การบริหารโรงเรียนเพี่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศ

การบริหารโรงเรียนเพี่อมุงสูความเปนเลิศ ************ การบริหารโรงเรียนเพื่อมุงสูความเปนเลิศ จะเกิดขึ้นไดดวยวิธีการบริหารแบบบูรณาการ ในทุกขั้นตอนและทุกคนจะตองมีสวนเกี่ยวของ เครื่องบงชี้หรือมาตรวัดจะอยูที่ผูบริหารซึ่งมีบทบาทสูงสุด ในการจัดระบบการศึกษาในระดับโรงเรียน ดังนั้น ผูบริหารโรงเรียนตองเปนผูที่มีความรูความเขาใจใน เรื่องการบริหารการศึกษา มีวิสัยทัศนที่กวางไกล เพื่อกำหนดเปาหมาย กำหนดยุทธศาสตรในการจัด การศึกษาไดอยางเปนรูปธรรมและมีความเปนไปได และที่สำคัญผูบริหารโรงเรียนจะตองรูและเขาใจถึง ภารกิจตลอดจนขอบขายงานที่รับผิดชอบอยางชัดเจน ไดแก งานวิชาการ ซึ่งมีขอบขายงานเกี่ยวกับการ กำหนดหลักสูตร สื่อการเรียนการสอน วัสดุประกอบการเรียนการสอน งานวัดและประเมินผล งานหองสมุด งานนิเทศภายใน งานวางแผนและกำหนดวิธีการดำเนินงานการจัดการเรียนการสอน เปนตน งานบุคลากร มีขอบขายงานเกี่ยวกับการจัดบุคลากรเขาปฎิบัติงาน งานการพัฒนาบุคลากร งานธำรงรักษาบุคลากร งาน รักษาระเบียบวินัย และงานประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากร งานกิจกรรมนักเรียน มีขอบขายงาน เกี่ยวกับการปฎิบัติตาม พ.ร.บ.ของตัวผูเรียน งานเตรียมความพรอมสำหรับนักเรียน งานที่โรงเรียนจัดบริการ ใหนักเรียน งานเกี่ยวกับอาหารกลางวันและงานบริหารแนะแนว เปนตน งานธุรการ มีขอบขายงานเกี่ยวกับ งบประมาณการเงิน งานพัสดุ งานสารบรรณ งานทะเบียน งานรักษาความปลอดภัยอาคารสถานที่ งาน อาคารสถานที่ มีขอบขายงานเกี่ยวกับการจัดอาคารสนถานที่ การใชอาคารสถานที่ การบำรุงรักษาอาคาร สถานที่ งานควบคุมดูแลอาคารสถานที่ และการประเมินผลการใชอาคารสถานที่ งานความสัมพันธ ระหวางโรงเรียนกับชุมชน มีขอบขายงานเกี่ยวกับการใหบริการแกชุมชนในดานตาง ๆ การรับความ ชวยเหลือสนับสนุนจากชุมชน กรรมการศึกษา การสรางความสัมพันธกับชุมชนและหนวยงานอื่น ๆ การ จัดตั้งกลุมชมรมสมาคมหรือมูลนิธิ และการประชาสัมพันธ เปนตน ขณะเดี่ยวกันผูบริหารโรงเรียนตองพัฒนาระบบงานของโรงเรียน ใหมีประสิทธิภาพใน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ที่มุงเนนการพัฒนาคุณภาพของผูเรียน จำนวน ๕ มาตรฐาน ๑๔ ตัว บงชี้ คือ มาตรฐานที่ ๑ โรงเรียนใชแผนเปนเครื่องมือในการบริหารงานอยางมีประสิทธิภาพ ตัวบงชี้ ๑ จัดระบบขอมูลสารสนเทศไดครบถวน ถูกตอง ตรงกับความตองการและทันตอ การใชงาน ตัวบงชี้ ๒ แผนของโรงเรียนเกิดจากการมีสวนรวมของชุมชนใหสอดคลัองกับสภาพ โรงเรียน มีเปาหมายหมายชัดเจนและมุงเนนคุณภาพนักเรียน ตัวบงชี้ ๓ จัดระบบงานชัดเจนคลองตัวในการปฏิบัติงานมอบหมายงานตรงความรู ความสามารถ สงเสริมบุคลากรใหมีปฏิสัมพันธที่ดีตอกัน ตัวบงชี้ ๔ ควบคุมกำกับ ติดตามและนิเทศใหการดำเนินงานบรรลุตามแผน มาตรฐานที่ ๒ โรงเรียนสนับสนุนใหบุคลากรเกิดความมุงมั่นในการพัฒนางาน ตัวบงชี้ ๑ สงเสริมพัฒนาบุคลากรใหสามารถพัฒนาตนเอง และพัฒนางานอยาง ตอเนื่อง ตัวบงชี้ ๒ จัดสวัสดิการสิ่งอำนวยความสะดวก และประโยชนตอบแทนในการปฏิบัติงาน ไดอยางเหมาะสมเปนธรรม มาตรฐานที่ ๓ โรงเรียนจัดกิจกรรมหลากหลายเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน ตัวบงชี้ ๑ จัดกิจกรรมทางวิชาการ บริการแนะแนว บริการสุขภาพอนามัย โภชนาการ และกิจกรรมชวยเหลือนักเรียนอยางทั่วถึงและเหมาะสม ตัวบงชี้ ๒ จัดกิจกรรมสงเสริมการเรียนรูดานศิลปวัฒนธรรมและอนุรักษสิ่งแวดลอม ตัวบงชี้ ๓ จัดแหลงความรูสื่อและเทคโนโลยีที่เอื้อตองานการเรียนการสอน ตัวบงชี้ ๔ จัดสภาพแวดลอมภายในโรงเรียนใหมีบรรยากาศที่สงเสริมการเรียานรู มาตรฐานที่ ๔ โรงเรียนประสานความรวมมือจากทุกฝายเพื่อพัฒนาโรงเรียน ตัวบงชี้ ๑ ดำเนินการเพื่อประสานความรวมมือกับกรรมการโรงเรียนชุมชนและหนวยงาน อื่นในการพัฒนาโรงเรียน ตัวบงชี้ ๒ จัดกิจกรรมประชาสัมพันธการดำเนินงานของโรงเรียนไดรวดเร็วทันเหตุการณ และตอเนื่อง มาตรฐานที่ ๕ โรงเรียนประเมินผลการปฏิบัติงานอยางเปนระบบ ตัวบงชี้ ๑ ประเมินการปฏิบัติงานอยางตอเนื่อง โดยใชวิธีหลากหลายและทุกฝายมี วนรวม ตัวบงชี้ ๒ นำผลการประเมินไปใชนิเทศและการพัฒนางานอยูเสมอ หลักการและแนวคิดการบริหารองคกรเพื่อความเปนเลิศ สภาพการในปจจุบันองคกรทางธุรกิจ รัฐวิสาหกิจ และแมแตราชการก็ตาม มักจะไดรับ ผลกระทบอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดลอมตาง ๆ ประกอบดวย เศรษฐกิจ สังคม และ การเมือง จึงมีผลใหองคกรตองตกอยูในสภาวะที่มีอุปสรรคในการดำเนินการเพื่อใหองคกรดำรงอยูได ประกอบกับสภาวะของการแขงขันขององคกรตาง ๆ จะเพิ่มทวีความรุนแรงขึ้นทั้งในรูปแบบของสินคาการ บริการ ดานคุณภาพ ความประหยัดในการดำเนินงาน ซึ่งสภาวะดังกลาวทำใหเปนภาระตอการบริหาร องคการที่จะตองพยายามแสวงหาแนวทางการปรับองคการเพื่อใหกาวไปสู “ความเปนเลิศ” โดยผูบริหาร จะตองตระหนักและใหความสำคัญตอการแสวงหายุทธวิธีการบริหารเพื่อมุงสูความเปนเลิศ ซึ่งหลักการ แนวคิดการบริหารองคกรเพื่อความเปนเลิศจะมีหลากหลาย ซึ่งผูบริหารสามารถศึกษาและหายุทธวิธีตามที่ ผูบริหารเห็นวามีความเหมาะสมกับองคกร ในที่นี้จะเสนอประเด็นเพื่อเปนแนวทางในการบริหารองคกร เพื่อความเปนเลิศ ดังนี้ ๑. กรอบแนวคิดการบริหารแบบมุงประสิทธิผลและประสิทธิภาพขององคกร ๒. กรอบแนวคิดการบริหารงานแบบมุงผลสัมฤทธิ์ และ ๓. กรอบแนวคิดตามคุณลักษณะ ๘ ประการของความเปนเลิศในการบริหาร ๑. กรอบแนวคิดการบริหารแบบมุงประสิทธิผลและประสิทธิภาพขององคกร งานขององคกร คือ การผลิตสินคาหรือบริการใหกับลูกคา หากจะตองมององคประกอบ ในแงของระบบ องคการเปนระบบบริหารที่ดำเนินงานเพื่อบรรลุเปาหมายที่กำหนดไว ๓ ระบบใหญ คือ ทรัพยากรที่ใช (resource input) กระบวนการแปรรูป (transformation process) และผลผลิต (product output) ทรัพยากรที่ปอนเขาระบบที่สำคัญก็คือ คน วัตถุดิบ เงิน เทคโนโลยี และ ขอมูล กระบวนการ แปรรูปไดแก งานของผูบริหาร องคการที่จะเปลี่ยนสภาพจากวัตถุดิบไปเปนสินคาหรือบริการ ลูกคาเปน ผูบริโภคผลผลิตขององคการพรอมทั้งสะทอนกลับ (feedback) ผลของการบริโภคสินคาและบริการกลับ ไปยังองคกร ประกอบดวย Feedback ภาพประกอบแสดงระบบขององคการ ผลการปฏิบัติของผูบริหาร (Management Performance) ตามที่กลาวมาแลว การวัดผลการปฏิบัติงานของผูบริหารนั้นใหดูผลการผลิต (Productivity) วาสูงหรือต่ำ คำวา ผลการผลิต หมายถึง การวัดผลรวมทางดานปริมาณและคุณภาพของงานที่ทำ เมื่อ เปรียบเทียบกับทรัพยากรที่ใช หมายความวา จำนวนทรัพยากรระดับหนึ่ง ผูบริหารกอใหเกิดผลการผลิต ดวยปริมาณและคุณภาพเทาไร หากพิจารณาในแงของสมการก็จะไดดังนี้ Productivity = Quantify + Quality + Resource กลาวอีกนัยหนึ่งวา ผลการผลิตที่สูงสุดคือไดงานปริมาณมากที่สุด ไดคุณภาพดีที่สุด และ ใชทรัพยากรประหยัดที่สุด การวัดผลรวมของผลการผลิต อาจทำไดหลาย ๆ รูปแบบแลวแตลักษณะงานที่ทำ เชน อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนตอทรัพยสินลงทุน รายไดจากคาเชาตอตารางเมตร อัตราการสูญเสียที่เกิด จากการใชวัตถุดับตอผลผลิต อัตราคนทำงานตอชั่วโมง เปนตน ในอีกแงหนึ่งของการวัดผล คือ การเปรียบเทียบผลผลิตกับทรัพยากรที่ใชภายในระยะเวลา และคุณภาพที่กำหนด โดยเขียนไดดังนี้ Product output Productivity = (Within a time, Quality) Resource input การวัดผลการผลิตในความหมายนี้ ผูบริหารสามารถผลิตสินคาไดภายในเวลาที่กำหนด และไดคุณภาพมาตรฐานที่ตองการ โดยไดผลผลิตจำนวนหนึ่งดวยทรัพยากรที่ใชจำนวนหนึ่ง ดังนั้น การ เพิ่มผลการผลิตอาจกระทำได ๓ วิธี คือ เพิ่มผลผลิตโดยใชทรัพยากรเทาเดิม ลดการใชทรัพยากรโดยได ผลผลิตที่เทาเดิม และการเพิ่มผลผลิตและลดการใชทรัพยากรลง นอกจากนี้ การวัดผลการผลิต (productivity) ตามที่กลาวแลวอาจวัดไดจากประสิทธิผล (effectiveness) และประสิทธิผล (efficiency) ประสิทธิผล หมายถึง การทำงานใหบรรลุเปาหมายที่ ตองการในแงของผูบริโภคสินคาไดปริมาณและคุณภาพตรงกับความตองการของผูบริโภค ประสิทธิภาพ หมายถึง ทำงานโดยเสียคาใชจายต่ำหรือประหยัดคาใชจายในแงของการผลิตสินคา ประสิทธิภาพก็คือ ผลิตสินคาไดปริมาณและคุณภาพที่กำหนดโดยเสียคาใชจายต่ำ ความมีประสิทธิผลขององคการ (Organization Effectiveness) เปนหัวขอที่สำคัญตอการ วิเคราะหและขัดเกลาพฤติกรรมองคการที่เกิดจากการบริหารงาน วามีประสิทธิภาพเพียงใด ความมี ประสิทธิผลขององคการจะมีขึ้นได ขึ้นอยูกับเงื่อนไขที่วาองคการสามารถทำประโยชนจากสภาพ แวดลอมจนบรรลุเปาหมายที่ตั้งใจไว แตสิ่งที่สำคัญที่อยูเบื้องหลังควบคูกับประสิทธิผล ก็คือความมี ประสิทธิภาพ (Efficiency) ซึ่งหมายถึง การมีสมรรถนะสูง สามารถมีระบบการทำงานสรางสมทรัพยากร และความมั่งคั่งเก็บไวภายใน ไวเพื่อการขยายตัวตอไปและเพื่อเอาไวสำหรับรับรองสถานการณที่อาจเกิด วิกฤตการณ็จากภายนอกดวยดวย ธงชัย สันติวงษ ไดกลาววา นักวิชาการหลายทานไดชี้ใหเห็นถึงความแตกตางระหวางคำ วา ประสิทธิผลขององคการ (Organization Effectiveness) และประสิทธิภาพขององคการ (Organization Effectiveness) ไวดังนี้ (ธงชัย สันติวงษ. ๒๕๔๑ : ๒๕๓๓) ประสิทธิผล (Effectiveness) หมายถึง ความสำเร็จในการที่สามารถดำเนินกิจการ กาวหนาไปและสามารถบรรลุเปาหมายตาง ๆ ที่องคการตั้งไวได ประสิทธิภาพ (Efficiency) หมายถึง การเปรียบเทียบทรัพยากรที่ใชไปกับผลที่ไดจากการ ทำงานวาดีขึ้นอยางไร แคไหน ในขณะที่กำลังทำงานตามเปาหมายขององคการ แคมพเบลล (Campbell อางจาก พิชัย เสงี่ยมจิต. ๒๕๔๒ : ๘ -๙) ไดสรุปตัวเกณฑที่ใช วัดประสิทธิผลองคการไว ๓๐ ตัว ดังตอไปนี้ ๑. ประสิทธิผลรวม (Overall Effectiveness) ๒. ผลผลิต (Productivity) ๓. ประสิทธิภาพ (Efficiency) ๔. กำไร (Profit) ๕. คุณภาพ (Quality) ๖. อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น (Accidents) ๗. การเติบโต (Growth) ๘. การขาดงาน (Absenteeism) ๙. การลาออกจากงาน (Turnover) ๑๐. ความพอใจในงาน (Job Satisfaction) ๑๑. แรงจูใจ (Motivation) ๑๒. ขวัญและกำลังใจ (Morale) ๑๓. การควบคุม (Control) ๑๔. ความขัดแยงและความสามัคคี (Conflict / Cohesion) ๑๕. ความคลองตัวและการปรับตัว (Flexibility / Adaptation) ๑๖. การวางแผนและการกำหนดเปาหมาย (Planning and Goal-Setting) ๑๗. ความเห็นที่สอดคลองกับของสมาชิกตอเปาหมาย (Goal Consensus) ๑๘. การยอมรับในเปาหมายขององคกร (Internalized of Organization Goals) ๑๙. การเขากันไดของบทบาทของสมาชิกและบรรทัดฐานหรือระเบียบกฎเกณฑที่กลุม กำหนดไว (Role and Norm Congruence) ๒๐. ความสามารถในทางมนุษยสัมพันธของผูบริการ (Managerial Interpersonal Skills) ๒๑. ความสามารถในสวนที่เกี่ยวกับงานขององคการ (Managerial Task Skills) ๒๒. การบริหารขอมูลและการติดตอสื่อสาร (Information Management and Communication) ๒๓. ความพรอมในทางตาง ๆ ที่มีอยู (Readiness) ๒๔. การสามารถทำประโยชนจากสภาพแวดลอม (Utilization of Environment) ๒๕. ทัศนะและการสนับสนุนจากกลุมตาง ๆ ภายในอก (Evaluation by External Entities) ๒๖. ความมั่นคง (Stability) ๒๗. คุณคาของทรัพยากรดานบุคคล (Value of Human Resources) ๒๘. การมีสวนรวมและการรวมแรงรวมใจ (Participation and Shared Influence) ๒๙. ความตั้งใจและทุมเทในดานการอบรมและพัฒนาบุคคล (Training and Development Emphasis) ๓๐. การมุงความสำเร็จ (Achievement Emphasis) ดังนั้น ผูบริหารที่ทำงานไดผลการผลิตสูง (high productivity) คือ ทำงานไดบรรลุผลตาม ตองการและเสียคาใชจายต่ำ แตการจะใหเกิดความสมดุลทั้งประสิทธิผลและประสิทธิภาพจึงเปนเรื่องยาก บางทีอาจไดอยางเสียอยาง คือ ทำงานไดตามเปาหมายแตเสียคาใชจายสูง (effectiveness no efficiency) หรือ เสียคาใชจายต่ำแตผลงานไมบรรลุตามเปาหมาย (efficiency no effectiveness) และที่ผลการผลิตต่ำสุดก็คือ งานไมบรรลุตามเปาหมายและเสียคาใชจายสูง (neither effectiveness no efficiency) ในแงการวัดผลการ ปฏิบัติงานของผูบริหารจะตองพิจารณาสวนประกอบที่สำคัญ ๒ สวน คือ ทรัพยากรขององคการและลูกคา องคการที่ไดชื่อวา บริหารงานดีจะตองใชทรัพยากรอยางถูกตอง เหมาะสมและตรงกับความตองการของ ลูกคา การใชทรัพยากรอยางถูกตองเหมาะสมจะตองใชในลักษณะการสรางมูลคาเพิ่ม (value – added) ใหกับทรัพยากรที่ใช นั่นคือ ทุกขั้นตอนของการผลิตหรือการทำงานของผูบริหารจะตองเพิ่มมูลคาใหกับ สินคาหรือบริการขององคการ สำหรับการบริหารการศึกษานั้น ผูบริหารการศึกษาและผูบริหารสถานศึกษา จึงตองให ความสำคัญของประสิทธิผล และปริสทธิภาพ รวมถึงตองตระหนักถึงปริมาณและคุณภาพที่เกิดขึ้นในตัว นักเรียนแ ละนักศึกษา ดวย ๒. กรอบแนวคิดของการบริหารงานแบบมุงผลสัมฤทธิ์ การปฏิรูประบบราชการเปนนโยบายหนึ่งที่รัฐบาลไทยใหความสำคัญ เนื่องจากการปฏิรูป ราชการกำลังเปนเรื่องที่รัฐบาลประเทศตาง ๆ ใหความสนใจเพราะวาการรับขาวสารของประชาชนไดรับ การยกระดับใหสูงขึ้น ดังนี้ การบริการของรัฐที่ยังไมตอบสนองความตองการของประชาชนอยางทัน เหตุการณ งานลาชา ซ้ำซอน ไมมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการใหบริการของภาคธุรกิจ เอกชน การมีกฎระเบียบรุงรัง ไมยัดหยุน ระบบการทำงานไมโปรงใสและไมสามารถแกปญหาทางเศรษฐกิจและ สังคมตอการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในยุคโลกรภิวัฒน จึงจำเปนตองไดรับการเปลี่ยนแปลงและไดรับการ ปฏิรูป เทคนิคหนึ่งที่หลายประเทศไดนำมาใชเปนสวนหนึ่งของการปฏิรูปราชการ คือ การบริหารที่เนนผล (Result – Oriented Management หรือ Results Based Management) หรือเรียกอีกอยางวาการบริหารแบบ มุงผลสัมฤทธิ์ การบริหารแบบมุงผลสัมฤทธิ์ เปนรูปแบบการบริหารที่เนนความรับผิดชอบ (Accountability) ของรัฐบาลตอประชาชน กลาวคือ รัฐบาลจะตองแสดงใหเปนที่ประจักษแกประชาชน วารัฐไดใชงบประมาณแผนดินไปอยางมีประสิทธิภาพและไดผลอยางไร โดยการแสดงถึงผลได มีผลงาน อะไรบาง การบริหารแบบมุงผลสัมฤทธิ์ เปนการจัดหาใหไดทรัพยากรการบริหารมาอยางประหยัด (Economy) การบริหารทรัพยากรอยางมีประสิทธิภาพ (Efficiency) และการไดผลงานที่บรรลุเปาหมายของ องคการ หรือประสิทธิผลการทำงาน (effectiveness) ๓. กรอบแนวคิดตามคุณลักษณะ ๘ ประการของความเปนเลิศในการบริหาร สำหรับคุณลักษณะความเปนเลิศในเชิงการบริหารที่คนพบจากการวิจัยที่บริษัทอเมริกัน ประสบผลสำเร็จในการดำเนินงานอยางสูง ๘ ประการ ประกอบดวย ๒.๑ มุงเนนการปฏิบัต (a bias for action) ๒.๒ มีความใกลชิดกับลูกคา (close to the customer) ๒.๓ มีความอิสระในการทำงานและมีความรูสึกเปนเจาของกิจการ (autonomy and entrepreneurship) ๒.๔ เพิ่มผลผลิตโดยอาศัยพนักงาน (productivity through people) ๒.๕ สัมพฟสกับงานอยางใกลชิด และความเชื่อมั่นในคุณคาเปนแรงผลักดัน (hands-on and value driven) ๒.๖ ทำธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญและเกี่ยวเนื่อง (stick to the knitting) ๒.๗ รูปแบบเรียบงายธรรมดา พนักงานอำนวยการมีจำกัด (simple form and lean staff) ๒.๘ เขมงวดและผอนปรนในเวลาเดียวกัน (simultaneous loose-tight properties) สรุป การบริหารโรงเรียนไปสูความเปนเลิศ เปนเรื่องสำคัญที่ผูบริหารโรงเรียนจะตอง ตระหนักและใหความสำคัญตอการจัดระบบการบริหารทั้ง ๖ ดาน คือ งานดานวิชาการ งานบุคลากร งาน กิจกรรมนักเรียน งานธุรการ งานอาคารสถานที่ และงานความสัมพันธระหวางโรงเรียนกับชุมชน ใหมี ประสิทธิภาพและตองมีการประเมินผลการปฏิบัติงานอยางเปนระบบ โดยเฉพาะการพิจารณาจาก กระบวนการบริหารงานใหเปนไปตามมาตรฐานโรงเรียน ๕ มาตรฐาน คือ ๑. โรงเรียนใชแผนเปนเครื่องมือในการบริหารงานอยางมีประสิทธิภาพ ๒. โรงเรียนสนับสนุนใหบุคลากรเกิดความมุงมั่นในการพัฒนางาน ๓. โรงเรียนจัดกิจกรรมหลากหลายเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน ๔. โรงเรียนประสานความรวมมือจากทุกฝายเพื่อพัฒนาโรงเรียน ๕. โรงเรียนประเมินผลการปฏิบัติงานอยางเปนระบบ $$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$ ขอบคุณบทความจาก: คลังเอกสารกลางกระทรวงศึกษาธิการ Data Center