เมื่อเรารู้แล้วว่าเราต้องการลงทุนประเภทไหน ให้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับหุ้นที่จะลงทุนต่อไปนี้ ชื่อบริษัท บริษัทประกอบกิจการอะไร บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้วกี่ปี เงินปั้นผลจ่ายปีละกี่ครั้งและจ่ายครั้งละเท่าไรโดยปกติบริษัทที่มีกำไรมากจะจ่ายปีละ2ครั้ง ราคาหุ้น ณ ปัจจุปันราคาเท่าไร กำไรสุทธิต่อหุ้น มูลค่าหุ้นทางบัญชีมีเท่าไร จำนวนหุ้นที่จดทะเบียนมีกี่หุ้น จากนั้นก็จัดเป็นตรางเพื่อให้ทราบถึงการเปลี่ยนแลงในแต่ละปี เงินปันผล กำไรต่อหุ้น มูลค่าทางบัญชี จำนวนหุ้นที่เปลี่ยนแปลงไป ราคา ณ สิ้นปี ซึ่งหางบการเงินย้อนหลังได้5ปีที่ www.set.or.th
เมื่อจัดทำได้ดังนี้แล้วเรามาดูหลักการในการลงทุนในแต่ละหมวด
การลงทุนเกษียณอายุไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไรก็สามารถเริ่มลงทุนได้โดยการนำเงิน5%จากรายได้ทั้งหมดลงทุนในตลาดทุน เริ่มจากการการสะสมเงินสมเดือนละ5%โดยห้ามถอนเงินจากบัญชีนี้ยกเว้นการซื้อหุ้นอย่างเดียว โดยการเลือกหุ้นต้องเป็นบริษัทที่จดทะเบียนแล้วในตลาดหลักทรัพย์ไม่ต่ำกว่า10ปีและมีกำไรต่อเนื่องทุกปี จ่ายผลอย่างน้อยติดต่อกัน5ปี
เมื่อได้ข้อมูลเบื้องต้นมาแล้วก็ดูว่าธุรกิจที่ทำนั้นมั่นคงหรือไม่และสามารถรักษาผลประกอบการได้ดีอย่างนี้ต่อเนื่องไปอีก20-30ปีได้หรือไม่ ถ้าทำได้ก็มาวิเคราะห์ราคาซื้อหุ้นที่เหมาะสมคือ กำไรสุทธิต่อหุ้นคูณ8ถึง10คือราคาและมูลค่าทางบัญชีคูณ1ถึง1.5
เช่น บริษัทAมีกำไรสุทธิ 0.8บาท มูลค่าทางบัญชี10บาทราคาหุ้นที่เหมาะสมคือ
(0.8*9)/2+(10*1.25)/2=9.85 ส่วนเงินปั้นโดยปกติบริษัทจะจ่ายที่50%ของกำไรสุทธิ
ซึ่งถ้าคำนวนตามนี้จะได้0.4บาท คิดเป็นอัตราเงินปั้นผล=0.4*100/9.85=4.06%
ถือว่าผลตอบแทนสูงกว่าค่าเงินเฟ้อที่กำหนดโดยถั่วเฉลี่ยคือ4% เมื่อเราได้เงินปั้นผลไปเข้าบัญชีเพื่อซื้อหุ้นต่อจะทำให้จำนวนหุ้นเพิ่มขึ้นและได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น
ส่วนตรางเงินเดือนที่จะให้ผลตอบแทนผมจะทำมาให้วันหลังนะครับ