ชีวิตประจำวันของคนเรามีเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นมากมาย          พวกเราส่วนใหญ่มักจะเก็บเรื่องราวเหล่านั้นมาคิดให้ซับซ้อนวุ่นวาย  หากรู้จักปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติไม่เก็บมาฟุ้งซ่าน               เราจะไม่หัวปั่นไปกับมัน.....

อย่างเช่นคนกลุ่มหนึ่งมาเข้าชมสนามยิงธนู  พวกเขาเห็นเป้าธนู    อันหนึ่งมีลูกดอกปักอยู่หกดอก  ทุกดอกล้วนปักตรงใจกลางเป้า       สีแดงพอดี   ผู้คนต่างเอ่ยชื่นชมกันใหญ่ 

" ว้าว....สุดยอดเลย  เขาทำได้ยังไงนี่ "   พวกเขาจึงถามครูฝึกยิงธนูที่ยืนยิ้มอยู่ข้างสนามด้วยความประหลาดใจว่า..." ฝีมือน่าทึ่งยิ่งนัก  ไม่ทราบว่าเป็นเซียนผู้ใด??"

ครูฝึกคนนั้นเกาหัวด้วยความขัดเขินแล้วตอบว่า.." เปล่าเลย  เพียงแต่พอผมยิงธนูเสร็จ  ก็วาดวงกลมสีแดงทับเท่านั้นเอง "   

               

ชีวิตคนเราจะเคร่งเครียดไปทำไมกัน  ถ้ามัวแต่ระแวดระวังก็จะทำให้ไร้รสชาติขาดรอยยิ้ม  บางครั้งจิตใจที่ว้าวุ่นและครุ่นคิดถึงแต่เรื่องของตนเอง  เหมือนเราตกอยู่ในเมฆหมอกหนาทึบ  หาความขบขันในชีวิตลำบาก  ....แบไต๋..เสียบ้างจะเป็นไรไป!!!

              

เหมือนเถ้าแก่หวังซึ่งแต่งงานแล้ว  ทำธุรกิจเกี่ยวกับการค้า       เครื่องนอนเกรดเอ  เขาได้เดินทางไปชมงานแสดงเฟอร์นิเจอร์      แบรนด์ดังจากทั่วโลกที่ปารีส    พอถึงตอนกลางวันเขาได้ไป          รับประทานอาหารที่ภัตตาคารหรู  ที่นั่นเองที่เขาได้พบสาวสวยเร้าใจชาวละตินเข้าคนหนึ่ง  ทั้งสองได้แต่ส่งสายตาวิ้งๆกัน  เพราะมีอุปสรรคเรื่องภาษา  

ในที่สุดเถ้าแก่หวังผู้ชาญฉลาดก็ควักสมุดโน้ตขึ้นมาแล้ววาดรูปแท็กซี่  สาวสวยยิ้มพยักหน้าแล้วควงแขนเถ้าแก่หวังออกจาก        ภัตตาคารขึ้นรถแท็กซี่   เถ้าแก่หวังวาดรูปหอไอเฟลและประตูชัย  ให้สาวเจ้าดู   ทั้งสองก็ออกท่องเที่ยวด้วยกันจนตะวันลับขอบฟ้า   หญิงสาวทำท่าทางนุ่มนวลชวนหลงใหลแล้ว   วาดรูปเตียงนอนใหญ่ส่งให้เถ้าแกหวังด้วยสายตาหวานหยาดเยิ้ม

เถ้าแก่หวังตกใจ "  โอ้...พระเจ้า  เธอรู้ได้ยังไงว่าเราขายเตียงนอน "

     จะขบขันหรือสงสารเถ้าแก่หวังดีหนอ????

                

ยากดีมีจนล้วนเบิกบาน  ม่ายอย่างงั้นจะ..บ้า   ในเวลาที่เศรษฐกิจเป็นแบบนี้  คนบ้าหรือประสาทจะมีเยอะเป็นพิเศษ  เพราะจิตใจของคนเราหากถูกกดดันมากๆเข้าจนถึงขีดสุด   คนที่มีความอดทนมาก ก็จะอยู่รอด   คนที่มีความอดทนน้อยก็จะค่อยๆล้มป่วยลง      ดังนั้นคนบ้าจึงมีมากกว่าคนไม่บ้าไปซะแล้ว....

                    

เมื่อจิตแพทย์คนหนึ่งกำลังทดสอบการฟื้นฟูสภาพจิตใจคนไข้      เขาได้ให้เจ้าหน้าที่เอาพื้นยางพลาสติกสีฟ้าน้ำทะเลมาปู             จากนั้นก็ให้คนไข้มาทดสอบทีละคน  เขาถามคนไข้ A ว่า..." นี่เป็นสระว่ายน้ำเพิ่งปูพื้นเสร็จ  คุณอยากลงไปว่ายน้ำไหม??"

คนไข้  A  กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจแล้วพูดว่า..."  ดีๆๆๆผมชอบว่ายน้ำที่สุด "  พูดจบก็เตรียมถอดเสื้อผ้าลงเล่นน้ำ 

คนไข้  B   รีบร้องห้ามว่า..." แกนี่สมองทึบรึไง   ในนั้นไม่มีน้ำซักหน่อย จะว่ายน้ำได้ไง "   พอได้ยินเช่นนั้นจิตแพทย์ก็ยิ้มและผงกศีรษะด้วยความดีใจ  ในใจก็นึกว่าผลการรักษาคนไข้ของตูก็ไม่เลวแฮะ  แต่ยังไม่ทันได้ชมและอ้าปากจะให้กำลังใจ  กลับได้ยิน          คนไข้ B  พูดต่อว่า...." เมื่อเช้าท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลบอกให้ฉันทำความสะอาดสระน้ำ  ฉันเลยปล่อยน้ำออกไปจนหมดน่ะ "    

                      

                            

    ชีวิตคนเราหากเคร่งเครียดและเก็บกดเกินไป       จะกลายเป็นเพชฌฆาตตัวร้ายที่ย้อนกลับมาทำร้ายเราทั้งสุขภาพกายและจิต       

หากเราปล่อยวางเสียบ้าง  มองทุกอย่างในแง่บวกและหัดมองในมุมกลับ  ไม่ยึดติดโดยไม่จำเป็น   พยายามยอมรับความจริงให้มากเข้าไว้ชีวิตก็จะเป็นสุขและมีอิสระมากขึ้น     

     

การยิ้มหรือหัวเราะ.....ก็ผ่านไปหนึ่งวัน

การเครียดหรือทุกข์....ก็ผ่านไปหนึ่งวัน

.....เราจะปั้นหน้าเครียดหรือจะสู้ด้วยยิ้มหัวเราะ......

                                    

ขอบคุณ...ความสุขคือการเลือกอย่างหนึ่ง