เลือกปฏิบัติต่อชีวิตให้ครบทุกด้าน ทั้งทางโลก ทางธรรม

เมื่อสัปดาห์ก่อน ช่วงวันวิสาขบูชาเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ถึงสามวัน จึงเป็นโอกาสอันเหมาะที่จะ พักกาย พักใจ จากภารกิจต่างๆ แต่วันหยุดยาวนี้ ฉันไม่ได้เลือกพักโดยการไปท่องเที่ยว แต่เลือกที่จะไปปฏิบัติธรรม เพื่อ พักกาย พักใจ หรือการชำระใจนั่นเอง  ฉันเดินทางไปปฏิบัติธรรมที่ สถานปฏิบัติธรรมบ้านโพธิ์ทอง ต.จระเข้ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี

การชำระใจของฉัน คือ การได้เข้าไปอยู่ในสถานที่สงบ หยุดการติดต่อใดๆ จากญาติ พี่น้องและเพื่อนฝูง แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีขาวล้วน งดการนอนบนที่สูงหรือฟูก  เพื่อเข้าถึงธรรมะได้อย่างเต็มที่

กิจกรรมที่ทำในระหว่างการปฏิบัติธรรม คือ การรักษาศีล 8 การทำวัตรเช้า-ทำวัตรเย็น ศึกษาธรรมะจากการฟังเทศน์ สนทนาธรรม และอ่านหนังสือ มาดูรายละเอียดในแต่ละกิจกรรมกัน

การรักษาศีล 8  เป็นการฝึกตนในการรักษาอิสรภาพของชีวิตไว้ไม่ให้ชีวิตและความสุขของตนต้องไปขึ้นต่อการเสพหรือบริโภควัตถุมากเกินไป ไม่ให้กลายเป็นคนลุ่มหลงมัวเมาในวัตถุ กล่าวคือ ที่ผ่านมาเคยแต่ตามใจตนเอง หาความสุข ด้วยการกินตามใจชอบ ยุ่งอยู่กับการสนุกสนานดู ฟัง การบันเทิง และการนอนฟูกหรูหรา ก็หัดเป็นอยู่อย่างง่าย ๆ โดยพึ่งวัตถุแต่เพียงเท่าที่จำเป็นหรือพอแก่ความต้องการที่แท้จริงของชีวิต ฝึกเป็นอยู่ให้ดีงามและมีความสุข โดยไม่ต้องพึ่งการบำเรอ ตา หู จมูก ลิ้น และกายสัมผัส เช่น กินอาหารเพียงในเวลาจำกัดแค่เที่ยงวันที่เพียงพอแก่สุขภาพ

การปฏิบัติตามหลักการรักษาศีล 8 นี้ นอกจากเป็นการฝึกตนให้มีความสุขได้ง่ายขึ้น และพร้อมที่จะก้าวต่อไปในการพัฒนาชีวิตชั้นสูงขึ้นไปแล้ว ก็จะทำให้มีวัตถุเสพบริโภคเหลือพอที่จะนำไปเผื่อแผ่ให้ความสุขแก่ผู้อื่น และมีเวลาเหลือจากการมัวเมาเสพวัตถุที่จะนำไปใช้ในทางที่ดีงามสร้างสรรค์อย่างอื่น โดยเฉพาะในชั้นภาวนาที่เป็นการพัฒนาชีวิตจิตใจ และพัฒนาปัญญาของตน ตลอดจนไปบำเพ็ญทาน ทำการสงเคราะห์ หรือบำเพ็ญประโยชน์ด้านอื่น ๆ

ศีล 8 มีข้อยกเว้นอะไรบ้าง

1. เว้นจากปาณาติบาต ไม่ละเมิดต่อชีวิต ร่างกายกัน รวมทั้งไม่รังแกสัตว์
2. เว้นจากอทินนาทาน ไม่ละเมิดต่อกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของกันและกัน
3. เว้นจากอพรหมจรรย์ ถือพรหมจรรย์ งดเว้นเมถุน
4. เว้นจากมุสาวาท ไม่ละเมิดต่อกันทางวาจา ไม่ทำร้ายหรือทำลายผลประโยชน์กันด้วยวาจาเท็จ โกหก หลอกลวง
5. เว้นจากสุรายาเมาสิ่งเสพติด ไม่คุกคามต่อความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยของผู้อื่นด้วยการมีพฤติกรรมที่ขาดสติสัมปชัญญะเพราะสิ่งเสพติด
6. เว้นวิกาลโภชน์ ไม่รับประทานอาหารในเวลาวิกาลหรือหลังพระอาทิตย์เที่ยงวัน
7. เว้นนัจจคีตวาทิต-มาลาคันธวิเลปนะฯ งดเว้นการฟ้อนรำ ขับร้อง เล่นดนตรี ดูการละเล่น และการประดับตกแต่งร่างกายใช้ของหอม เครื่องลูบไล้
8. เว้นอุจจาสยนมหาสยนา งดนอนบนฟูกฟู ที่นั่งที่นอนสูงใหญ่ หรูหราบำเรอตน

ข้อมูลศีล 8 จาก : http://mediacenter.mcu.ac.th/data/caipyo/m4/Unit4/unit4-2.php

การทำวัตรเช้า  ต้องตื่นนอนตั้งแต่ตีสาม ชำระล้างร่างกายให้สะอาด แต่งกายให้เรียบร้อย เดินไปหอสวดมนต์ เตรียมพร้อมด้วยการนำที่รองนั่งสำหรับสวดมนต์มาจัดวางและเรียงเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ เผื่อแผ่สำหรับญาติธรรมที่จะมาร่วมทำวัตรเช้าด้วยกัน เมื่อพระอาจารย์มาถึงท่านก็จะนำสวดมนต์ เริ่มจากบทสวดทำวัตรเช้า บทสวดบูชาพระธาตุ และบทแผ่เมตตา เสร็จจากการสวดมนต์เช้าพระอาจารย์จะเตรียมออกบิณฑบาต ญาติธรรม ที่มิได้ปฏิบัติธรรมที่สถานที่แห่งนี้ ก็จะทยอยกันกลับบ้าน หรือบางรายอยู่ช่วยกันปัดกวาด ทำความสะอาดรอบบริเวณ หรือพักผ่อนกันอย่างสงบพระอาจารย์ท่านก็มีเมตตาอนุญาตให้ตามความสะดวก ซึ่งแต่คนก็ให้ความเคารพกับสถานที่กันเป็นอย่างดี

การทำวัตรเย็น เริ่มในเวลาหนึ่งทุ่มตรง ทำการสวดมนต์เช่นเดียวกับการทำวัตรเช้า ต่างกันตรงที่หลังสวดมนต์เสร็จแล้ว พระอาจารย์จะให้นั่งสมาธิ และท่านจะเทศน์ เรื่องธรรมะในการดำเนินชีวิต ให้ฟัง การนั่งสมาธิอย่างสงบและฟังเทศน์จากพระอาจารย์นั้น เป็นการยึดเหนี่ยวจิตใจของเราไม่ให้ไปฟุ้งซ่านอยู่ที่ไหน ซึ่งแต่เดิมฉันคิดว่าการนั่งสมาธิคือการนั่งในที่เงียบๆ ปราศจากเสียงและสิ่งรบกวนใดๆ เสียอีก แต่ที่แท้จริงแล้วการนั่งสมาธิคือการกำหนดรู้ การใช้ชีวิตประจำวันของเราถ้าเรากำหนดรู้ หรือมีสติอยู่ตลอดเวลา นั่นก็คือการทำสมาธิอย่างหนึ่ง เราจะใช้เวลาในช่วงนี้ประมาณหนึ่งชั่วโมงสี่สิบห้านาที หรือสองชั่วโมง จากนั่นก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน

ส่วนกิจกรรมอื่น นอกเหนือจากนี้ เช่น การบำเพ็ญประโยชน์  และการอ่านหนังสือธรรมะ เราจะต้องจัดเวลาของเราเองว่าจะทำอะไร อย่างไร ไม่มีใครมาบังคับ อยู่ที่ตัวเราว่าจะเลือกปฏิบัติอย่างไร หรือจะนั่งสมาธิ สวดมนต์ ก็ทำได้อย่างเต็มที่ตามความต้องการ เพราะการเก็บเกี่ยวบุญของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป พระอาจารย์ท่านเทศน์ในแก่นของการปฏิบัติธรรมให้เราฟังแล้ว ที่เหลือเราจะต้องนำไปปฏิบัติกันเอง

จากสามวันที่ได้ไปปฏิบัติธรรมมานั้น รู้สึกถึงความโชคดีที่ได้มีโอกาสมาปฏิบัติธรรม มีโอกาสได้เลือกที่จะทำความดี เลือกที่จะทำประโยชน์ หรือเลือกที่จะกระทำใดๆ นั่นเพราะเรายังเป็นผู้มีชีวิต  จึงมีโอกาสใช้ชีวิตได้ หากปราศจากชีวิตเสียแล้วก็คงจะไม่มีโอกาสทำกิจกรรมใดๆ ได้อีก ดังนั้น อย่าปล่อยให้โอกาสดีๆ ของชีวิตผ่านไปอย่างสูญเปล่า มิได้หมายความว่าให้ทุกคนตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติธรรมหรือออกบวชกันหมดนะ แต่หมายถึงว่าเลือกปฏิบัติต่อชีวิตให้ครบทุกด้าน ทั้งทางโลก ทางธรรม ก็เท่านั้นเอง.......ด้วยความปรารถนาดี และโอกาสนี้ขอนำบุญที่ได้บำเพ็ญมา มาฝากให้แก่ทุกท่านด้วยค่ะ