งานนี้เจ้าภาพต้องลงทุนมาก มีหลายอย่าง (ไม่จนเกินไป) แต่ก็อิ่มเอมใจที่ได้ผลตอบแทนกลับมา

พิธีทำขวัญนาค

ตอนที่ 2 งานบวชที่คุ้มทุน

อิ่มใจในผลบุญที่ได้รับตอบแทน

ชำเลือง มณีวงษ์ (เล่าเรื่อง)

         ในความคิดเห็นของหลาย ๆ ท่าน ที่มีต่องานบวชนาค (บวชชายหนุ่มเป็นพระ) มีทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยกับการที่จะต้องลงทุนอย่างมากมายมหาศาลในการจัดงานบวชลูกชายในแต่ละบ้าน เพราะอะไรเขาเหล่านั้นจึงต้องลงทุนมากมายทั้งที่เป้าหมายปลายทางคือ ได้บวชพระ 1 องค์

        ในฐานะที่ผมได้มีโอกาสไปร่วมงานบวชนาคมานานกว่า 40 ปี ผมได้ยินได้ฟังคำกล่าวอย่างนี้ ก็ถือว่า นานาจิตตัง เป็นสิทธิของแต่ละบุคคล จะเป็นด้วยฐานะ จุดประสงค์ ความต้องการที่แตกต่างกันไป ผมขอเคารพในสิทธิของแต่ละท่านด้วยความจริงใจ เราไม่อาจที่จะแข่งศรัทธาซึ่งอยู่ภายในของทุกท่านได้ ในใจของท่านคิดเรื่องงานบุญอย่างไร ผู้อื่นมิอาจที่จะล่วงรู้ได้

        บางท่านกล่าวว่า “จัดงานบวชลูกชาย มิได้จัดงานรื่นเริงสนุกสนาน ดังนั้นท่านจึง เตรียมการเรื่องเครื่องอัตถบริขาร จัดทำอาหารถวายพระ (แบบข้าวหม้อแกงหม้อ) โกนหัวโกนคิ้วให้ลูกนุ่งขาวห่มขาว ถือผ้าไตร สะพายบาตรพาไปเวียนรอบโบสถ์ 3 รอบ เข้าสู่พิธีบวชนาค ออกมาฉลองพระใหม่ เสร็จพิธีใน 1 วัน อิ่มใจในผลบุญที่ได้รับตอบแทน

        บางท่านกล่าวว่า “จะบวชลูกทั้งที แถมมีลูกชายเพียงคนเดียว จะต้องจัดงานบวชให้สมกับที่ได้ตั้งตารอคอยมา 20 ปี โดยจัดให้มีพิธีทำขวัญนาค จัดหาหมอทำขวัญที่เลือกสรรแล้วว่าดีที่สุด ถูกใจที่สุดมาเรียกขวัญให้กับลูกชาย (ทุกคนรับฟังด้วยความสุขและเกิดปัญญา) หาวงดนตรีไทยที่ได้มาตรฐานมาบรรเลงในงานบุญครั้งนี้ร่วมในพิธีทำขวัญนาคด้วย มีการแจกการ์ดบัตรเชิญไปยังเพื่อนพ้องที่ใกล้ชิดสนิทกันให้มาร่วมงานและรับประทานอาหารเย็น (ทานเลี้ยงแบบโต๊ะไทย) ใครมาก็จัดอาหารรับรอง มีเต็นท์กางเอาไว้ให้แขกนั่งพักผ่อน รุ่งเช้านำนาคไปอุปสมบท และฉลองพระใหม่ จัดงานถึง 2 วัน (ไม่รวมวันที่เตรียมการ) เสร็จงานแล้วอิ่มใจในผลบุญที่ได้รับตอบแทน

        บางท่านบอกว่า “การจัดงานบวชมิได้มีอะไรยุ่งยากเลย ส่งนาคเข้าโบสถ์แล้วก็เป็นเรื่องของพระอุปัชฌาย์ แต่ยุ่งมากก็คือ ตอนแจกการ์ด กว่าที่ท่านจะแจกการ์ดจำนวน 5,000 ใบ ได้หมดต้องใช้เวลาเป็นเดือน ๆ บางวันแจกการ์ดได้ 3 ใบ ก็มืดเสียแล้วเพราะมัวแต่คุยกันจนล่วงเวลาไปก็มี จัดเตรียมการก่อนวันงาน 1-2 วัน มีการประดับไฟแสงสี เตรียมการจัดสถานที่กินเลี้ยง (รับประทานอาหาร) 500 โต๊ะ ยังน้อยไปนะนี่ ความจริงเขามีแขกนับหมื่นคนเลยทีเดียว ในวันสุกดิบจัดให้มีพิธีการสอนนาคโดยนิมนต์พระคุณเจ้ามาเทศน์สอนนาค โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก็เสร็จสิ้น หลังจากนั้นก็เตรียมการโดยมุ่งไปที่การจัดเลี้ยง ณ สนามกลางแจ้งที่เต็มไปด้วยแขกเหลื่อเป็นจำนวนมาก กิจกรรมบนเวที เชิญแขกผู้มีเกียรติขึ้นไปคล้องพวงมาลัยให้กับเจ้านาคหลายสิบท่านและกล่าวอนุโมทนา มีวงดนตรีชั้นนำบรรเลง มีนักร้องดังและแดนเซอร์ประกอบความรื่นเริงสนุกสนาน รุ่งเช้าแห่นาคไปอุปสมบทที่วัด และกลับมาฉลองพระใหม่ที่บ้าน งานนี้มีการจัดเตรียมจนถึงวันงานแล้วเสร็จเป็นเวลา 3-5 วัน  เสร็จงานแล้วอิ่มใจในผลบุญที่ได้รับตอบแทน

        ไม่ว่าแต่ละท่านจะคิดอย่างไร จะปฏิบัติอย่างไรล้วนแล้วแต่เป็นสิทธิและเป็นรูปแบบที่ปรากฏอยู่ในสังคม คำว่าทำบุญ ใครมีทรัพย์มากก็เสียสละได้มาก ไม่เดือดร้อน ใครมีทรัพย์น้อยก็จ่ายให้ลดน้อยลง เพื่อที่จะได้ไม่เดือดร้อน เช่นกัน หากสิ่งที่ได้รับเกิดความอิ่มเอมใจในผลบุญ เป็นสิ่งตอบแทนก็ถือว่า เหมาะสมในคุณค่า โดยเฉพาะงานบวชพระที่มีหลาย ๆ ความเห็นทักท้วงในประเด็นของความฟุ่มเฟือยแบบที่ไม่ควรจ่าย ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่คิดจะไปยับยั้งในความต้องการของแต่ละคน เพียงแต่ขอให้เรายังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมไทยที่ดีงามเอาไว้ให้ได้นาน ๆ

        จากประสบการณ์ที่ผมได้มีโอกาสไปร่วมงานในฐานะโหรา (ผู้ประกอบพิธีทำขวัญนาค) ซึ่งพิธีกรรมนี้มีมานานเกือบ 200 ปี แล้ว เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2553 ผมได้รับการติดต่อจาก คุณสมพล คุณฉวี เอมปากน้ำ ให้ไปทำหน้าที่ทำขวัญนาค ที่ ถนนเพชรหึงษ์ ซอยกิ่งแก้ว 25 (ข้างวัดกิ่งแก้ว) อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

        ผมเดินทางไปถึงบ้านงาน บ้านเลขที่ 84 หมู่ที่ 4 ซอยวัดกิ่งแก้ว 25 อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ในเวลา 11.50 น. (เกือบจะเที่ยงวัน) คุณสมพล เอมปากน้ำ (เจ้าภาพ) ออกมาต้อนรับ ผมเดินผ่านเวทีการจัดเลี้ยงที่อยู่ข้าง ๆ บ้าน มีการจัดตั้งโต๊ะอาหารเอาไว้จำนวนหนึ่ง (ไม่หนาแน่นมากนัก) ผมได้ยินเสียงวงดนตรีไทยบรรเลงด้วยความไพเราะมาก ๆ เมื่อเดินเข้าไปถึงในตัวบ้านก็ได้พบกับความยิ่งใหญ่ของวงดนตรีไทย คณะทองชุบ บัวหลวง มาจากบางใหญ่  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นวงใหญ่จริง ๆ มีนักดนตรีประมาณ 30 คน เมื่อมองเข้าไปด้านในได้เห็นการจัดสถานที่ที่ดูเรียบร้อยสวยงามมาก ที่ด้านหน้าเครื่องประกอบพิธีมีบายศรีต้น 5 ชั้นประดิษฐ์ด้วยดอกไม้สด ปรับประดาอย่างวิจิตรบรรจงเลยขึ้นไปบนยอดสุดมีข้าวขวัญและไข่ต้มจัดไว้ ทั้งเครื่องอัตถบริขารและเครื่องประกอบพิธีนำเอามาจัดอย่างครบถ้วนสมบูรณ์

        เวลาประมาณ 13.00 น. ล่วงเลยไปเล็กน้อย เป็นพิธีคล้องพวงมาลัยให้นาค โดยจัดให้เจ้านาคนั่งที่เก้าอี้ หน้าที่ตั้งเครื่องอัตถบริขาร พิธีกรเรียนเชิญท่านผู้มีเกียรติได้นำเอาพวงมาลัยไปคล้องคอให้กับเจ้านาค พวงมาลัยบางพวงติดเงินทำบุญเอาไว้ด้วย มีการบันทึกภาพร่วมกัน

        ต่อมาต้องเสียเวลาไปเล็กน้อยเพื่อที่จะให้ผมได้เตรียมการในเรื่องของเครื่องประกอบพิธี (ไม่มีตัวแทนนำเอาสิ่งของมาให้) แต่ก็เรียบร้อยดีเมื่อมีผู้เข้ามารับผิดชอบถามผมว่า หมอครับจะต้องนำเอาอะไรมาบ้าง ผมบอกไปว่าก็มี พานของหมอขวัญสำหรับไหว้ครู (มีอะไรในพานบ้างผมก็บอกไป) มีหมาก 5 คำ ดอกไม้เหล้าขาว 1 ขวด ยาสูบ 1 ซอง เงินกำนล 12 บาท ขันใส่น้ำ 1 ใบ ขันใส่ข้าวสาร 1 ใบ เครื่องกระยาบวช 1 สำรับ (ขนมต้มแดง ต้มขาว ข้าวปากหม้อ ไข่ต้ม บายศรีปากชาม 3 หวี) ใบตอง 3 ก้าน ผ้าหุ้มบายศรี 1 ผืน ไม้ซีกขนาบบายศรี 3 ซีก ด้ายสายสิญจน์ 1 ม้วน ธูป 5 ดอก เทียน 11 เล่ม ใบพลู 7 ใบ แป้งเจิมหน้านาค (ผมบอกไปทีละ 3-4 อย่าง กลัวว่าน้องเขาจะลืม)

        ผมใช้เวลาประมาณ 15 นาที ในการคำนับครูก่อนที่จะเข้าสู่พิธีทำขวัญนาคและทำน้ำมนต์ จากนั้นก็ต้องไปเปลี่ยนเป็นชุดสุภาพสีขาว น้องท็อปกับน้องแป้ง ปีนี้เขาอยู่ชั้น ม.6 แล้ว ลูกศิษย์ของผม เขาต่างก็เร่งจัดการแต่งหน้าแต่งตัวในชุดที่ดูสุภาพออกมายังพิธีทำขวัญนาค เพื่อที่จะเข้าสู่การทำขวัญนาค ดูเหมือนว่าเวลาจะเลยบ่ายโมงไปมากแล้ว ผมแนะนำให้เจ้านาค บิดา มารดาและญาติกาทั้งหมดได้รับทราบที่มาและวัตถุประสงค์ของการบวชแล้วเริ่มพิธีทำขวัญนาค ตามขั้นตอน

        - บทร้องเสภาบูชาครู ไหว้ครู เคารพคุณพระศาสดา

        - บทร้องปฏิสนธิ กำเนิดของคน การขับกล่อมเลี้ยงดูลูกของบิดา มารดา

        - บทแหล่สอนนาค และแหล่ด้นสดแนะนำกิจของสงฆ์บางประการที่สำคัญ

        - บทร้องนาคลา ลานาค เป็นการขอสมาลาโทษ ลาสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวไปบวช

        - บทเชิญขวัญนำนองธรรมวัตร ทำนองเพลงไทยเดิม

        - คำกล่าวอธิบายบายศรี พิธีเวียนเทียนเบิกบายศรี เพลงทำนองนางนาคและทำนองลาวเสี่ยงเทียน

                                

                                

                                

                                

        ตลอดเวลาของการทำขวัญนาค นาคกอล์ป สิทธิชัย เอมปากน้ำ ประมาณ 2 ชั่วโมงเศษ นาคมีความตั้งใจรับฟังอย่างเต็มที่ มีผลการตอบสนองในบทร้องที่ส่งออกไป  มีรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และอาการเคลื่อนไหว ในขณะที่แม่ฉวีของนาคกอล์ปนั่งอยู่ใกล้ ๆ ทางด้านซ้าย คุณพ่อสมพลนั่งอยู่ทางด้านขวา บทร้องทำขวัญนาคผ่านไปจนถึงตอนกล่อมนาคนอน เสียงเพลงไทยเดิมทำนองศรีนวลดังแผ่วขึ้นมา น้ำตาของผู้ที่เป็นแม่และลูกชายก็เริ่มไหลออกมาจนเห็นได้ชัดเจน ในขณะที่มือหนึ่งส่งรางวัลน้ำใจมาให้คนที่ร้องเพลง ไปจนถึงตอนนาคลา ลานาค เป็นตอนที่บรรยากาศสงบมากเงียบกันไปหมด และก็เข้าสู่พิธีเบิกบายศรีเป็นตอนสุดท้าย งานนี้เจ้าภาพลงทุนมาก (ไม่จนเกินไป) แต่ก็อิ่มเอมใจที่ได้ผลตอบแทน

      

      

                     

       ผมได้เก็บภาพบรรยากาศในงานบวชนาคกอล์ป สิทธิชัย เอมปากน้ำ มาฝาก เป็นบางช่วงบางตอนในพิธีทำขวัญนาค ที่บ้านบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2553 ขอขอบคุณ คุณสมพล คุณฉวี เอมปากน้ำ ที่ยังไม่ลืมของไทย ร่วมกันอนุรักษ์ประเพณีเก่า ๆ เอาไว้ให้คงอยู่ต่อไป 

ติดตาม ตอนที่ 3 งานบวชที่ตั้งตารอและเตรียมการมานานนับปี