กร เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ราชการส่วนภูมิภาค อช. หรือผู้นำ อช. เป็นต้น โดยมีบุคลากรของสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ
๒. การจัดเตรียมแบบสอบถามข้อมูล จปฐ.
แบบสอบถามข้อมูล จปฐ. โดยปกติแล้วจะเก็บรักษาไว้ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พัฒนากรต้องนำมาตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งหนึ่ง เพราะอาจจะเกิดข้อผิดพลาดจากการสำรวจข้อมูลในปีที่ผ่านมา เช่น มีการกรอกข้อมูลข้ามปี ไม่มีรายละเอียดที่สำคัญในส่วนของหน้าปกหรือข้อมูลครัวเรือน เป็นต้น ซึ่งหากพบข้อผิดพลาดต้องรีบทำการแก้ไขทันทีเพื่อไม่ให้เป็นปัญหาเรื้อรัง อีกทั้งต้องตรวจนับจำนวนแบบสอบถามให้เพียงพอต่อจำนวนครัวเรือนในพื้นที่ที่รับผิดชอบ โดยสามารถประสานกับผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น เพื่อสอบถามจำนวนครัวเรือนคร่าว ๆ แล้วจึงจัดเตรียมแบบสอบถามไว้ และควรมีสำรองไว้อีกจำนวนหนึ่งด้วย
๓. การจัดประชุมผู้สำรวจแบบสอบถาม
ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญอีกขั้นตอนหนึ่งที่จะต้องดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากว่าแบบสอบถามจะตอบกลับมาอย่างมีประสิทธิภาพเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับผู้สำรวจ ถ้าผู้สำรวจมีความรู้ความเข้าใจในข้อคำถามอย่างชัดเจน ถูกต้อง ข้อมูลที่ได้มาก็จะตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด ดังนั้น พัฒนากรต้องเน้นย้ำทำความเข้าใจเกี่ยวกับเทคนิค วิธีการ หลักการถาม หลักการเขียนแบบสอบถามให้ชัดเจน อาจจะมีการทดลองสำรวจกับผู้มาประชุมด้วยกันก่อนก็ได้ เพื่อที่จะได้รับทราบปัญหาและสอบถามวิธีการแก้ไข พร้อมกับต้องทำให้ผู้สำรวจแบบสอบถามตระหนักอยู่เสมอว่า ข้อมูลความจำเป็นพื้นฐานนี้มีความสำคัญเพียงใด และพวกเขาคือผู้ที่ได้รับเกียรติให้ปฏิบัติภารกิจนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจและถือว่าเป็นการช่วยพัฒนาชุมชนอีกทางหนึ่งด้วย
๔. การจัดเก็บข้อมูลจริง
พัฒนากรต้องประสานงาน อบรม ประชุม หรือชี้แจงให้ผู้สำรวจและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกระดับให้มีความรู้ ความเข้าใจ เห็นความสำคัญในการจัดเก็บข้อมูล และเน้นย้ำให้มีการจัดเก็บข้อมูลจริงตามวิธีการ ขั้นตอนที่กำหนดอย่างจริงจังโดยคำนึงถึงความเหมาะสม โอกาส กาลเทศะ และการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้ให้ข้อมูล มีการทบทวนข้อมูลก่อนนำส่งเพื่อให้เกิดความคลาดเคลื่อนของข้อมูลน้อยที่สุด และพยายามรวบรวมส่งภายในเวลาที่กำหนดด้วย
๕. การตรวจสอบข้อมูล
การติดตามและตรวจสอบการจัดเก็บข้อมูล จปฐ. จะเกิดประโยชน์สูงสุดถ้ามีการตรวจสอบอย่างทันทีที่มีการจัดเก็บเรียบร้อยแล้ว เพราะถ้าได้ทำการบันทึกข้อมูลไปแล้วจะเกิดความยุ่งยากในการแก้ไขเป็นอย่างมาก ยิ่งถ้าได้มีการเผยแพร่ข้อมูลไปแล้ว ก็จะไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างถูกต้อง ตรงกับความเป็นจริงของสภาพชุมชนเนื่องจากข้อมูลมีความคลาดเคลื่อน ส่งผลให้ขาดความน่าเชื่อถือและยอมรับแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างยิ่ง
๖. การบันทึกข้อมูล
ผู้ที่จะทำการบันทึกข้อมูล ต้องเป็นผู้ที่มีความเข้าใจในแบบสอบถามและระบบคอมพิวเตอร์พอสมควร เนื่องจากว่าบางครั้งถึงแม้ข้อมูลจะผ่านการตรวจสอบมาแล้วแต่ก็อาจมีข้อผิดพลาดอยู่บ้าง การแก้ไขในขั้นตอนนี้ก็ยังสามารถจะกระทำได้โดยไม่เกิดผลเสียหาย อีกทั้งถ้าระบบคอมพิวเตอร์เกิดขัดข้อง ผู้บันทึกต้องสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที ไม่ก่อให้เกิดผลเสียหายกับงาน และเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับการปฏิบัติงานในขั้นตอนต่อไปด้วย
๗. การประมวลผลข้อมูล
เป็นการประมวลผลในภาพรวมครั้งสุดท้าย ก่อนการรายงานข้อมูลให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อที่จะได้นำไปใช้ประโยชน์ต่อไป ซึ่งผู้ที่จะประมวลผลข้อมูลต้องเป็นผู้ที่เข้าใจในโปรแกรมและเข้าใจในความต้องการของผู้ใช้ จึงจะสามารถประมวลผลและส่งต่อข้อมูลเพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
๘. การรายงานข้อมูล
เป็นการรายงานข้อมูล จปฐ. ที่ผ่านการประมวลผลเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้แก่บุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะได้นำไปสู่การวางแผนพัฒนา การแก้ไขปัญหา ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่หมู่บ้าน และชุมชนอย่างยั่งยืนสืบต่อไป
ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความสำเร็จในการจัดเก็บข้อมูล จปฐ. มีหลายปัจจัยด้วยกัน ดังนี้
๑. ผู้บริหารระดับกรม ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และเพื่อนร่วมงาน
ผู้บริหารในทุกระดับ เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ถ้าได้ผู้บริหารที่ดี มีคุณธรรม เอาใจใส่ดูแล คอยให้คำแนะนำปรึกษา มีเพื่อนร่วมงานที่จริงใจ มีน้ำใจ คอยช่วยเหลือ ไม่เอาเปรียบซึ่งกันและกัน สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีม ผู้ปฏิบัติงานก็จะไม่รู้สึกว่าถูกทอดทิ้งอย่างโดดเดี่ยว มีกำลังใจในการปฏิบัติงานมากขึ้น ส่งผลให้งานสำเร็จออกมารวดเร็ว ถูกต้อง มีคุณภาพ ตรงตามความต้องการ
๒. ประชาชน
เป็นผู้ที่ให้ข้อมูลโดยตรงแก่ผู้จัดเก็บข้อมูล ถ้าข้อมูลที่ให้เป็นข้อมูลที่ตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด ก็จะทำให้ได้ข้อมูลที่ดี มีคุณภาพ สามารถนำไปให้หน่วยงานต่าง ๆ ใช้ในการวางแผนการพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาของชุมชนได้ตรงจุด เป็นที่พอใจของทุกฝ่าย
๓. ตนเอง
พัฒนากร ต้องมีความจริงใจ ช่วยเหลือ สร้างความเป็นกันเองกับประชาชนในทุกโอกาสเท่าที่จะทำได้ พยายามทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของหมู่บ้าน ชุมชน ต้องการจะมาพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของพวกเขา เพื่อที่จะได้รับความร่วมมือในการปฏิบัติงานในโอกาสต่อ ๆ ไป โดยปกติแล้ว การปฏิบัติงานของข้าพเจ้าจะยึดหลักอิทธิบาท ๔ (บาทฐานแห่งความสำเร็จ) ในการปฏิบัติงาน คือ
- ฉันทะ ความพอใจ รักใคร่ในงานที่ปฏิบัติ
- วิริยะ ความพากเพียรที่จะปฏิบัติงานให้เสร็จลุล่วงไปด้วยดี
- จิตตะ ความเอาใจใส่ในงาน ไม่ละทิ้งหรือถอดใจ มีสมาธิ สติ ในการปฏิบัติงาน
- วิมังสา ความหมั่นสอดส่องในเหตุผลของงานที่ปฏิบัติ (มีปัญญา)
และในการที่จะทำให้ประชาชนรักใคร่ เป็นกันเอง วางใจเรา ให้ความร่วมมือกับเรา สามารถยึดหลักสังคหวัตถุ ๔ (หลักธรรมที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจ) ในการปฏิบัติงาน คือ
- ทาน การให้ การเสียสละ การเอื้อเฟื้อแบ่งปัน ไม่ตระหนี่ถี่เหนียว ไม่เห็นแก่ตัว
- ปิยวาจา การพูดจาไพเราะอ่อนหวาน จริงใจ ไม่ก้าวร้าว มีสัมมาคารวะ พูดมีประโยชน์
- อัตถจริยา การสงเคราะห์ การประพฤติในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น
- สมานัตตา การเป็นผู้มีความประพฤติเสมอต้นเสมอปลาย หนักแน่น ไม่โลเล
๔. อื่น ๆ
ปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สภาพแวดล้อม การเดินทาง ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้การปฏิบัติงานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี พัฒนากรต้องเตรียมพร้อมและเตรียมตั้งรับกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นอย่างมีสติอยู่เสมอ
ข้อเสนอแนะต่อการนำไปปฏิบัติ
เมื่อข้าพเจ้าได้ปฏิบัติตามแนวทางการบริหารการจัดเก็บนำสู่ข้อมูล จปฐ. คุณภาพดังกล่าวแล้ว สามารถก่อให้เกิดผลงานที่ดี ถูกต้อง มีคุณภาพในระดับที่ยอมรับได้ แต่อย่างไรก็ตาม การนำแนวทางดังกล่าวไปใช้ประโยชน์นั้นจะไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัว ผู้ปฏิบัติสามารถปรับเปลี่ยนและประยุกต์ใช้ได้ตามความเหมาะสมของสภาพการณ์และสภาพท้องที่ เนื่องจากหลักการที่ดีที่สุดของคน ๆ หนึ่งหรือของท้องที่หนึ่ง อาจจะไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้ หรือไม่ใช่หลักการที่ดีที่สุดของอีกท้องที่หนึ่งก็เป็นได้ สิ่งที่ควรคำนึงถึงก็คือ ทำอย่างไรจึงจะได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน รวดเร็ว มีข้อผิดพลาดน้อยที่สุด โดยเน้นให้ประชาชนรู้สภาพปัญหาของตนเอง และมีส่วนร่วมในการพัฒนา เกิดการเรียนรู้อย่างยั่งยืน เนื่องจากหัวใจที่แท้จริงของการจัดเก็บข้อมูล จปฐ. อยู่ที่ “ประชาชน” นั่นเอง
------------------------------------------------------
เป็นการเขียน Best Practice ของผมที่ทำส่งจังหวัดนะ ไม่รู้ว่าผิดถูกอย่างไร เพราะเขาบอกว่าไม่ต้องเขียนตามหลักการแต่ให้เขียนตามความเป็นจริง ทั้งวิธีการ ขั้นตอน ทุกอย่าง... มีอะไรจะแนะนำ ชี้แนะ ก็ขอความกรุณาด้วยครับ ขอบคุณครับ