กรณีศึกษาท่านนี้เป็นหญิงสาววัยทำงาน และต้องการเพิ่มความจำ เพราะรู้สึกว่าลืมง่ายในขณะทำงานวิเคราะห์ข้อมูลบนจอคอมพิวเตอร์
นักกิจกรรมบำบัดประจำคลินิกและผมในฐานะนักกิจกรรมบำบัดจิตสังคมร่วมกันตรวจประเมินความรู้ความเข้าใจ พบว่ามีคะแนนรวมปกติ (26 คะแนน ทั้งในครั้งนี้และหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา)
ด้วยแบบประเมินพุทธิปัญญา Montreal Cognitive Assessment ( MoCA) ฉบับภาษาไทย
MoCA Thai Version March 15,2007 translated by Solasinee Hemrungrojn MD © Z. Nasreddine MD Universities/Foundations/Health Professionals/Hospitals/Clinics/Public Health Institutes: MoCA may be used, reproduced, and distributed WITHOUT permission. The test should be made available free of charge.
จากนั้นระหว่างทำแบบประเมินข้างต้น ผมใช้ประสบการณ์กิจกรรมบำบัดจิตสังคม สงสัยว่าความจำไม่น่าเสื่อม แต่ความคิดตัดสินใจช้า ซึ่งอาจมีผลมาจากบุคลิกภาพที่ตึงเครียด (ไม่ถึงกับเป็นโรคเครียด)
ผมจึงใช้การตรวจจิตประสาทสรีรวิทยาที่เกี่ยวข้องกับความจำ โดยแบบไม่มาตราฐาน ดังนี้
1. ให้กรณีศึกษาปิดตาและฟังตัวเลขหลักสิบจำนวน 14 ตัวเลข จากนั้นให้เวลา 1 นาทีในการเขียนตัวเลขที่ฟังบนกระดาษ ปรากฎว่ากรณีศึกษาทำได้ 7 ตัวเลข นั่นคือ Non-verbal & auditory memory ได้ 50%
2. ให้กรณีศึกษามองแผ่นภาพที่มีตัวอักษรและเลือกเอง 10 แผ่น จากนั้นให้เวลา 1 นาที ให้การบอกตัวอักษรทั้งหมด ปรากฎว่ากรณีศึกษาทำได้ 10 ตัวอักษร นั่นคือ Verbal & visual memory ได้ 100%
3. ให้กรณีศึกษาปิดตาและสัมผัสรูปทรงหลายขนาดและรูปแบบ จำนวน 16 ชิ้น จากนั้นให้เวลา 1 นาที พูดบอกในการจัดกลุ่มขนาดและรูปแบบ ปรากฎว่ากรณีศึกษาทำได้ถูกต้องทั้งหมด นั่นคือ Verbal & tactile memory ได้ 100%
จากนั้นลองวัด Choice Reaction Time โดยสุ่มสีแดง สีน้ำเงิน และสีเหลือง ใน 10 ครั้ง ซึ่งในแต่ละครั้งเมื่อกดหยุดเวลาทันทีที่เห็นแสงสีหนึ่งๆ ปรากฎขึ้น แล้วให้ทำงานบันทึกจำว่าเห็นสีใดบ้างกี่ครั้ง พบว่ากรณีศึกษาตอบได้ถูกต้องถึงสีและจำนวนครั้ง และใช้เวลาการตอบสนองและตัดสินใจเฉลี่ย 0.55 วินาที
ดังนั้นผมจึงให้การบ้านกิจกรรมบำบัดความจำ โดยใช้เวลาก่อนกินอาหารเช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน 1 ชม. เริ่มจากกดตัวเลขใดๆ สองหลักจากเครื่องคิดเลขแบบพกพา แล้วเขียนตัวเลขนั้นๆ จากบนลงล่างจำนวน 10 ตัวเลขตรงข้างซ้ายของกระดาษ A4 จากนั้นเริ่มบวกตัวเลขตัวที่หนึ่งกับสองอย่างรวดเร็ว แล้วเขียนคำตอบไว้ตรงกลางกระดาษ A4 ตามด้วยการบวกตัวเลขตัวที่สองกับสาม แล้วเขียนคำตอบเช่นกัน ทำไปเรื่อยๆ จนครบ 10 ตัวเลข จากนั้นให้ใช้นาฬิกาจับเวลา 1 นาที แล้วกดตัวเลข เขียน และคำนวณข้างต้นให้เสร็จ
ผมแนะนำให้กรณีศึกษาเบี่ยงเบนความสนใจจากเรื่องที่ตึงเครียดมาผ่อนคลายด้วยกิจกรรมที่กรณีศึกษามีแรงจูงใจในการเพิ่มทักษะการจำ และมาติดตามผลการวัด Choice Reaction Time อีกครั้ง หากผ่อนคลายและฝึกความจำได้ดี เวลาการตอบสนองและตัดสินใจน่าจะรวดเร็วขึ้นน้อยกว่า 0.55 วินาที
นี่คือตัวอย่างของกิจกรรมบำบัดจิตสังคมที่ช่วยออกแบบกิจกรรมที่มีความหมายต่อทักษะการดำเนินชีวิตด้วยกรอบแนวคิดทางกิจกรรมบำบัดและจิตประสาทสรีรวิทยา
ขออนุญาตนำประเด็นคำถามและคำตอบที่น่าสนใจจาก webboard ที่ http://www.otinthailand.org/
อยากรู้เกี่ยวกับผู้ป่วยสมองเสื่อม
อยากรู้อ่าค่ะ ว่าเวลาที่เราจะจัดโปรแกรมเพื่อให้การฟื้นฟูในผู้ป่วยที่มีภาวะสมองเสื่อม เราควรจะจัดโปรแกรมนึง กี่ครั้งดีค่ะ แล้วเว้นช่วงในการจัดกิจกรรมนานไหมคะ สมมุติว่าเราจะจัดกิจกรรมที่ฝึกด้าน cognitive วันแรกสัก1-2 กิจกรรม แล้ววันต่อไปที่ฝึก...ควรเป็นวันไหนค่ะ ห่างไปสัก2วัน หรือเปนอาทิตย์ถัดไปค่ะ ใครเคยมีประสบการณ์การฟื้นฟูผู้ป่วยสมองเสื่อม วานช่วยบอกด้วยนะคะ ขอบคุณคะ
ผู้ตั้งกระทู้ เด็กโอที
โดยเฉลี่ยแล้ว การจัดโปรแกรมเดี่ยวเพื่อพัฒนาทักษะการคิดแก้ไขปัญหาและความจำ 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ทุกวันๆ ละไม่เกิน 45 นาที หากมีความบกพร่องทางการรับรู้และมีอายุมากก็ต้องเพิ่มความถี่เป็นทุกวันๆ ละ ไม่เกิน 60 นาที รวมทั้งต้องสร้างโอกาสการเข้าร่วมกลุ่มบำบัด/ฟื้นฟูวันเว้นวัน วันละไม่เกิน 90 นาที โดยเน้นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันและความต้องการของผู้รับบริการเป็นสำคัญ
กิจกรรมต่างๆ ที่ใช้ในโปรแกรมแต่ละบุคคล อาจใช้หนึ่งกิจกรรม แต่ปรับระดับความยากไม่เกิน 1 ระดับ เพื่อบันทึกความก้าวหน้าทางกิจกรรมบำบัด ส่วนกิจกรรมกลุ่มบำบัดต้องปรับจาก structured activity จนถึง co-operative activity
สุดท้านถ้าผู้รับบริการดีขึ้น ก็ปรับเป็น Life activity and participation ในสิ่งแวดล้อมจริง นอกศูนย์ฟื้นฟูฯ อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง จนกลับไปใช้ชีวิตในบ้านและชุมชนจริงทุกวัน แต่นักกิจกรรมบำบัดเข้าไปประเมินซ้ำอาทิตย์ละ 1 ครั้ง
โชคดีครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น อ.ป๊อป
คุณพ่อของดิฉัน ได้รับกระทบกระเทือนทางศีรษะ ทำให้มีอาการจำไม่ได้ และการคิดช้าลง พาไปพบหมอ พาไปหาที่บำบัดรักษาต่างๆ พอดีมีคนแนะนำให้ลองไปหาอาจารย์ปั้น ดิฉันจึงพาพ่อไปพบ อาจารย์ปั้นรับสอนเด็กพิเศษและผู้ใหญ่ที่มีปัญหาเรื่องความจำความเข้าใจ ดิฉันพาคุณพ่อไปเรียนอยู่ 5-6 เดือน อาการของท่านดีขึ้นเป็นลำดับ อาจารย์มักบอกดิฉันว่า อาจารย์ไม่ได้รักษาที่สมอง แต่อาจารย์กระตุ้นให้สมองทำงานให้เต็มที่เท่าที่ทำได้ พ่อดิฉัน แม้อาการไม่หายโดยสมบูรณ์ แต่ก็ดีขึ้นมาก ดิฉันรู้สึกดีใจและขอบคุณอาจารย์มาก
เลยมาลงเว็บเพื่อบอกเพื่อนๆ
สถาบันพัฒนาสมอง (ดูแลโดย อ.ปั้น) --- เราเปิดมานานเกือบ 10 ปี
คอร์สเพิ่มพลังสมอง
มุ่งฟื้นฟูและเพิ่มประสิทธิภาพของสมอง แก่บุคคลทั่วไป
เรารับดูแลบุคคลที่มีปัญหาเรื่องระบบสมอง ด้านต่างๆ อาทิ ความจำ-ความรู้- ความใส่ใจ, ภาษา(อ่าน/เขียน/พูด) , ทักษะด้านความรู้สึก, ความใส่ใจ, ทักษะการตีความ, การรู้กาลเทศะและบุคคล, การแก้ปัญหา และความสามารถเชิงหน้าที่ เป็นต้น
การสอนของเราไม่ได้เข้าไปรักษาระบบสมอง เพื่อทำให้เซลล์สมองที่ตายไปหรือระบบสมองชำรุด กลับมาทำงานดังเดิม แต่เราพยายามทำให้ระบบสมองทำงานมีประสิทธิภาพมากที่สุด ภายใต้ระบบสมองที่เรามีอยู่
การเรียน เรียนสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ครั้งละ 2 ชม. และ มีผู้ดูแลโทรไปพูดคุยด้วยสัปดาห์ละ 1 - 2 ครั้ง
กลุ่มบุคคลที่เรารับสอน คือ
- บุคคลทั่วไปที่ปัญหาเรื่องความจำค่อนข้างมาก
- บุคคลที่มีปัญหาโรคอัลไซเมอร์ หรือ สมองเสื่อม ระดับปานกลางขึ้นไป
- บุคคลทั่วไปที่ได้รับการกระทบกระเทือนสมอง หรือ การบาดเจ็บที่ศีรษะ (พิจารณาสอนเป็นรายๆไป)
- บุคคลทั่วไปที่เป็นโรคเกี่ยวกับสมอง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคเลือดออกในสมอง (ไม่รับสอนบุคคลที่เป็นโรคติดต่อ)
ในกรณีต้องการปรึกษาขอคำแนะนำทั่วไป สามารถสอบถามได้ที่ Email : [email protected] ติดต่อ อ.ปั้น 089-1690911 , ผู้ช่วย อ.ปั้น 086-3329288 (ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น)
www.tutorchula.com/d-b.htm
ขอบคุณครับคุณฝนที่แนะนำ
อยากเรียนถามอาจารย์ว่า เวลาเราใช้แบบประเมินตัวนี้จำเป็นไหมคะที่จะต้องใช้คำพูดขณะประเมินให้เหมือนกับแบบที่เค้าให้มา เราจะสามารถปรับเปลี่ยนคำพูดให้ง่ายต่อความเข้าใจของคนไข้ของเราได้หรือไม่อย่างไรคะ ขอบคุณคะ
จำเป็นอย่างยิ่งครับถ้าเราจะใช้ MoCA เพราะเป็นข้อควรปฏิบัติที่ผ่านการวิจัยจนได้มาตราฐาน หากปรับคำพูดก็อาจเป็นการชี้นำคำตอบแก่ผู้ป่วย หรือถ้าจะปรับให้ง่าย คงต้องมีการวิจัยที่ได้รับการอนุญาตจากคณะผู้วิจัย MoCA ครับ และจริงๆ แล้วทางกิจกรรมบำบัดก็ไม่จำเป็นต้องใช้ MoCA อย่างเดียวครับ แบบประเมินโดยการสังเกตและบันทึกขณะทำกิจกรรมก็นำมาใช้แบบทางคลินิกได้นะครับผม
ขอบคุณน้องอ้อครับ