มีคำพูดที่ว่า "ศาสนาเสื่อมเพราะครู"
แว็บแรก ผม "ขึ้น" เลยครับ ที่ได้ยินคำพูดมาว่า "ศาสนาเสื่อมเพราะครู" เพราะเหมือนกับมาต่อว่าอาชีพเรา จึงถามไปว่า ใครพูด ปรากฏว่าคนพูดก็เป็นครูด้วยกันนี่แหละครับ
บรรดาคุณครูทั้งหลายอย่าเพิ่งต่อต้านนะครับ คงต้องฟังไว้บ้างว่าจริงไหม
ทำไมจึงเกิดคำพูดนี้ขึ้น ก็มาจากการเข้าค่ายธรรมะนี่แหละครับ
ผมเอง ที่ผ่านมาจากการเข้าค่ายธรรมะด้วยตัวเอง ซึ่งจัดกันเอง รวมทั้งโรงเรียนนำนักเรียนเข้าค่ายธรรมะ บอกตามตรงว่า "อึดอัด" ครับ มันไม่สบายเอาเสียเลย
ผมว่าการเข้าค่ายธรรมะ อย่างน้อยต้อง "สบายกาย" ก่อนนะครับ ตามมาด้วย "สบายใจ" หลังจากนั้น "ธรรมะ" จึงจะเกิด
ผมชอบธรรมะ แบบ "การเรียนรู้สู่จิตสำนึกใหม่" ของ "จิตตปัญญาศึกษา" ที่เรียกว่า "การเรียนรู้ด้วยหัวใจอย่างใคร่ครวญ"
วิจักขณ์ พานิช กล่าวว่า การเรียนรู้ด้วยหัวใจอย่างใคร่ครวญจะเกิดขึ้นได้ ก็ด้วยสิ่งแวดล้อมที่สบาย
สถาบันการศึกษาในปัจจุบันโดนยมาก กลายเป็นที่ "อบาย" มิใช่สบาย เพราะเต็มไปด้วย ความฟุ้งเฟ้อทางวัตถุ เป็นที่บ่มเพาะอัตตา สภาวะความคับแคบของจิตใจ
การเรียนรู้ด้วยหัวใจที่ใคร่ครวญจะเกิดขึ้นได้ ต้อง สบาย สบายในทีนี้มาจากสัปปายะ คือ สภาพที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ในสิ่งแวดล้อมที่เห็นคุณค่าของการเรียนรู้ด้านใน การมีความเมตตาอาทร ช่วยเหลือเกื่อกูลกัน ให้ความสำคัญ และ เอาใจใส่จิตใจของผู้เรียนรู้ในทุกขณะ
ครับ ก็เป็นคำตอบได้ครับ ว่าศาสนาเสื่อมเพราะครูจริงไหม จาก การจัดของครูว่าจัดแบบ "อบาย" หรือ "สบาย"
อย่างนี้ คุณครูพอยอมรับได้ไหมครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์
เป็นกำลังใจให้คุณครูที่ทำดีแล้วค่ะ
ทุกวงการก็มีคละเคล้ากันไป
เป็นบันทึกที่ชวนคิดและเปิดใจค่ะ
ภูเขาน้ำแข็ง ส่วนที่อยู่ใต้น้ำมีดังนี้
๒๖๐๐ - ๘๔
พุทธชยันตีเฉลิมราช
"...ก่อนปี พ.ศ.๒๕๐๒ ก่อนที่ชาวพุทธในประเทศไทยจะถูกวางยาให้วิถีชาวพุทธอ่อนแรง และสลายหายไปจากสังคมไทย โดยคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับหนึ่ง “วิถีวันโกนวันพระ” เป็นวิถีแห่งการทำบุญร่วมกันของครอบครัวและชุมชนไทยพุทธมาโดยตลอด วันพระได้ทำหน้าที่เป็น “วันแห่งสติ” ละบาปทำบุญ ในโอกาสทวิศุภมงคล “พุทธชยันตีเฉลิมราช” นี้ จึงสมควรที่พวกเราชาวพุทธจะมาช่วยกันฟื้นฟูวิถีทำบุญร่วมกัน ให้เป็นอ้อมกอดอันอบอุ่นให้กับครอบครัวชุมชนสังคมไทยอีกครั้งหนึ่ง ด้วยการลงมือปฏิบัติต่อเนื่องให้เป็นวิถีอย่างแท้จริง"
สาเหตุหลักคือการที่วิถีทำบุญทุกวันโกนวันพระถูกตัดขาดจากคำสั่งเปลี่ยนแปลงวันหยุดราชการเป็นวันเสาร์อาทิตย์ในปี พ.ศ. ๒๕๐๒ ซึ่งทำให้หน่วยบ่มเพาะคุณธรรมจริยธรรมที่รวมครอบครัวใหญ่ของคนทั้งชุมชนมาเรียนรู้และรักสามัคคีร่วมกันถูกทำลายลง ระยะเวลาผ่านมากว่า ๕๐ปี จึงทำให้เหลือเพียงคนแก่ที่เข้าวัด เรื่องของศาสนาจึงเป็นเรื่องที่เชยและล้าสมัยไม่เข้ากับสังคมสมัยใหม่ เมื่อวิถีพุทธ วิถีทำบุญ วิถีสามัคคี ของบ้าน วัดและโรงเรียนถูกตัดขาดลง จึงส่งผลให้ทั้งปัจเจคบุคคลในสังคมห่างจากศีลธรรม ชุมชนแตกความสามัคคี ประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงามไม่ได้รับการสืบสานต่อ สังคมไทยจึงค่อยๆล่มสลายในทุกระบบ จนปรากฏให้เห็นเป็นวิกฤติต่างๆในปัจจุบัน ดังนั้นหากไม่แก้ที่ต้นเหตุด้วยการศึกษาโดยเริ่มที่ตัวเยาวชนเอง และทำการฟื้นวิถีพุทธ วิถีทำบุญ วิถีสามัคคี สร้างวัฒนธรรมแสวงหาความรู้และวัฒนธรรมเมตตาขึ้นมาใหม่ ก็ยากที่จะฝ่าวิกฤติ และก้าวไปสู่สังคมที่มีความดี ความจริงและความงามได้
สวัสดีครับ
มีหลายเหตุปัจจัยนะครับ
ทั้งโครงสร้าง รูปแบบ การศึกษา สภาพสังคม ความคลาดเคลื่อนจากหลักธรรม ขาดการเชื่อมโยงปริยัติและปฏิบัติเท่าที่ควร โลกกับธรรมแยกขาดจากกัน เป็นต้นครับ
แวะมาเยี่ยมครับ
น่าคิดค่ะ
อบาย....กับสบาย...ต่างกันแค่พยัญชนะตัวแรก
แต่ความหมายห่างกันมาก
ในหมู่คนดีย่อมมีคนเลวปะปน...บางครั้งครูเราต้องยอมรับในความจริงบางส่วนเพราะในการเข้าค่าย( อะไรก็ตาม ) แต่ละครั้ง คนที่มีทั้งอบายและสบายอยู่ในตัวก็จะถือโอกาสนี้ทำตามจิตใต้สำนึกออกมาให้เด็กเห็น
สำหรับครูที่ยังมีสติ...จิตใต้สำนึกก็จะแบ่งความสบายนั้นมายังเด็กหรือคนรอบข้าง เมื่อเกิดความสบายกาย ความสบายทางด้านจิตใจก็จะตามมา การเรียนรู้และเข้าถึงธรรมะก็จะง่ายขึ้น...
อย่างนี้พอจะเป็นคำตอบได้ไหมว่า...ครูก็มีส่วนในเรื่องนี้ด้วย
สวัสดีค่ะ...รองฯ วิชชา
และแล้วครูก็กลายเป็นจำเลยสังคมเช่นเคย.... แอนสัมผัสได้ว่าหากวันใดที่จิตของครูแข็งแรงดี การจัดกิจกรรมในห้องเรียนจะเป็นไปอย่างสบายๆ ผ่อนคลายและการเรียนรู้ของนักเรียนในวันนั้นจะมีรอยยิ้ม แต่วันใดที่จิตของครูอ่อนแอการสร้างการเรียนรู้วันนั้นจะอึดอัด คับแคบ
การออกกำลังให้กายและจิต น่าจะเป็นการฝึกเมตตาอย่างหนึ่งเมตตาต่อตนเอง และเมื่อกาย-จิตที่แข็งแรงจะถ่ายโอนสู่ห้องเรียนด้วยบรรยากาศที่สบายๆได้นะคะ
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาให้กำลังใจ
ผมเพิ้งทราบนะครับ ว่าเมื่อก่อนให้หยุดราชการในวันพระ ผมว่าถ้ากลับมาเหมือนเดิมก็จะดีนะครับ
ขอบคุณครับ
มีหลายสาเหตุ
ทั้งโครงสร้าง รูปแบบ การศึกษา สภาพสังคม ความคลาดเคลื่อนจากหลักธรรม ขาดการเชื่อมโยงปริยัติและปฏิบัติเท่าที่ควร โลกกับธรรมแยกขาดจากกัน
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเสริมเติมเต็ม
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ
ขอบคุณครับที่เข้ามาเยี่ยม
* สำหรับครูที่ยังมีสติ...จิตใต้สำนึกก็จะแบ่งความสบายนั้นมายังเด็กหรือคนรอบข้าง เมื่อเกิดความสบายกาย ความสบายทางด้านจิตใจก็จะตามมา การเรียนรู้และเข้าถึงธรรมะก็จะง่ายขึ้น...
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ
ขอบคุณครับ
ได้ข่าวมาหนาหู เรื่องศาสนาเสื่อม มีกระบวนการก่อทำลายอย่างมีนัยสำคัญ แต่เรื่องศาสนา ยังเป็นเรื่องต้องห้ามของสังคม ว่า ต้องห้ามพูดถึง ห้ามพูดกันเปิดเผยนะ นะ อย่างโน้นอย่างนี้ จนเป็นที่มาของการรุกแทรกซึม บ่อนทำลาย ด้วยคำพูดๆ อย่างที่ท่านรองฯ ได้ยินมาค่ะ ... ถ้าทุกสิ่งอย่าง กระทำได้อย่าง เปิดเผย เปิดใจ ทำให้การมีส่วนร่วมของทุกคน และรวมตัวกันอยางเข้มแข็ง สิ่งที่จะบ่อนทำลาย จะพ่ายแพ้ไปเองกระมังคะ
ครูแอนครับ
ขอบคุณมากเลยครับ ที่เสนอประเด็นประสบการณ์ดีๆที่มีประโยชน์
* หากวันใดที่จิตของครูแข็งแรงดี การจัดกิจกรรมในห้องเรียนจะเป็นไปอย่างสบายๆ ผ่อนคลายและการเรียนรู้ของนักเรียนในวันนั้นจะมีรอยยิ้ม แต่วันใดที่จิตของครูอ่อนแอการสร้างการเรียนรู้วันนั้นจะอึดอัด คับแคบ
* การออกกำลังให้กายและจิต น่าจะเป็นการฝึกเมตตาอย่างหนึ่งเมตตาต่อตนเอง และเมื่อกาย-จิตที่แข็งแรงจะถ่ายโอนสู่ห้องเรียนด้วยบรรยากาศที่สบายๆได้นะคะ
มีประโยชน์มากเลยครับ
* ศาสนาเสื่อม มีกระบวนการก่อทำลายอย่างมีนัยสำคัญ
(ลึกๆแล้ว มีครับ)
* แต่เรื่องศาสนา ยังเป็นเรื่องต้องห้ามของสังคม ว่า ต้องห้ามพูดถึง ห้ามพูดกันเปิดเผยนะ นะ อย่างโน้นอย่างนี้ จนเป็นที่มาของการรุกแทรกซึม บ่อนทำลาย ด้วยคำพูดๆ อย่างที่ท่านรองฯ ได้ยินมาค่ะ
(ครับ เพราะห้ามพูดเรื่องศาสนา จึงมีการแทรกซึม และ ต้องแอบพูด)
* ... ถ้าทุกสิ่งอย่าง กระทำได้อย่าง เปิดเผย เปิดใจ ทำให้การมีส่วนร่วมของทุกคน และรวมตัวกันอยางเข้มแข็ง สิ่งที่จะบ่อนทำลาย จะพ่ายแพ้ไปเองกระมังคะ
(ครับ ต้องกล้าพูด กล้าเปิดเผยกันครับ ถือว่าช่วยศาสนา)
ขอบคุณมากครับ