อัฏฐมีบูชา คำนี้เคยได้กันหรือเปล่า
หลายๆ คน อาจจะยังไม่ชินกับคำนี้เลยก็ได้ แต่ถ้าให้บอกว่า รู้จักวันที่พุทธศาสนิกชนจะต้องประกอบพิธีเวียนเทียน วันไหนบ้าง ก็คงจะได้รับคำตอบเป็น ๒ หรือ ๓ วันนี้คือ
วันอาสาฬหบูชา
วันมาฆบูชา
วันวิสาขบูชา
อย่างนี้แน่ๆ เลยใช่ไหม แต่ถ้าจะให้บอกว่า วันอัฏฐมีบูชา นี้เป็นวันอะไร ก็อาจจะ ไม่ค่อยชินหูกันสักเท่าไร งั้นลองมารู้จักวันนี้เลยดีไหม ?
วันอัฏฐมีบูชา คือ วันคล้ายวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ(เผาพระบรมศพของพระพุทธเจ้า) ตามปกติจะตรงกับวันแรม ๘ ค่ำเดือน ๖ หรือหลังวันวิสาขบูชา (หากในปีที่มีเดือน ๘ สองหนก็เลื่อนไปอีก ๑ เดือน) จึงถือได้ว่าเป็นวันที่เกี่ยวเนื่องกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของชาวพุทธทั่วโลก
ทำไม จึงเกิดวันนี้ ขึ้นมา?
ในห้วงเวลาที่พระพุทธเจ้าใกล้จะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน บรรดาพระสาวกน้อยใหญ่ต่างมุ่งหวังที่จะมาเฝ้าพระองค์ก่อนจะถึงกาลปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ท่านพระมหากัสสปะพระสาวกผู้ใหญ่ในเวลานั้น ยังมิทันที่จะได้เดินทางมาถึงกุสินารานคร แต่อยู่ระหว่างการเดินทางถึงเมืองปาวาก็เห็นบุคคลที่เดินทางสวนมา จึงได้ถามถึงข่าวการปรินิพพานของพระพุทธองค์
เมื่อทราบว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานเสียแล้ว ภิกษุสงฆ์ที่ได้บรรลุธรรมแล้วต่างปลงธรรมสังเวช ภิกษุปุถุชนพากันคร่ำครวญถึงพระพุทธเจ้า แต่พระสงฆ์ผู้เฒ่านาม สุภัททวุฑฒิบรรพชิตก็ออกปากห้ามพระสงฆ์ทั้งหลายว่า จะเศร้าโศกเสียใจทำไม การที่พระพุทธเจ้าปรินิพพานเป็นการดีแล้ว เพราะจะได้ไม่มีใครมาห้ามปราบ หรือห้ามมิให้กระทำโน่นกระทำนี่
เพลานั้น บรรดามัลลกษัตริย์ต่างตกลงปลงใจว่า จะทำการถวายพระเพลิงพระบรมศพในตอนนั้น แต่ไม่สามารถจะจุดไฟให้ติดพระบรมศพของพระพุทธเจ้าได้ จนท่านพระอนุรุทธะมาเตือนให้ทราบว่า ทรงมีพระประสงค์จะรอจนกว่าท่านพระมหากัสสปะมาถึง และเมื่อพระมหากัสสปะพระเถระผู้ใหญ่ในเวลานั้น เดินทางมาพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์เข้าถวายบังคมพระบรมศพแล้ว เพลิงก็ลุกขึ้นติดพระบรมศพ จึงเป็นการถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในวันอัฏฐมีบูชาที่มาถึง
กิจที่พุทธศาสนิกชนควรปฏิบัติ เพื่อน้อมนำคติคำสอนมาเป็นแนวทางเพื่อให้เห็นสัจจะ ความจริงที่เกิดขึ้นในชีวิตว่า ทุกสรรพสิ่งล้วนแล้วแต่จะต้องเป็นไปตามกฎแห่งชีวิต คือความไม่แน่นอน ความไม่สามารถคงทนถาวร และมีความไม่ใช่แก่นสารในทุกทั่วตัวของคนทุกคน มิได้ยกเว้นผู้ใดเลย แม้นแต่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระบรมศาสดา
บรรดาพุทธศาสนิกชน จึงนิยมที่จะประกอบพิธีเวียนเทียน ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ที่มีกำหนดไว้ระลึกถึงพุทธะรตนะ สังฆะรตนะ และธัมมะรตนะ ตามวัน เวลาที่ท่านสาธุชนทั้งหลาย กำหนดหมายเอาไว้ในดวงจิตของทุกๆ ท่าน ที่เป็น
ชาวพุทธแล้ว มิ ใช่ หรือ ???
สาธุ น้อมรับความรู้ และน้อมนำคติคำสอนเรื่องสัจจะที่ว่า สรรพสิ่งต้องเป็นไปตามกฎแห่งชีวิต นั่นคือความไม่คงทนถาวร เปลี่ยนแปลงไปทุกขณะ... และกราบขอบพระคุณอาจารย์ที่ทำให้ผมได้เวียนเทียนในวันนี้ด้วยครับ