รอยร้าวลึกในสังคมไทย ที่เผยออกมาผ่านเหตุการณ์ พฤษภาคม ๒๕๕๓ บอกเราว่าเราอยู่ร่วมกันในระบบสังคมแนวทางเก่าต่อไปไม่ได้แล้ว   หากยังดันทุรัง สังคมไทยจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ทางกายภาพ    คือกลายเป็นหลายรัฐ หรือหลายประเทศ   ซึ่งเราไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น    เราอยากอยู่ร่วมกันเป็นประเทศไทย แต่เป็นประเทศไทยที่มีการเรียนรู้และปรับตัวเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกันและกัน และอย่างมีสันติสุข   มีศักดิ์ศรีในสังคมโลก

          สภาพสังคมใหม่ที่ผมคิดว่าทุกคนต้องการร่วมกัน ฝันร่วมกันคือ สังคมที่

 เห็นคุณค่า และเคารพความแตกต่างหลากหลายของผู้คน ความเชื่อ ศาสนา และวิถีชีวิต   ใช้พลังของความแตกต่างหลากหลายสู่ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นร่วมกัน   มีเอกภาพในท่ามกลางความหลากหลาย


 มีความเป็นธรรม (equity) โปร่งใส (transparency) เป็นประชาธิปไตย  มีกลไกเพื่อสร้างภราดรภาพ ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจอันเกิดจากระบบตลาดและการแข่งขัน


 อยู่ในระบบเศรษฐกิจระบบตลาดและการแข่งขัน   ที่มีกลไกกำกับดูแลความถูกต้องเป็นธรรม  และดูแลมิติของความเป็นมนุษย์ และมิติด้านสังคม สิ่งแวดล้อมหรือระบบนิเวศ


 มีการเรียนรู้ของสังคม (societal learning) หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า เป็นสังคมเรียนรู้ (learning society)   มากกว่าเป็นสังคมที่มีการกำหนดไว้ล่วงหน้า (prescribed society)   จึงต้องกำหนดระบบต่างๆ กลไกต่างๆ ให้เปิดกว้างต่อการทำความเข้าใจผลกระทบที่ซับซ้อนของรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบาย มติ ครม.  คำตัดสินของศาล   และมติหรือพฤติกรรมสาธารณะอื่นๆ    ต้องลดการปิดกั้นการทำความเข้าใจเรื่องต่างๆ เหล่านั้นอย่างสร้างสรรค์และมีหลักฐานทางวิชาการหรือจากข้อมูลเชิงประจักษ์

          ผมได้เสนอแนวทางที่ระบบ/สถาบัน อุดมศึกษา เข้ามารับใช้การสร้างสังคมใหม่ในแนวนี้ไว้ที่นี่

 

วิจารณ์ พานิช
๖ มิ.ย. ๕๓