อานนท์...เอ๋ย

     "ธรรมะนอกธรรมาสน์ " นี้ มีน้องขอมา เป็นเรื่องที่ดิฉันชอบมาก และจดจำไว้เพื่อ

เตือนตัวเองค่ะ และเผื่อท่านผู้อื่นจะสนใจค่ะ

            =============

อานนท์:-เราไม่พยายามทำกะพวกเธออย่างทะนุถนอม เหมือนอย่างช่างหม้อทำแก่หม้อ

            ที่ยังเปียกยังดิบอยู่

อานนท์:-เราจักขนาบแล้ว   ขนาบอีก   ไม่มีหยุด

อานนท์: -เราจักชี้โทษแล้ว   ชี้โทษอีก   ไม่มีหยุด 

            -ผู้ใดมีมรรคผลเป็นแก่นสาร ผู้นั้นจักทนอยู่ได้ 

                                                   (มหาสุญญต สุตต อุปริปัฌฌาสก์ มัชฌิมนิกาย)

            -คนเรา ควรมองผู้มีปัญญาใดๆ ที่คอยชี้โทษ คอยกล่าวคำขนาบอยู่เสมอไป

            -ว่าคนนั้นแหละ คือผู้ชี้ขุมทรัพล่ะ ควรคบกับบัณฑิตที่เป็นเช่นนั้น

            -เมื่อคบกับบัณฑิติเช่นนั้นอยู่ ย่อมมีแต่ดีท่าเดียว ไม่มีเลวเลย

                                                       (บัณฑิตวัคคธัมมบท ขุททกนิกาย)

เธอทั้งหลาย: -เรารู้ว่าพวกเธอจักได้ใช้ชิวิตอยู่ในสถานที่นี้ ในระยะเวลาอันสั้น

                  -เรารู้ว่ามีคนอีกมากมายที่มิได้มีโอกาสอย่างเธอ

                  -เราจึงต้องพยายามทำกะพวกเธออย่างทะนุถนอม ยิ่งกว่ารักษาไข่ในหิน

                  -เราจึงต้องปล่อยห็เธอมีความสุข สนุกสนาน รื่นเริงบันเทิงใจอย่างเต็มที่

                    ไม่มีหยุด

เธอทั้งหลาย: -เราจักชี้ให้พวกเธอเห็นประโยชน์ของการบันเทิงเริงรมย์ การเที่ยวเตร่

                    การสนุกสนาน เฮฮา การจัดระบำรำฟ้อน การหมกมุ่นในกามคุณ

                    ในอบายมุข เราจักชี้ประโยชน์แล้ว ชี้ประโยชน์อีกไม่มีหยุด

เธอทั้งหลาย: -เราจักชี้ให้พวกเธอได้ประโยชน์จริงอย่าที่เราชี้ เราจึงจักยอมให้พวก

                    เธอจัดการงาน บันเทิงเริงรมย์อยู่เป็นนิจ ให้ได้ใช้อาคารสถานที่

                    เพื่อบันเทิงเริงรมย์อยู่เป็นนิจ

                  -เราจันำเธอเที่ยวเตร่ทัศนาจรอยู่เป็นนิจ

เธอทั้งหลาย: -เราจักหาที่อยู่อันสะดวกสบายแก่เธอ เพื่อท่านจักได้เล่นการพนันได้เป็นนิจ

                  -เราจักยอมให้พวกเธอเสพอบายมุข ดื่มสุราเมาอยู่เป็นนิจ ใครขัดเธอ

                   ในเรื่องใด เราจักยอให้เธอมีเสรีภาพอย่างเต็มที่ ที่จะใช้กำลังกายแห่ง

                   เธอ หรือพวกของเธอ เข้าทำร้ายได้เป็นนิจ

เธอทั้งหลาย: -เราจักให้พวกเธอได้ใช้เงินทอง เพื่อการบนเทิงเริงรมย์อย่างเต็มที่

                    เพราะเห็นว่า บิดามารดาแห่งพวกเธอ จักไม่มีโอกาสที่จะหาเงินให้

                    พวกเธอได้ใช้เช่นนี้อีก

                  -เราคิดว่า เมื่อพวกเธอได้สนุกสนาน รื่นเริง เอร็ดอร่อย อยู่ในกามคุณห้า

                    เช่นนี้แล้ว พวกเธอจักได้ไม่ต้องคิดการอื่นใด ความสงบสุข จักบังเกิด

                     แก่พวกเราทั่วถึงกัน

เธอทั้งหลาย: -สถานที่นี้ พวกเราจักอยู่กันได้ไม่นานนัก ป่วยการไปใยที่จะคิดถึงสิ่งที่

                    จะเกิดในภายหน้า คิดถึงความยุ่งยากในภายหน้า คิดถึงสถานที่ ที่จะ

                     ต้องด้อยกว่าที่อื่นในภายหน้า การคิดถึงอดีตที่ผ่านมาแล้วไม่มีประโยชน์

                     ฉันใด การที่จะคิดถึงอนาคตที่เราจักไม่อยู่กัน ก็ไม่มีประโยชน์ฉันนั้น

                     การคิดถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึงหาประโยชน์อันใดไม่ได้ เรามาใช้สภาวะ

                     ปัจจุบันให้เป็นที่เอร็ดอร่อยกันเถิด

เธอทั้งหลาย: -พวกเธอจักได้ดวงปัญญา เห็นความสุขแห่งชีวิตอย่างแท้จริง

                   ณ สถานที่นี้ เราจึงยอมให้ พวกเธอที่เข้ามาในระยะแรก ต้องบำเพ็ญ

                   ความเพียรอย่างยิ่ง ในอัตตกิลมถานุโยค คงทนต่อทุกขกิริยาทั้งปวง

                  เมื่อเธอผ่านขั้นนี้ไปได้ เธอจักได้บำเพ็ญความเพียรเป็นอย่างยิ่ง

                 ในกามสุขัลลิกานุโยค อันเป็นปฏิปทา เพื่อนำพวกเธอไปสู่และอยู่ใน

                  ความอิ่มเอมแห่ง กามคุณห้า อันจักนำให้เธอบรรลุนิพพานได้

                 ในชาติปัจจุบัน ตามหลักแห่งทุฏฐธัมมนิพพาวาท

เธอทั้งหลาย: -หากการเรียนของพวกเธอมีความยากลำบาก ทำให้เธอไม่ได้อยู่กับเรา

                   นานเท่าที่ควร เราจักอนุโลมให้แก่พวกเธอ เราจักยกเลิกข้อกำหนดที่

                   เคร่งครัดให้แก่เธอ เราอยากหยุดเรียน เมื่อใดก็ได้ เธออยากจะดูกัน

                   บ้างเวลาที่สอบก็ได้ เพราะนั้นแสดงว่าเธอรักกัน เธอจะเอาแบบมาแอบดู

                  บ้างก็ได้ เพราะนั่นแสดงว่าเธอเป็นผู้มีเทคนิค ถ้าหากเธอทำได้น้อยจริงๆ

                  เราจักลดคะแนนผ่านให้แก่พวกเธอ เพื่อจักได้ไม่เป็นกังวล ห่วงใยเรื่อง

                  การศึกษานัก

เธอทั้งหลาย: -ผู้ใดเห็นการที่เราทำกับพวกเธอเช่นนี้เป็นแก่นสาร ผู้นั้นจักทนอยู่ได้

เธอทั้งหลาย: -เมื่อเธอทนอยู่กับเราได้เช่นนี้ เมื่อถึงเวลาที่พวกเธอจักต้องจากเราไป

                   เราจักจัดงานให้ใหญ่โต เพื่อเป็นเกียรติแก่พวกเธอ ที่ได้ร่วมมือกับเรา

                   ด้วยดีตลอดมา เธอจักจดจำงานอันทรงเกียรตินี้ ไปจนตาย และแล้วเธอ

                  จักได้ไม่ลืมเรา คนเราควรมองผู้ชี้ชวน ชักนำ ยินยอม ส่งเสริม ให้เราได้

                 กระทำดังกล่าวนี้อยู่เสมอไป ท่านว่า คนนั้นแหละ คือผู้ชี้ ขุมนรก ล่ะ

                 ควรคบหากับผู้นั้น ปฏิบัติตามผู้นั้น เราจักได้ลงนรก สมดังปรารถนา

                 ไม่มีทางไปอย่างอื่นเลย        

                                                                (มังกุโรวาทะสูตร อาตมนิยาย)