เข้าสู่ช่วงหน้าบวชแล้ว

เจริญพร สมาชิกและผู้อ่านทุกท่าน

         เข้าสู่เดือน 6 กระทั่งถึงเดือน 8 (ปีนี้มี 8 สองครั้งด้วย) จะมีผู้ปกครองพาลูกหลานเข้ามาขอบวช ตามวัดต่างๆ บางวัดมีบวชเยอะ  บางวัดมีน้อย  แตกต่างกันไป  ตามแต่ศรัทธา   การบวชส่วนใหญ่แล้ว มักจะบวชวัดใกล้บ้าน  ซึ่งเป็นวัดที่บรรพบุรุษเคยบวชสืบๆกันมา

         การเตรียมขอบวชนั้น  ที่วัดแห่งหนึ่ง เจ้าอาวาสเป็นเพื่อนกับอาตมา  ท่านพูดกับอาตมาว่า  ที่วัดมีโครงการอบรมผู้เตรียมตัวบวช  คืออบรมให้เรียนรู้และเข้าใจในวัตรปฏิบัติของพระ  ว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไร  เป็นพระแล้วละเว้นอะไรบ้าง  ท่านบอกอีกว่าได้ทดลองทำไปแล้วรุ่นหนึ่ง  ผลปรากฏว่า ทางผู้ปกครองเห็นสมควรอย่างยิ่งและพร้อมที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ด้วย  เพราะมีแต่เกิดประโยชน์แก่ผู้บวชใหม่และแก่พระศาสนาด้วย

         อาตมาและหลายๆท่านก็ทราบกันดีแล้วว่า  การบวชพระในสมัยนี้  มักจะบวชกันในระยะสั้นคือ 7 วัน 10 วัน อย่างมากก็ 30 วันเท่านั้น  หากทางวัดไม่ให้การอบรมเพื่อให้เรียนรู้และเข้าใจในพระศาสนาแล้ว  ต่อไปเมื่อพระบวชใหม่ลาสิกขาไปแล้ว  มักละทิ้งวัด  ไม่ค่อยสนใจกิจกรรมของวัด   เพราะว่าวัดไม่ได้ให้ความรู้ ความเข้าใจอะไรแก่เขา

        และในปัจจุบันนี้ จะเห็นได้ว่าเมื่อมีงานพิธีต่างๆ  กว่าจะหาพระได้ครบที่กำหนด  ก็ต้องไปนิมนต์หลายวัดด้วยกัน  ยิ่งทางการออกมายอมรับว่า  พระทั่วประเทศลดลงไปเยอะ  วัดร้าง(วัดต่างจังหวัดตามชนบท)  ไม่มีพระจำอยู่ก็เพิ่มขึ้นทุกปี  วัดบางแห่ง ชาวบ้านต้องสละเวลาและครอบครัวมาบวชเพื่อดูแลวัดไว้ชั่วคราว  และวัดบางแห่งมีแต่พระต่างภาค ต่างถิ่น มาช่วยดูแลรักษาไว้

         อาตมาคิดเห็นส่วนตัวว่า  คงเป็นเพราะความเจริญก้าวหน้าของสังคม  จึงเป็นเหตุให้ผู้ชายแท้ บวชกันน้อยลงกว่าแต่ก่อน(หมายถึงการบวชระยะยาว) แต่คิดกลับกันหากพระบวชเยอะชาวบ้านต้องสิ้นเปลืองเครื่องอุปโภคและบริโภคเพื่อขึ้นด้วยเช่นกัน  แม้ว่ามีพระบวชน้อยลง  แต่วัดในเมืองใหญ่  มีพระจำอยู่เป็นจำนวนมากอยู่เสมอ.