นปส.55 (8): พิชิตความเหนื่อย


คติพจน์ของลูกเสือทั่วไป "เสียชีพอย่าเสียสัตย์"

๘.พิชิตความเหนื่อย

ผมเคยเรียนลูกเสือตั้งแต่สมัยเรียนชั้นประถมศึกษาจนถึงชั้น ม. 3 แล้วก็ไม่ได้เรียนอีกเลย ช่วง ม.ปลายก็เรียน ร.ด. เพื่อจะได้ไม่ต้องเกณฑ์ทหาร จึงลืมๆเรื่องราวเกี่ยวกับลูกเสือไปมากแล้ว ที่พอจำได้ก็เป็นการเข้าค่ายพักแรมลูกเสือครั้งแรกในชีวิตสมัยอยู่ชั้น ป. 5 ที่ไปตั้งค่ายพักแรมที่หาดทรายแม่น้ำยมใกล้ๆโรงเรียนบ้านป่ากุมเกาะราวปี 2523 มีการแสดงรอบกองไฟของแต่ละหมู่ สมัยนั้นชอบดูภาพยนตร์แนวบู๊ ไม่มีทีวีดู แต่ดูจากหนังกลางแปลงหรือตามงานวัดต่างๆ แล้วก็เอามาแปลงเป็นการแสดงรอบกองไฟ นึกถึงตอนนั้นก็สนุกดี

ในการอบรม นปส.นี้ พวกเราถูกแบ่งออกเป็น10 หมู่ มีชื่อสัตว์เป็นชื่อหมู่ๆละ 10-11 คน โดยจัดไม่ซ้ำกับกลุ่ม กป. มีหมู่สิงโต ไก่ฟ้า ช้าง นกหัวขวาน วัว เหยี่ยว กวาง เสือ นกยูงและนกเค้าแมว ผมอยู่หมู่นกเค้าแมว มีสมาชิก 10 คน ประกอบด้วยพี่ยุทธนา (แดง) นอภ.โคกสูง สระแก้ว พี่ไกรสร (สร) นอภ.ซำสูง ขอนแก่น พี่วัชระ (ป๋อง) พาณิชย์จังหวัดหนองคาย พี่ประเสริฐ (เสิด) นอภ.ดอนสัก สุราษฎร์ธาานี พี่หมอจุฑาทิพย์ (จุ) ผช.ผอ.รพ.สมเด็จฯ ณ ศรีราชา พี่อนุชิต (อึ่ง) ท้องถิ่นจังหวัดปราจีณบุรี พี่ชัยชาญ (ช้าง) ผู้เะชี่ยวชาญกรมที่ดิน พี่ธงชัย (ธง) นอภ.ดอกคำใต้ พะเยา พี่ภูมิ์พงษ์ (ขุน) กรมพินิจฯ และผม เพื่อนๆบางหมู่แอบแซวว่าทำไมเอาหมอสองคนมาอยู่หมู่เดียวกัน ไม่กระจายความเสี่ยงเลย ส่วนอาจารย์ประจำหมู่คืออาจารย์วรเกียรติ เครือประดับ เป็นศึกษานิเทศอยู่ที่ประจวบคีรีขันธ์

วันที่ 21 เมษายน 8 โมงเช้า พวกเรานั่งรถบัสจากวิทยาลัยไปที่ค่ายลูกเสือศรีราชา พอถึงที่ค่ายลงจากรถก็เข้าแถวกันเป็นหมู่ เข้าสู่ห้องประชุมพร้อมรับแจกเอกสาร ผ้าพันคอ ว๊อกเกิ้ล ฟังคำชี้แจงรายละเอียดการฝึกอบรมแล้วมีพิธีเปิดค่าย ประธานในพิธีเปิดได้กล่าวให้โอวาท ร้องเพลงเทอดพระเกียรติรัชากาลที่ 6 ผู้ทรงให้กำเนินลูกเสือไทย ท่านประธานกล่าวว่า ลูกเสือเน้นให้มีวินัย ลูกเสือมี 2 ประเภทคือลูกเสืออาสาสมัคร (Volunteer-based) กับลูกเสือโรงเรียน (School-based) การเข้าค่ายพักแรมเป็นการฝึกการอยู่ร่วมกัน ฝึกการดำรงชีวิตรอดด้วยตนเองและเพื่อนๆ และเน้นให้ปฏิบัติตามกฎของลูกเสือ 3 ข้อคือ

1.ข้าจะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2. ข้าจะช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ

3. ข้าจะปฏิบัติตามกฎของลูกเสือ

หลังจากนั้นเดินลากกระเป๋าเข้าไปที่ค่ายวิสุทธารมณ์ โดยเดินลอดซุ้มประตูค่ายเข้าไป จนถึงที่พักและเต็นท์ถาวร เก็บกระเป๋าเสื้อผ้าแล้วมาเรียนต่อที่ห้องประชุมกับอาจารย์สมมาต สังขพันธ์ ผู้อำนวยการฝึกอบรม เป็นการปฐมนิเทศเพื่อให้เราเข้าใจกิจการของลูกเสือและให้เป็นผู้สนับสนุนกิจกรรมของลูกเสือได้ อาจารย์พูดถึงเบเดน เพาเวลส์หรือโพเอล ที่ท่านเน้นให้ลูกเสือมีความสุข มีสุขภาพดีและเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น (3H: Happy, Healthy, Helpfulness citizen)

ตารางกิจวัตรประจำวันในช่วงที่อยู่ในค่ายลูกเสือ กำหนดเป็นตาราง ดังนี้

05.30 น. ตื่นนอน พัฒนาค่าย

7.00 น. อาหารเช้า

7.30 น. รับการตรวจ

8.00 น. ประชุมรอบเสาธง

9.00 น. ฝึกอบรม

12.00 น.อาหารกลางวัน

13.30น. ฝึกอบรม

16.45น. ประชุมนายหมู่ ประชุมวิทยากร

18.00น. ชักธงลง ทานอาหารเย็น

19.30น. ฝึกอบรม

21.00น. สวดมนต์ พักผ่อน

ช่วงพักเที่ยงทางค่ายจัดอาหารให้นั่งทานเป็นหมู่ภายในเต้นท์ขนาดใหญ่ที่อากาสร้อนอบอ้าวมากพอสมควร การเรียนตั้งแต่เช้าเราเปลี่ยนเป็นชุดสำรอง ใส่หมวก ถือพลอง ผูกผ้าพันคอ ส่วนเสื่อกางเกงก็ใช้ชุดสุภาพ ไม่ต้องใช้ชุดกากีขาสั้น แต่ด้วยความร้อนของอากาศทำให้พวกเราเหงื่อชุ่มโชกตัวไปตามๆกัน

เครื่องแบบลูกเสือมี 3 แบบคือเครื่องแบบเต็ม (หมวก ผ้าพันคอ เสื้อกากี กางเกงกากี ถุงเท้าพู่ รองเท้า เข็มขัด ป้ายชื่อ เครื่องหมายหมู่ เครื่องหมายตำแหน่ง) เครื่องแบบชุดลำลอง (หมวก ผ้าพันคอ ป้ายชื่อ เครื่องหมายหมู่ เครื่องหมายตำแหน่ง) และเครื่องแบบตามสบาย

13.30 น.-14.00 น. เรียนวิชาวินัยและความเป็นระเบียบเรียบร้อยกับอาจารย์วิเชียร  อวยพรซึ่งเป็นรองผู้อำนวยการฝึกอบรม วินัยในกองลูกเสือมีความสำคัญที่ต้องเชื่อฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชาและต่อคำสั่งของภารกิจในหน้าที่ วินัยเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น เกิดจากการปฏิบัติจนเคยชิน วินัยที่ดีเกิดได้จากความรัก ความเลื่อมใสศรัทธาและเคารพผู้ที่ฉลาด "อย่าเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยเพราะจุดเล็กๆเหล่านี้จะส่งผลต่อความมีวินัยในตนเองและเป็นหัวใจของการพัฒนา" วินัยภายนอกเป็นสิ่งที่กำหนดให้กระทำหรือละเว้นกระทำ ส่วนวินัยภายในเกิดขึ้นในตัวเอง ปฏิบัติด้วยความเต็มใจ เป็นวินัยที่พึงประสงค์

สิ่งที่ช่วยให้ลูกเสือมีวินัย ประกอบด้วย 8 อย่างคือ

1. เครื่องแบบลูกเสือ

2. พิธีการต่างๆทางลูกเสือ

3. การเปิดปิดประชุมกอง

4. การใช้คำสั่งให้ปฏิบัติง่ายๆ ชัดเจน

5. ระเบียบแถว

6. สิ่งแวดล้อมที่ดี

7. กิจกรรมการอยู่ค่ายพักแรม

8. การเดินทางไกล

เครื่องแบบลูกเสือ มีส่วนปแระกอบของเครื่องแบบที่แยกออกเป็น 4 กลุ่มคือองค์พระประมุขคณะลูกเสือแห่งชาติ ผู้ตรวจการและผู้ช่วยผู้ตรวจการ ผู้บังคับบัญชาลูกเสือต่างๆ และนายหมู่กับรองนายหมู่ โดยเครื่องแบบมี 7 ส่วนคือหมวกปีกหรือใบเล่ย์สีเขียว ผ้าผูกคอ เสื้อ กางเกง เข็มขัด ถุงเท้า รองเท้าและเครื่องหมายประกอบเครื่องแบบ

 ต่อด้วยการเรียนเรื่องสัญญาณนกหวีดเพื่อให้เข้าใจตรงกัน เช่น หวีดยาว 1 ครั้ง แสดงว่าให้เงียบ หยุด ฟังหรือเตรียมตัว ถ้าหวีดยาว 1 ครั้ง หวัดสั้น 1 ครั้งสลับกันไปแสดงว่าเกิดเหตุ ถ้าหวีดสั้นติดต่อกันหลายๆครั้งแสดงว่าเรียกรวมทุกคน (รวมกอง) ถ้าหวีดสั้น 3 ครั้ง หวีดยาว 1 ครั้ง เป็นการเรียกนายหมู่ และถ้าหวีดยาว 2 ครั้ง ให้ทำต่อไป

เรียนรู้การใช้สัญญาณมือในการสั่งเข้าแถว เป็นแถวตอนลึก (สองแขนชี้ตรงไปข้างหน้า) แถวหน้ากระดานปิดระยะ (ยกมืองอศอกกำมือสองข้าง) เปิดระยะ แถวรูปวงกลมและแถวรัศมี (ยกมือขวาแบมือ)

ลูกเสือแบ่งออกเป็น 6 กลุ่มคือลูกเสือสำรอง (ป.1-3) ลูกเสือสามัญ (ป.4-6) ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ (ม.1-3) ลูกเสือวิสามัญ (ม.4-6) เหล่าสมุทรและเหล่าอากาศ

หลังพักครึ่งชั่วโมง (14.30-16.30 น.) ก็เรียนต่อในวิชาการเข้าค่ายพักแรม ที่สอนโดยอาจารย์เฉลิมพร จันทรทีประ ที่เป็นการสอนพร้อมสาธิตเป็นฐานต่างๆเกี่ยวกับสุขาภิบาล การทำหลุมเปียก หลุมแห้ง ส้วม การจัดครัว เตาไฟ ชั้นวางจาน การกางเตนท์ การใช้อุปกรณ์ช่างเช่นมีด ขวาน เลื่อย สิ่ว

หลังจากนั้นก็ให้แต่ละหมู่กลับเตนท์ของตนเองแล้วให้จัดทำเตาไฟแบบสามเส้าและเตาไฟลอย ชั้นวางจาน ทำอาหารเย็น หมู่นกเค้าแมวซึ่งยังไม่ค่อยรู้จักกันนนัก ก็เริ่มรู้จักกันอย่างรวดเร็ว ทุกคนกุลีกุจอช่วยเหลือกันเป็นอย่างดี ผมรับหน้าที่ก่อไฟ และก็หุงข้าว โดยใช้เตาฟืน ผมไม่ได้หุงข้าวแบบนี้มาหลายปี แต่ก็พอทำได้ ข้าวสุกแต่แข้งไปเล็กน้อยเพราะใส่น้ำน้อยและเลือกหุงแบบไม่เช็ดน้ำ (เหมือนหุงด้วยหม้อไฟฟ้า แต่เราใช้หม้อไฟฟืนแทน) พี่จุ ทำกับข้าว เน้นต้มกับผัด สมาชิกที่เหลือช่วยกันจัดเตนท์ ทำเตาไฟลอย ทำที่วางจาน ขุดหลุมเปียก ทำขาตั้งถุงขยะแห้ง จัดที่หลับที่นอน

ด้วยความเหน็ดเหนื่อ ล้าจากอากาสที่ร้อนขัดทั้งวัน เสียเหงื่อไปมากมาย ต้องดื่มน้ำชดเชยกันอย่างมาก อาหารมื้อเย็นด้วยฝีมือพวกเรามื้อแรกก็มีความเอร็ดอร่อยมาก วันแรกพี่อึ่งเป็นนายหมู่ พี่แดงเป็นรองนายหมู่ (อยู่ท้ายแถว) ผมเป็นคนหาฟืนและผู้ช่วยคนครัว ผมรู้สึกว่าวันแรกที่ผ่านไปนี้ เหน็ดเหนื่อยและลำบากพอดู ซึ่งจริงๆแล้ว ผมยังไม่ชินนั่นเอง เหงื่อออกมาก ทำให้เพื่อนๆเป็นผื่นคัน เป็นลมพิษกันหลายคน พอดีผมเตรียมยาแก้แพ้และยาทาไปด้วย จึงพอช่วยได้บ้าง หลังอาหารไปเรียนต่อแต่เน้นไปทางร้องเพลงสนุกสนาน และก็กลับเข้าที่พัก ช่วงอาบน้ำเสร็จจึงรู้สึกสดชื่นอย่างมาก กางมุ้งนอนเตียงใครเตียงคนนั้นและหลับไปอย่างง่ายๆด้วยความอ่อนเพลีย

วันที่ 22 เมษายน เริ่มกิจกรรมอีกครั้งตั้งแต่ตี 5 ครึ่ง ตอนนอนมาก่อไฟหุงข้าว ทำกับข้าว พัฒนาค่าย แล้ว7 โมงครึ่ง อาจารย์มาตรวจค่าย และเข้าแถวรอบเสาธงตอน 8 โมงเช้า มีการร้องเพลงชาติ เชิญธง สวดมนต์ และแจกธงเขียวให้แก่หมู่ที่ได้คะแนนตรวจได้มาตรฐาน หมู่นกเค้าแมวก็ได้ด้วย (มี 3 หมู่ที่ได้)

9.00-9.30 น. เรียนวิชาภูมิหลังและกิจการลูกเสือโลก กับอาจารย์สถาพร ภูระก้านตรง อาจารย์ประจำหมู่สิงโต ทำให้ทราบการกำเนินลูกเสือโลกโดยเบเดน โพเอล ที่ได้อาศัยประสบการณ์จากแอฟริกามากำหนดเพลงปลุกใจ สร้อยคอทำด้วยไม้ (ปัจจุบันลูกเสือก้มี 1 ท่อน 2 ท่อน 3 ท่อน 4 ท่อน) กำเนิดกิจกรรมการบุกเบิก หมวกปีกกว้าง (คันตะไก) และการจับมือซ้าย โพเอลพาเด็ก 20 คนไปเข้าค่ายพักแรมที่เกาะบราวน์นี่ โดยแบ่งเด็กออกเป็น 4 หมู่คือนกเคอลิ่ง กา หมาป่า วัว ปัจจุบันสมัชชาลูกเสือโลกมี 160 ประเทศ ลูกเสือราว 80 ล้านคน อาจารย์เล่าว่าในหลวงท่านทรงได้รับเครื่องหมายลูกเสือโลก (Bronze wolf Award) และทรงได้รับเครื่องหมาย 4 ท่อน

9.30-10.30 น. เรียนวิชาประวัติการลูกเสือไทยกับอาจารย์อภินุช สุดประเสริฐ อาจารย์ประจำหมู่วัว เพื่อทราบความเป็นมาของกิจการลูกเสือไทย รัชกาลที่ 6 ทรงตั้งกองเสือป่าขึ้น และทรงตั้งกองลูกเสือเมื่อ 1 ก.ค. 2454 เป็นอันดับสามของโลกรองจากอังกฤษ สหรัฐอเมริกา ลูกเสือไทยคนแรกคือนายชัพน์ บุนนาค

10.30-11.20 น. เรียนวิชาสาระสำคัญของการลูกเสือ กับอาจารย์คงวุฒิ ไพบูลย์ศิลป์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภาลูกเสือไทย กล่าวถึงองค์ประกอบสำคัญของการลูกเสือ 5 อย่างคือลูกเสือ ผู็บังคับลูกเสือ จุดหมายหรืออุดมการณ์ กิจกรรม (โดยเฉพาะกิจกรรมกลางแจ้ง) และการบริหารงาน หลักการของขบวนการลูกเสือมี 3 ภารกิจคือภารกิจต่อพระผู้เป็นเจ้า ภารกิจต่อบุคคล และภารกิจต่อตนเอง

หลักการสำคัญของลูกเสือคือนับถือศาสนา มีความจงรักภักดีต่อประเทศชาติของตน มีความศรัทธาในมิตรภาพและความเป็นพี่น้องของลูกเสือโลก บำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่น มีความเป็นอิสระต่ออิทธิพลทางการเมือง และมีกำหนดการพิเศษสำหรับการฝึกอบรมโดยอาศัยระบบหมู่ (กลุ่ม)

การลูกเสือต้องการทักษะสำคัญ 5 ประการคือทักษะความเข้าใจ ทักษะมนุษยสัมพันธ์ ทักษะทางลูกเสือ ทักษะการวางแผนและทักษะการดำเนินการ โดยวิธีการทำให้บรรลุเป้าหมายหรืออุดมการณ์โดยการจัดให้มีการฝึกอบรมที่ก้าวหน้า สนุกสนาน ดึงดูดใจโดยอาศัยกฎของลูกเสือเป็นบรรทัดฐาน กุศโลบายในการฝึกอบรมคือเครื่องแบบ คำปฏิญาณและกฎของลูกเสือ การบำเพ็ญประโยชน์(แบ่งหน้าที่ในหมู่) การฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง ระบบหมู่ เครื่องหมายวิชาพิเศษ กิจกรรมกลางแจ้ง การเล่น การร้องเพลงและการชุมนุมรอบกองไฟ

แนวทางการพัฒนาลูกเสือ 8 ประการคือกาย สติปัญญา จิตใจและศีลธรรม การสร้างค่านิยมและเจตคติ สัมพันธภาพระหว่างบุคคล สัมพันธภาพระหว่างชุมชน สัมพันธภาพระหว่างสังคม และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม 

11.20-12.00 น. เรียนวิชาคำปฏิญาณและกฎของลูกเสือกับอาจารย์จินตนา เผ่าจินดา ผู้ตรวจการลูกเสือ ซึ่งความสำคัญคือเป็นหัวใจของการลูกเสือ เป็นสากล เป็นแนวทางประพฤติปฏิบัติ ใช้เป็นกฎในการอยู่ค่ายพักแรม สอดคล้องกับคำสอนของทุกศาสนา ใช้ในพิธีกรรมของลูกเสือ ไม่มีคำบังคับหรือห้าม คือต้องหรืออย่า และประยุกตืใช้กับชีวิตประจำวันได้ คำปฏิญาณของลูกเสือได้กล่าวไว้ตอนต้นแล้ว

กฎของลูกเสือสามัญ ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ และลูกเสือวิสามัญ 

1. ลูกเสือมีเกียรติเชื่อถือได้

2. ลูกเสือมีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และซื่อตรงต่อผู้มีพระคุณ

3. ลูกเสือมีหน้าที่กระทำตนให้เป้นประดยชน์และช่วยเหลือผู้อื่น

4. ลูกเสือเป็นมิตรของคนทุกคนและเป็นพี่น้องกับลูกเสืออื่นทั่วโลก

5. ลูกเสือเป็นผู้สุภาพเรียบร้อย

6. ลูกเสือมีความกรุณาเมตตาต่อสัตว์

7. ลูกเสือเชื่อฟังคำสั่งของบิดามารดา และผู้บังคับบัญชาด้วยความเคารพ

8. ลูกเสือมีใจร่าเริง และไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก

9. ลูกเสือเป็นผู้มัธยัสถ์

10.ลูกเสือประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ

หลังจากนั้นก็พักทานอาหารกลางวันเหมือนเดิม วันนี้อากาศก็ยังร้อนมาก แดดจัด เสื้อผ้าเปียกปอนไปด้วยเหงื่อไคล

13.30-16.30 น. เรียนวิชากิจกรรมกลางแจ้งกับคณะวิทยากรที่นำโดยอาจารย์เฉลิมพร จันทรทีประ ซึ่งกิจกรรมกลางแจ้งเป็นกิจกรรมเพื่อสุขภาพอนามัย ความรู้และประสบการณ์ มีการอนุรักษ์สถานที่อย่างแท้จริง พัฒนาทางด้านจิตใจ มีความพอใจในชีวิตกลางแจ้ง รู็จักงานอดิืเรก ได้รับเครื่องหมายวิชาพิเศษ ส่งเสริมความก้าวหน้า ซึ่งกิจกรรมกลางแจ้งนี้เป็นการตอบสนองความต้องการของเด็กๆที่ชอบผจญภัย ได้เพื่อน เถื่อนธาร (ป่าเขาลำเราไพร) การสนุก สุขสม (Achievement)

กิจกรรมกลางแจ้งได้แก่การเดินทางไกลอยู่ค่ายพักแรม การพักแรมปลายสัปดาห์หรือ 1 คืน การอยู่ค่ายพักแรมภาคฤดูร้อน การเดินทางสำรวจ กิจกรรมพิเศษ (ช่วยการจราจร วาตภัย อัคคีภัย ฯลฯ)  กิจกรรมกลางแจ้งต้องรู้จักทักษะลูกเสือได้แก่ระเบียบแถว การอยู่ค่ายพักแรม การบุกเบิก การปฐมพยาบาล การผูกเงื่อน การเดินทางสำรวจ การใช้แผนที่และเข็มทิศ

การฝึกผูกเงื่อนเช่นขัดสมาธิ ผูกร่น ประมง ผูกรั้ง มีการประมาณกะระยะความสูงโดยใช้การเล็งมุมมสามเหลี่ยม หรือวิธีล้มเงา ส่วนความกว้างของแม่น้ำใช้การเล็งปีกหมวก ที่น่าทึ่งคือมีการประมาณจากระยะร่างกายเช่น 1 วาเท่ากับความสูง 2 รอบคอเท่ากับรอบเอว 1 รอบข้อเท้าเท่ากับฝ่าเท้า ระยะจากคางถึงสะดือเท่ากับ 1 รอบเอว 1 รอบศีรษะเท่ากับหน้าตัก

ส่วนกิจกรรมบุกเบิกคือการเปิดหรือกรุยทางเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มาทีหลัง เช่นการผจญภัย สิ่งก่อสร้างต่างๆ เช่นสะพาน หอคอย การสร้างอุปกรณ์และเครื่องใช้ โดยหลักการจัดกิจกรรมบุกเบิกจะต้องมีการจัดอุปกรณ์ให้พร้อมใช้ในการสร้างฐาน เลือกสถานที่ให้เหมาะสมใช้ธรรมชาติช่วย แบ่งงานกันทำตามขั้นตอนเสร็จทันเวลา ปฏิบัติตามข้อตกลงก่อนสร้างฐานและยึดหลักความปลอดภัยเป็นสำคัญ

กิจกรรมการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์หรือCheery Night ทีแต่งตัวตามสบาย ดื่มได้ตามความเหมาะสม ส่วนการจัดการเล่นรอบกองไฟจะมีพิธีการตั้งแต่การจับพุ่มฉลาก/พวงมาลัย เพลงเปิดด้วยสยามานุสติ พิธีเปิด การจุดไฟ การแสดงรอบกองไฟ การกล่าวเยลและพิธีปิดกับเพลงปิดด้วยเพลงสามัคคีชุมนุม

ผ่านไปอีก 1 วันกับความรู้สึกดีๆที่เริ่มก่อเกิดขึ้น ได้รับประโยชน์ได้เรียนรู้หลายๆอย่างๆ จากความพยายาม อดทน ใจเย็นของคณะวิทยากร แม้อากาศจะร้อนอบอ้าว แต่ก็เริ่มชิน เราช่วยกันหุงข้าว ทำอาหารเย็น รับประทานอาหารร่วมกัน ความรู้จักมักคุ้น สนิทสนมกันเองในหมู่มากขึ้น เกิดมิตรภาพและความรู้สึกดีๆระหว่างกัน นอกจากความรู้เกี่ยวกับลูกเสือแล้ว ยังได้ความรักของเพื่อนร่วมหมู่เพิ่มขึ้น 

ช่วงพักเที่ยงได้อ่านหนังสือพิมพ์พบข้อคิดดีๆจากเล่าจืีอเขียนเกี่ยวกับปรัชญาประมุขการบริหารราชการ เขียนไว้ว่า คิดจะปกครองบ้านเมือง แต่กระทำด้วยกำลังอำนาจ ข้าพเข้าเชื่อว่า ทำไม่สำเร็จแน่ บ้านเมืองเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นของเทพเจ้า ไม่อาจเข้าครองด้วยกำลัง ไม่อาจยึดถือเป็นของส่วนตัวได้ "ผู้ที่ใช้กำลังเข้า จะต้องพ่ายแพ้ ผู้ที่ยึดถือเป็นส่วนตัวจะต้องสูญเสียอำนาจ"

 

หมายเลขบันทึก: 364863เขียนเมื่อ 8 มิถุนายน 2010 08:55 น. ()แก้ไขเมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2019 16:47 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี