“ เมตตาธรรมค้ำจุนโลกา” ไม่ว่าคนหรือสัตว์ก็ต้องการความรักและการดูแลในทุกยาม.... ความรักที่มีความเอื้ออาทรทำให้โลกนี้ มีความสุขได้อย่างแน่นอน

               *** เมื่อครั้งแมวดำจรจัดพลัดหลงเข้ามาอาศัยอยู่ที่บริเวณบ้าน   ลูกสาวก็หาซื้ออาหารเม็ดหลายยี่ห้อและหลายรสมาให้กิน  ทำให้แมวติดใจไม่ยอมไปไหน   มิหนำซ้ำยังมีแมวตัวอื่นๆอีกหลายตัวแวะเวียนมาสม่ำเสมอ  แต่เจ้าแมวดำตัวผู้ได้ประกาศถิ่นไล่แมวตัวอื่นไปและแสดงความเป็นเจ้าของบ้านด้วยการกระโจนเข้าบ้านเวลาที่เราเปิดประตูได้รวดเร็วราวกับเสือซีต้า  ทุกครั้งที่แมวเผ่นเข้าบ้าน  มันช่างปราดเปรียวจนไล่จับก็ไม่ค่อยทัน  แม้พยายามบอกลูกสาวว่าอย่าเลี้ยงเลยเพราะเป็นการสร้างภาระและจะทำให้อาการภูมิแพ้กำเริบกันทั้งแม่ลูก... แต่ลูกก็ไม่ยอม 

              ลูกสาวหาข้ออ้างที่จะนำแมวเข้ามาเลี้ยงในบ้านให้ได้ด้วยการนำข้อมูลนานาประเทศที่เชื่อว่าแมวดำเป็นสัตว์ผีนั้น...ไม่เป็นความจริง ...

              ความเชื่อที่ว่าแมวดำเป็นเงาร้ายที่บ่งบอกว่าจะเกิดภัยอาถรรพณ์จนหาความสุขไม่ได้เป็นแค่เรื่องเล่าต่อๆกันมา   ในต่างประเทศเคยมีข่าวเรื่องการระดมกำลังจับแมวดำมามาโยนใส่กองเพลิงหลายพันตัวด้วยความเชื่อว่ามีวิญญาณร้ายสิงอยู่  และเพราะเชื่อว่าแมวดำเป็นสัตว์ที่เป็นสื่อนำวิญญาณจึงเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมกับแมวดำเอาเสียเลย   ถ้ามันเลือกได้มันคงเกิดเป็นแมวสวย  ลักษณะดี  คนไทยในอดีตเคยมีความเชื่อว่าแมวมีสีดำเป็นสีอัปมงคลไม่ควรเลี้ยงไว้ในชายคาบ้าน ...หลายๆคนที่เชื่อ... ก็พากันเอาแมวดำเอาไปปล่อยวัด  กลายเป็นภาระของพระ...น่าสงสารทั้งพระทั้งแมว

              เพราะบ้านเราอยู่ใกล้วัด...ทุกวันนี้บ้านเราจึงเลี้ยงแมวดำหลายตัวที่แวะเวียนมากินอาหารที่ลูกสาวเทไว้ให้ริมรั้วบ้าน  ...แม้จะเพิ่มภาระเรื่องค่าใช้จ่ายและร่องรอยการทำสงครามแย่งอาหารของแมว บางครั้งเลยมาใช้สมรภูมิรบบนหลังคารถยนต์ทิ้งร่องรอยการต่อสู้ไว้รอบคัน   แต่ก็ต้องอดทนและยอม...เพื่อความสุขของลูก....จริงๆแล้วผู้เขียนจะไม่ค่อยชอบแมวแต่ก็ต้องเลี้ยงกันต่อไปเพราะลูกต้องไปฝึกงานที่กรุงเทพฯ นานถึง 3  เดือน...นึกในใจว่า...เวรกรรม

               การเลี้ยงอาหารแมวด้วยอาหารเม็ดสำเร็จรูป  คงจะมีผลข้างเคียงหรือเปล่าไม่ทราบ   เพราะไม่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงแมวเลย  อยู่ๆแมวก็ป่วย ซึม  ไอ  ไม่ยอมกินอาหาร  น้ำก็ไม่กิน เหมือนระบบขับถ่ายผิดปกติ พาไปหาหมอ  ...หมอก็รักษาไปตามอาการ ฉีดยาไปหลายเข็ม เจาะเลือดตรวจ ให้น้ำเกลือทุกวัน ...ราว  3 วัน  แมวก็ไม่ดีขึ้น กินเจลอย่างเดียว ไม่ยอมกินอาหารเม็ดเลย บางวันอาการแย่ลงมากกว่าจะดีขึ้นได้ผู้เขียนหมดค่ารักษาไปหลายพันทีเดียว   กว่าจะสังเกตได้ว่าแมวแข็งแรงขึ้นบ้าง แม้จะดูไม่ปราดเปรียวเหมือนก่อน ความลำบากในการพาแมวไปหาหมอดูยากกว่าพาหมาไป...โดนแมวข่วนหลายแผลเลย

             หลังจากที่หายป่วยได้ไม่นานนัก เจ้าแมวดำก็หายไป  1 คืน   รอวันรุ่งขึ้นจนสายมากแล้วก็ยังไม่กลับมา  ออกไปตามหาก็ไม่พบ  ชักจะเริ่มไม่สบายใจ  พอตกค่ำก็ได้ยินเสียงดิ้นขลุกๆ  อยู่ในลังกระดาษที่เตรียมไปทิ้ง  เจ้าแมวดำอยู่ในลังนั่นเอง พอเห็นเรามันลดคอลงต่ำแล้วเงยหน้ามามองเหมือนต้องการความช่วยเหลือ  อุ้มขึ้นมาดูจึงพบว่าบริเวณหางแมว  ขนหลุดไปเป็นแถบยาวเกือบตลอดหาง มีเลือดซิบๆ  พอจับที่โคนหางก็ร้องเสียงดัง   มันคงเจ็บร้าวไปทั้งหาง เจ็บร้าวระบมเลยไปถึงสะโพกและขา  เมื่อวางลงที่พื้นก็เดินไม่ได้นอนซมอยู่อย่างนั้น  รีบพาไปหาหมอแต่หมอก็ปิดร้านหมดแล้ว  คืนนั้นเลยสืบค้นในInternet พบข้อมูลการรักษาแมวด้วยน้ำตะไคร้  จึงนำเอาตะไคร้  3 ต้น ล้างจนสะอาด ตัดเป็นท่อน  แล้วเอามาทุบตรงที่เป็นหัวๆพอแหลก ใส่น้ำพอท่วมตะไคร้  ต้มร้อนประมาณ  3 นาที พอออกสี... ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วใช้กระบอกฉีดยา  ฉีดใส่ปากให้แมวครั้งละ 2 กระบอกฉีดยา  วันละ 4 ครั้ง ทุกๆวัน ( ควรต้มน้ำตะไคร้ให้ใหม่ทุกวัน) สังเกตเห็นว่าแมวสดชื่นขึ้น  แต่ก็ยังคงไม่ยอมกินอาหารและเดินได้ไม่ไกลนัก  จนถึงวันที่ 7 จึงยอมกินอาหารเม็ดเล็กน้อย  พอเริ่มกินอาหาร ผู้เขียนรู้สึกเป็นสุขและดีใจมาก   พยายามไปเสาะหาอาหารนานาชนิดที่คิดว่าแมวจะกินได้มาบำรุง  เช่น  อาหารแมวสำเร็จรูปอ่อนๆ  ปลาทูนากระป๋อง   ข้าวเกรียบกุ้ง  ปลาย่าง  ปลาเส้น  แต่ที่แมวชอบและกินรวดเดียวหมดคือ ขนมฝอยทองกล่องละ 25 บาท  แปลกจริงๆ...ไม่คิดว่ามันจะกิน

              ตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย.53 จนถึงวันนี้  เจ้าแมวผอมหน้าเศร้าที่บาดเจ็บเพราะโดนรถยนต์เพื่อนบ้านเหยียบหางบาดเจ็บสาหัส ( แต่ไม่รับผิดชอบ)  กลายเป็นแมวอ้วนอารมณ์ดี  เดินได้ตามปกติ  และขนที่หางงอกยาวเกือบปิดรอยแผลแล้ว 

              ประสบการณ์ในการดูแลรักษาแมวครั้งนี้  ผู้เขียนรู้สึกเป็นสุขใจยิ่งนัก  จากเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องได้ใกล้ชิดแมวป่วย...จากความสงสารและการดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้เห็นความน่ารักของแมวอย่างที่ไม่เคยรู้เห็นมาก่อน

             พอหายป่วยแมวคงคิดว่าเราเป็นแม่  พอร้องเรียกเหมียว  มันก็จะร้องเหมียวตอบ... ทุกเช้าเย็นจะมาคลอเคลียไม่ห่าง   เวลาเราเดินไปเที่ยวเล่นบ้านฝั่งตรงกันข้าม จะมีเจ้าแมวดำเดินตามไปนั่งคอยอยู่ใกล้ๆ  พอเราเดินกลับมันก็จะเดินตามมาทันที

            สัตว์น่าสงสารที่สุดก็ตอนเจ็บป่วยนี่เอง   เพราะมันบอกอาการอย่างคนไม่ได้  ตอนนี้ผู้เขียนหลงรักเจ้าแมวดำน่ากลัวนั่นแล้วและคิดว่าคงเลี้ยงตลอดไป  ทั้งที่ไม่เคยคิดจะรักและเลี้ยงแมวมาก่อนเลย  

           ข้อคิดที่ได้จากประสบการณ์ตรง ทำให้ต้องบันทึกต่อ...เพื่อส่งผ่านไปยังผู้ที่รักสัตว์ว่า...การเลี้ยงสัตว์ไม่ใช่มีภาระแค่ให้อาหาร  แต่การรักษาสัตว์เป็นสิ่งที่ผู้คิดจะเลี้ยงสัตว์ทุกคนต้องศึกษาให้มีความรู้อย่างกว้างขวางก่อน  เพื่อคอยช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงในเบื้องต้นก่อนที่จะไปพึ่งพาสัตวแพทย์  และไม่ว่าจะเลี้ยงสัตว์ชนิดใดก็ตาม  ต้องมีความพร้อม  ทั้งเวลาในการดูแล   ค่าใช้จ่ายทั้งค่าอาหารและค่ารักษาพยาบาล  จึงจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคนรักสัตว์อย่างแท้จริง  และยังเป็นบุญกุศลติดตามตัวไปอีกด้วย

 

           “ เมตตาธรรมค้ำจุนโลกา”  ไม่ว่าคนหรือสัตว์ก็ต้องการความรักและการดูแลในทุกยาม.... ความรักที่มีความเอื้ออาทรทำให้โลกนี้ มีความสุขได้อย่างแน่นอน

            บันทึกตอนท้ายขอฝากไว้ว่าอย่าได้รังเกียจแมวดำ และเลิกกลัวแมวดำเถอะนะคะ...ความเชื่อบางอย่างอาจผิดพลาดและพิสูจน์ไม่ได้ ... ขอให้ผู้รักและเลี้ยงแมวทุกคนจงโชคดีมีสุข 

             บันทึกนี้ถึงภาพประกอบจะไม่สวย …แต่เจ้าแมวป่วยสีดำจะเป็นเรื่องราวความรักความผูกพันที่งดงามอยู่ในใจผู้เขียน...ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไรก็ตาม.

 

    *** มีภาพเจ้าแมวป่วยสีดำมาฝาก  ไม่ค่อยสวยแต่ฉลาดมากเลยค่ะ***