ความรู้สึกของคลื่นลูกเก่า ที่อยากบอกเล่าคลื่นลูกใหม่

คลื่นลูกใหม่

      “พี่” หรือ “น้อง”  คำนี้ที่ดิฉันเคยถูกเรียกจากเพื่อนรวมงานมาแล้วตั้งแต่เพิ่งเริ่มเข้าทำงาน  ซึ่งตอนนั้นที่เริ่มเข้าทำงานที่นี่ตั้งแต่  ต.ค.  ปี 2544  และ  ถึงตอนนี้ก็จะเก้าปีแล้วที่ทำงานในองค์กรแห่งนี้  รู้สึกภูมิใจที่ได้ทำงานที่นี่  ซึ่งก่อนจะมาทำงานที่นี่ดิฉันไม่เคยรู้จักโรงพยาบาลนี้เลย  ไม่เคยต้องมาเยี่ยมใครที่นี่  ไม่เคยรู้จักใครที่นี่  และวันแรกที่มาตรวจสุขภาพเพื่อเข้างานที่นี่ ก็รู้สึกตื่นเต้น  ซึ่งตอนนั้นยังจำได้ว่าตัวเองเป็นเด็กกะโปโลมาก  วันนี้มาตรวจสุขภาพที่นี่ก็เดิน ๆ มาไม่รู้จักใครแถมตอนที่พี่พยาบาล ( คนสวย ) อธิบายขั้นตอนในการเก็บปัสสาวะ  ว่า  “ปัสสาวะช่วงแรกทิ้งไปก่อน  เอาปัสสาวะช่วงกลาง ๆ   ดิฉันก็ทำหน้างงและพี่พยาบาลก็พูดเสียงแข็งๆ นิดนึงว่า  น้องปัสสาวะทิ้งไปก่อน  แล้วให้เอากระปุกไปใส่ปัสสาวะ  ถึงตอนนั้นก็ได้เข้าใจ

        ตั้งแต่วันที่เข้าทำงานและจนถึงวันนี้มีอะไรหลาย ๆ อย่างเปลี่ยนไปมากมาย  จนเกือบจำได้ไม่หมด  แต่ที่แน่ ๆ คือ  แต่แรกคือยังเป็นน้อง  และน้องใหม่มาก ๆ  ไม่เคยมีประสบการณ์การทำงานที่ไหน  เพราะเพิ่งจบและว่างงานอยู่ไม่กี่เดือน  และตอนนั้นก็ต้องยกมือไหว้พี่ ๆ   หัวหน้า ผู้จัดการ  หรือใคร ๆ ที่เราเคารพ  ซึ่งพี่ ๆ ทุกคนสอนงานให้น้องคนนี้จากที่เคยไม่รู้  ทำไม่เป็น  หรือไม่อยากทำ  ( ในบางเรื่อง )  แต่ก็ต้องทำแม้บางครั้งคิดว่ามันยากมาก  ตัวเองคงทำไม่ได้หรอก 

แต่สุดท้ายก็ทำเป็น  เพราะพี่ ๆ ที่นี่ใจดีทุกคน  และสอนงานเก่งมาก 

      แม้ตอนนั้นจะรู้สึกท้อ  และคิดว่าไม่อยากทำงานที่นี่แล้ว  รู้สึกเหนื่อยมาก  ต้องกินข้าวตอนเที่ยงไปกับน้ำตากี่ครั้งก็จำไม่ได้แล้ว  แต่ก็ไม่เคยเสียใจที่ร้องไห้  เพราะคิดว่าเวลาตัวเองร้องแล้วได้ระบาย   น้ำตาคือเพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง  เสียงปลอบใจจากเพื่อน ๆ พี่ ๆ ว่าให้อดทน  อดทนไว้น่ะน้อง  น้องไม่ได้เหนื่อยทุกวันหรอก  สักวันน้องต้องไม่เหนื่อยแบบนี้ ก็ฟังทุกคำที่ใคร ๆ ปลอบใจ  และบอกกับตัวเองว่าคงต้องเป็นอย่างที่ใคร ๆ พูด  แม้ตอนนั้นจะต้องทำทุกอย่างที่พี่สอน  ตั้งแต่การวันความดัน  การช่วยแพทย์ในห้องตรวจ  การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ  การเป่าปอด  และอะไร ๆ อีกมากมาย  แม้จะเป็นสิ่งที่ไม่เคยทำ  แต่ผู้หญิงตัวเล็ก  ๆ คนนี้ก็เคยทำมาทั้งหมดแล้ว

      และตอนนั้นก็รู้สึกดีมาก ๆ ที่พี่หัวหน้าอนุญาตให้เรียนต่อปริญญาตรี  เพราะตอนนี้จบแค่วุฒิ  ปวส.  ก็รู้สึกดีใจมาก ๆ  เพราะคิดว่าตัวเองคนไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ  เพราะไม่ได้หยุดงานเสาร์  อาทิตย์  แต่พี่หัวหน้าก็อนุญาตให้เรียน  จนสำเร็จการศึกษา  และได้นำวุฒิปริญญามาปรับตำแหน่งงาน  และตอนนั้นก็ได้ทำงานตำแหน่งที่ทำอยู่แล้ว  แต่ก็นำวุฒิมายื่นที่ฝ่ายบุคคลและก็ภูมิใจมากที่ตัวเองทำสำเร็จ  และแม้ตำแหน่งงานที่จบมาจะไม่ตรงกับที่เรียนมาก็ภูมิใจเพราะต้องทำงานที่ต้องพูด  และอธิบายขั้นตอนการตรวจกับผู้รับบริการเหมือนที่พี่พยาบาล (คนสวย) เคยอธิบายเราตอนนั้น  และต้องทำอะไรอีกหลาย ๆ อย่าง และคิดว่าฉันไม่ชอบงานแนะนำโปรแกรมตรวจสุขภาพเอามาก ๆ ฉันพูดไม่เก่ง ฉันเขินที่จะแนะนำอะไรให้ผู้รับบริการ  เพราะตอนที่เลือกเรียนคือ  บัญชี  และการจัดการ  ไม่ชอบการตลาด  แต่งานที่ทำก็หนีไม่พ้น  มาเจอในสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัด  แต่ก็ต้องทำให้ได้  ต้องพูดให้เก่งต้องพูดให้เยอะ  มีพี่คนนึงที่สอนงานให้เขาพูดเก่งมาก  แนะนำโปรแกรมเก่งมาก    และก็ได้จดจำและสิ่งที่ดี  ๆ ที่ได้เรียนรู้จากพี่คนนั้น  แม้ตอนนั้นจะมีอะไรบางอย่างที่พี่เขาทำไม่ได้แต่เราทำได้  ก็รู้สึกภูมิใจข้างในลึก  ๆ  คือ  การพูดภาษาอังกฤษ  แม้จะพูดไม่ได้เก่งมาก  แต่ก็พอคุยกับฝรั่งได้  กล้าอธิบายได้  กล้าตอบได้บ้าง  แม้จะต้องใช้เวลาคิดว่าจะตอบไปว่าอย่างไร  แม้บางครั้งจะพูดกับเพื่อนคนที่นั่งข้าง  ๆ  ว่าไม่รู้ฝรั่งพูดอะไร  ไม่เห็นจะเข้าใจเลย  แต่สุดท้ายฝรั่งพูดไทยได้  ดิฉันก็ไม่รู้จะทำไง ได้แต่หยิกขาเพื่อนข้าง ๆ แทน เป็นการแก้เขินค่ะ  แต่เขาก็ยิ้ม ๆ และก็นิ่ง  ๆ  และก็อธิบายขั้นตอนการตรวจไปต่อเป็นการแก้เขินที่ตัวเองพูดอะไรออกไป 

      แต่ตอนนี้ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะพูดยังไงกับฝรั่ง  จะตอบเขาว่าไง  เพราะตอนนี้ที่แผนกมีน้องใหม่คนนึงซึ่งพูดภาษาอังกฤษเก่งมาก  ( เก่งมากจริง ๆ ค่ะ ) สำเนียงเหมือนฝรั่งม๊าก มาก เก่งขนาดว่าฝรั่งชมว่าพูดภาษาอังกฤษเก่งมาก  จนวันที่ดิฉันนั่งอยู่ข้าง ๆ น้อง นั่งฟังน้องพูด ยังแอบภูมิใจแทนน้อง  ซึ่งตอนนี้พอมีลูกค้าชาวต่างชาติมาตรวจสุขภาพก็เรียกให้น้องออกมาช่วยทุกครั้ง  ซึ่งทำให้แบ่งเบาภาระของพี่ ๆ ได้มากมายค่ะ 

      ถึงตอนนี้คลื่นแม้ลูกใหม่จะมาแรง  แซงคลื่นลูกเก่าของพี่  ๆ ไป  แต่คลื่นลูกเก่าก็ยังต้องตั้งใจทำงาน  และทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด  และคอยเป็นที่ปรึกษาสำหรับคลื่นลูกใหม่ในบางเรื่อง   และทำเพื่อองค์กรของเราให้ก้าวต่อไป   ด้วยพลังกาย และพลังใจของทุก ๆ คนในองค์กรแม้บางครั้งจะรู้สึกท้อและเหนื่อยบ้างแต่ก็ต้องสู้ต่อไปเพื่อสิ่งที่ดีสำหรับองค์กร  เพราะยังมีกำลังใจจากเพื่อน ๆ  และพี่  ๆ  ทุกคนในแผนก  และพี่พยาบาล ( คนสวย )  ที่รักองค์กรมากเช่นกัน

           เรื่องเล่า จากคลื่นลูกเก่า

             ภัณฑิรา   บินร่าหมาน

             จนท.ส่งเสริมสุขภาพ