การมีกรอบแนวคิด เปรียบเสมือน ระแนงไม้ ที่ช่วยให้ ต้นฝัน ได้เกาะเกี่ยวขึ้นไปสู่จุดหมายได้เร็วขึ้น ไม่เสียเวลาเลื้อยไปตามพื้น กล่าวคือ มีด้านเปิดและพื้นที่ให้กับความคิดสร้างสรรค์

ยามนี้ ใครต่อใครอาจเริ่มได้ยินคำว่า Chronic care model (CCM)  หรืออย่างน้อยก็รูปคล้ายบอลลูนสีเขียวๆ ของ Dr.Ed H Wangner กันบ้างแล้ว ทั้งที่จริงปีนี้ CCM จะอายุครบ 10 ปีแล้ว

ลอง google search คำนี้ดูมีเวบ 3,140,000 รายการ  และที่เป็นรูปภาพอีก 1,920,000 รายการ ! อาจเรียกได้ว่า เป็น American model ที่เป็นกลายเป็นอีก Pop culture หนึ่ง

 

    CCM framework กับ ระแนงไม้ (Trelliswork) : กรอบที่มีเพื่อให้เติบโตมิใช่เพื่อบีบบังคับ

ฉันเป็นคนหนึ่ง ที่พยายามจะเข้าใจ ว่าทำไมสิ่งที่อเมริักันสร้างนั้น จึงทั้ง Pop และ Sustain ยกตัวอย่าง Coca cola, กางเกงยีนส์, ตุ๊กตาบาร์บี้,Rock and Role , Microsoft/Apple computer จนกระทั่งระบบการสอบ National license ที่เรียกว่า USMLE (ซึ่งบ้านเราก็ประยุกต์มาเป็น ศ.ร.ว)..สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ Pop ชั่วข้ามคืนแล้วก็หายไป แต่มีมาเกินกว่า 50 ปี

   หรือจะเป็นด้วยกระบวนการที่เรียกว่า "นำพลังใจมาสร้างระบบ..ระบบที่สร้างพลังใจ" ให้เกิดวัฎจักรการพัีฒนาและปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงต่างๆ
   รายการ American inventor ที่เปิดโอกาสให้คนทั่วไปมาแสดงความสามารถคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ  โดยมีโจทย์ว่า ต้องกลายเป็นสินค้าที่สามารถทำตลาดได้
   แน่นอน บางคนก็มาออกรายการเพราะแค่อยากดัง เช่นแต่งเพลงแล้วก็มาเต้นประกอบจังหวะให้คณะกรรมการดู ( ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับอย่างน่าชื่น ว่าอยากออกทีวีเพื่อรณรงค์การสร้างสื่อสำหรับเด็ก..)
   แต่หลายคนก็สร้างความประทับใจ..เช่นนายทหารปลดประจำการคนหนึ่ง ที่สร้างอุปกรณ์ทำลายประตูก้านยาว  ด้วยเหตุผลที่เขาเคยสูญเสียเพื่อนร่วมงานไปจากการผลักประตูเข้าไปเจอโจรยิงสวน...คณะกรรมการถามว่า ดูแล้วไม่น่าจะทำเป็นสินค้าได้ ทำไมเขาลงทุนเิดินทางมาออกรายการ..คำตอบคือ ขอเพียงได้แสดงไอเดีย ให้ใครสักคนนำไปปรับปรุงยุทโธปกรณ์ให้เจ้าหน้าที่บ้านเมือง เขาก็พอใจแล้ว..
  คุณคิดว่า คนนี้ได้เข้ารอบไหมคะ...
  ปรากฎว่า เขาได้เข้ารอบ
 อาจเป็นตัวอย่างหนึ่งของค่านิยมด้านสว่างของคนอเมริกัน (ซึ่งแปลว่าย่อมมีด้านมืด แต่ไม่ขอกล่าวในที่นี้) ซึ่งให้ความสำคัญต่อ

1. จิตสาธารณะ  อะไรก็ตามที่ Intention ทำเพื่อคนอื่น ทำเพื่อสังคม สิ่งแวดล้อม เขาจะให้คุณค่ามาก..ทำให้ฉันคิดเมื่อครั้ง พิมพ์งานให้โปรเฟสเซอร์ชาวอเมริกันดู ท่านพลิกด้านหลังแล้วก็ชมว่า ดีมาก (คือไม่ได้ชมผลงาน แต่ชมที่ใช้กระดาษรีไซเคิลพิมพ์)..กลับมาเมืองไทย ทำแบบเดียวกัน โดนบ่นว่าเป็นเหตุให้ปรินเตอร์เสีย T_T
  การคิดทำเพื่อตัวเอง เหมือนเทียนที่อยู่ในครอบ เมื่อหมดเชื้อ ไฟก็หมด  แต่ถ้าเป้าหมายคือการทำเพื่อส่วนรวม เหมือนเทียนที่จุดส่งต่อๆ ไปได้ไม่รู้จบ  สิ่งเหล่านี้น่าจะเทียบเคียงกับคำว่า "ทำด้วยใจ"  ฉันเชื่อว่า คนไทยเรามีใจให้กับผู้ด้อยโอกาสอย่างมาก แต่ จะเยี่ยมมากขึ้นหากเรามีใจให้กับส่วนรวม (เช่น ของหลวง) และสิ่งแวดล้อม

2. ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน  มีคนกล่าวไว้ว่า เมื่อให้กล่องตัวต่อแก่เด็ก 2 ชาติ  เด็กชาวเอเชียจะขอให้พ่อแม่ต่อให้ดูก่อน แล้วถึงต่อไปตามขั้นตอนอย่างระมัดระวัง  ในขณะที่เด็กชาวอเมริกันจะต่อไปเลยผิดๆ ถูกๆ พังไป แก้ไป ถ้าไม่ได้จริงๆ ถึงถามพ่อแม่
เพื่อนชาวอเมริกันเล่าว่า เมื่อเขามา elective ที่เมืองไทย เข้า class อ่านฟิล์มเอกซเรย์ อาจารย์หาอาสาสมัครอ่านฟิล์ม ซึ่งเขาก็อาสา..อาจารย์บอกกับทุกคนในห้องว่า.."ที่อ่านมานั้น..ผิด..แต่ครูก็อยากให้เธอดูเขาเป็นตัวอย่าง" นั้นคือ อย่ากลัวที่จะทำในสิ่งใหม่ ไม่คุ้นเคย เพราะแม้ผิด ก็จะได้รู้ว่าทำไมถึงผิด..

เช่นเดียวกับเมื่อฉันส่งแบบสอบถาม ACIC ไปให้ทาง เวบ ICIC  มีข้อผิดพลาดที่ไม่น่าให้อภัยคือ การเขียน MacCall เป็น McCall และด้วยความไม่เข้าใจระบบสุขภาพของอเมริกาทำให้การ review ที่มาของ CDM " A bit off" พูดง่ายๆ คือ นอกลู่นอกทางไปนิด..แต่ทาง web master ของ ICIC ก็เข้าใจว่า ฉันไม่มีงบจ้างคนตรวจอักษร จึงได้มองข้ามความผิดพลาดนี้ไป และยังช่วยแก้ไขต้นฉบับภาษาอังกฤษ Reliability and validity จนสละสลวยให้โดยไม่คิดค่าตอบแทนอีกด้วย...

  การให้เกียรติและให้โอกาส บุคคลที่พยายามพัฒนาตัวเอง..เป็นสิ่งที่น่าซึ้งใจ และเป็นการสร้างทัศนะคติเชิงบวกให้กับคนในสังคม..ไม่ว่า เขาคนนั้น เกิดในตระกูลใด เป็นหมอ พยาบาล ผู้ช่วย คนไข้  อายุแค่ไหน การศึกษาชั้นไหน ทุกๆ คนมีคุณค่า น่ายกย่อง เมื่อมีการ "พยายามพัฒนาตนเอง"..เมื่อแต่ละคนตระหนักถึงเกียรติภูมิของตนเอง ก็ไม่ต้องรอให้ใครมาอุปถัมภ์ ไม่ต้องรองบ รอคน รอของ เมื่อฟ้าไม่โน้มมาหา ก็ต้องปีนให้สูงขึ้นไป

3. ระแนงไม้แห่งต้นฝัน  ความคิดสร้างสรรค์ของกลุ่มผู้จัดทำ CCM คือการทำออกมาเป็นโลโก้ ดูง่าย ติดตา ไม่ลงรายละเอียดมาก เรียกให้คนสนใจแล้วจึงเข้าไปค้นหารายละเอียด  ฉันอดคิดไม่ได้ว่าถ้า CCM คือตารางธรรมดาๆ ต่อให้ตีพิมพ์ใน NEJM หรือ Lancet คงไม่แพร่หลายได้เท่านี้..ที่น่าสนใจคือ รูป CCM อนุญาตให้มีการสร้างสรรค์ แต่งเติมจาก original ในแต่ละประเทศ (ประเทศไทยน่ามีกับเขาบ้าง)
   การมีกรอบแนวคิด เปรียบเสมือน ระแนงไม้ ที่ช่วยให้ ต้นฝัน ได้เกาะเกี่ยวขึ้นไปสู่จุดหมายได้เร็วขึ้น ไม่เสียเวลาเลื้อยไปตามพื้น  กล่าวคือ มีด้านเปิดและพื้นที่ให้กับความคิดสร้างสรรค์  กรอบที่เป็นกล่องสี่ด้าน ต้นที่อยู่ในนั้นออกมาสวยงามเป็นระเบียบก็จริง แต่ ไม่โต และ ไม่สามารถปรับกับความเปลี่ยนแปลงภายนอกด้วยตัวเองได้

   รากจะลอยอยู่ในอากาศไม่ได้ ดังนั้น ต้องมีฐานของความเป็นจริง กรอบที่ตั้งขึ้นเพราะ "คิดว่าดี" หรือ การสร้างหลักการ เพียงเพื่อให้ดูมีหลักการไม่เพียงพอที่จะสร้างความยั่งยืน..ถ้าเช่นนั้น การไม่มีหลักการ แล้วเปิดใจเรียนรู้ตามความเป็นจริง อาจดีกว่า