การงีบหลับอย่างสร้างสรรค์ คือ การงีบหลับในช่วงเวลาสั้นๆ เพียง 20 นาที ซึ่งจะช่วยสร้างพลังงานพิเศษและจุดประกายความคิดใหม่ๆ ให้กับผู้ที่กำลังง่วนอยู่กับงาน เชื่อหรือไม่เชื่อก็ต้องลองอ่านและลองไปงีบหลับดู และนี่คือพลังมหัศจรรย์จากการงีบหลับ

1.ช่วยลดความเครียด คือ จะรู้สึกผ่อนคลายไม่ว่าจะเหยียดตัวงีบกับพื้น หรือฟุบกับโต๊ะ ผลการวิจัยพบว่าการงีบเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ช่วยลดฮอร์โมนที่ก่อให้เกิดความเครียด

2. ช่วยเพิ่มความตื่นตัวและสมรรถนะในการทำงาน โดยเฉพาะเมื่อมีปัญหาการนอนในคืนที่ผ่านมา การมีโอกาสงีบหลับจะทำให้มีความสดชื่นตื่นตัวกว่าเดิมและถ้ามีโอกาสได้งีบช่วงบ่ายจะช่วยให้อารมณ์  และสมรรถภาพในการทำงานดีขึ้น นักวิทยาศาสตร์พบว่าการงีบหลับเพียง 20 นาทีหลังจากที่เราตื่นมาแล้ว 8 ชั่วโมงจะช่วยเสริมพลังให้ตัวเราได้ดีกว่าการนอนต่ออีก 20 นาทีในตอนเช้า อย่างไรก็ตามจะพบว่าเมื่อเราตื่นจากการงีบจะพบกับอาการงุนงงอยู่ประมาณ 10 นาทีแต่เมื่ออาการงุนงงหมดไป เราจะพบกับความรู้สึกของการได้พักผ่อนอย่างเต็มที่เป็นรางวัลและพร้อมจะเดินหน้าทำกิจกรรมต่างๆ ต่อไปในช่วงเวลาที่เหลืออยู่

3. ช่วยทำให้ความจำและความสามารถในการเรียนรู้ดีขึ้น การงีบในช่วงกลางวันจะช่วยเพิ่มพูนสมรรถนะของเราในการเรียนรู้อะไรบางอย่างเพิ่มพูนขึ้น จากการวิจัยพบว่าความเร็วและความแม่นยำของอาสาสมัครในการทำสิ่งที่ได้รับมอบหมายจะมีความคงที่ระดับต่อเนื่องเมื่อได้งีบหลับนาน 20 นาที

4.ส่งผลดีต่อหัวใจ จากการวิจัยพบว่า การหลับตาเพื่อพักสายตา 40 ครั้งในระหว่างวันจะช่วยลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตจากโรคหัวใจโดยเฉพาะในชายหนุ่มสุขภาพดี มีการศึกษาจากกลุ่มประชากร 23,681 คนที่อาศัยอยู่ในประเทศกรีซ ซึ่งไม่มีประวัติเป็นโรคหัวใจตีบ เส้นโลหิตสมองแตกหรือมะเร็ง ผลการศึกษาพบว่าผู้ที่พักหรืองีบหลับนาน 30 นาทีช่วงบ่ายอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ จะช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเสียชีวิตจากโรคหัวใจได้ถึงร้อยละ 37 (เจ้านายหรือผู้บริหารอ่านแล้วต้องหามุมสงบเพื่องีบและให้ลูกน้องได้งีบกันเสียแล้ว เคยพบบางหน่วยงานมีนโยบายประหยัดไฟช่วงกลางวัน ก็เป็นแรงจูงใจอย่างหนึ่งที่กระตุ้นให้เกิดการงีบได้นะ)

 5. ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการเรียนรู้ การวิจัยจากองค์การ NASA พบว่าการงีบหลับนาน 30 นาทีจะช่วยสมรรถนะในการเรียนรู้ได้ถึงร้อยละ 40 จากการทดสอบกับอาสาสมัคร 1,000 คนโดยให้ทำงานต่อเนื่องแบบไม่หยุดพัก พบว่าสมรรถนะในการปฏิบัติงานและความจำของพวกเขาลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ได้งีบหลับหลังอาหารกลางวัน และสอดคล้องกับการศึกษาของมหาวิทยาลัย Berkley ที่พบว่าถ้าต้องการประสิทธิภาพสูง การงีบหลับนั้นจะต้องสั้น เพราะถ้างีบหลับนานกว่า 45 นาทีประโยชน์จากการงีบหลับจะหมดไป ดังนั้นจึงมีคำแนะนำให้ใช้เวลาใน “การงีบอันทรงพลัง” ควรเป็น 15-30 นาที ซึ่งเป็นห้วงเวลาจำเป็นที่ร่างกายของเราต้องการเพื่อพักผ่อนและช่วยให้สมองกลับมาทำงานใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การได้มีโอกาสพักผ่อนย่อมมีประโยชน์ต่อสุขภาพกายและใจอยู่แล้ว การงีบหลับเป็นวิธีหนึ่งในการชาร์ตแบตให้ร่างกายให้กระฉับกระเฉง ใครมีประสบการณ์ตรงเล่าสู่กันฟังบ้างนะ คนใกล้ตัวดิฉันคนหนึ่งก็งีบหลับเป็นประจำพบว่าเป็นคนที่กระฉับกระเฉง ทำงานเก่งมากจริงๆนะ คะ