การเพิกเฉย ต่อความพยายามของผู้อื่น เป็นการแสดงความโหดร้ายอย่างหนึ่งที่มนุษย์จะกระทำต่อกันได้

ผู้ป่วยหญิงสุภาพสตรี เดินเข้ามาอย่างแช่มชื่น..วางผลตรวจเลือดครั้งก่อน กับครั้งปัจจุบัน วางกับโต๊ะ " ดูผลแล้วอย่า ตกใจนะคะ" เธอยิ้มกว้าง..
เมื่อหยิบผลมาดู จึงพบว่าผลไขมันในเลือดลดลงอย่างมาก ด้วยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างเคร่งครัด

"คะ" ว่าแล้ว ฉันก็กลับไปหยิบใบ EKG  หันมาพูดกับนักศึกษาแพทย์ปี 4  ชี้ให้ดูตัว PVC (premature ventricular contraction) เล่าว่า ผู้ป่วย complain เรื่อง"ใจกระตุก" จับชีพจรดูก็พบว่ามี drop beat จริงๆ จึีงส่ง EKG ซึ่งเมื่อออกมาแบบนานๆ เจอตัวนึง ก็ไม่เป็นอันตราย  เพียงแนะนำให้ลดการดื่มคาเฟอีน พักผ่อนให้เพียงพอ..บลาๆๆ

"หมอต้องชมหน่อยนะคะเนี่ย" เธอยังไม่ยอมแพ้ พร้อมกับชี้ให้ดูผลไขมันในเลือด...

 

ย้อนมอง สิ่งที่เกิดขึ้น..

เมื่อวานนี้ ที่ได้รับมอบหมายให้จัดการปรับปรุงเวบไซต์ของหน่วยงาน ฉันรู้สึกหนักใจเพราะทำจากที่บ้านไม่ได้ แต่ก็รู้สึกท้าทาย และไปที่ทำงานแต่เช้า ลงมือทำเวบไซต์หน้าแรกอย่างสุดฝีมือ  ก่อนออก OPD และมาทำต่อในช่วงพักเที่ยง...
"ใกล้เสร็จแล้ว.".เรียกใครต่อใครมาดู ถามว่าต้องการให้เพิ่มอะไรไหม
...ให้ตายสิ..คำติสักคำ ยังดีกว่าปฎิกิริยาแบบ "ใครสนหละ"..

บางที ฉันก็อาจเคย "ใครสนหละ" กับคนอื่นมาบ้าง..และฉันก็ได้เรียนรู้ว่า..การเพิกเฉยต่อความพยายามของผู้อื่น..เป็นสิ่งโหดร้ายอย่างหนึ่งที่มนุษย์จะกระทำต่อกันได้

ฉันปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ลง และเดินจากมาอย่างเงียบๆ 
วันพรุ่งนี้จะ upload หน้าเพจใหม่..แต่คงอีก 3 เดือนถึงจะมีใครสังเกตความเปลี่ยนแปลง..กระมัง